image1 image2 image3

ร่วมอนุรักษ์ ป่าทุ่งใหญ่ ห้วยขาแข้ง | ร่วมเป็นแรง พัฒนา ป่าตะวันตก | ร่วมอุดมการณ์ วาดฝัน ให้ป่าปรก | ร่วมสืบสาน ป่ามรดก โลกและไทย

ย้อนสำรวจเส้นทางเขาใหญ่-ไถ่ผะ-คะรุงผะดู



๒๓ ธันวาคม ๒๕๔๒ - ๒ มกราคม ๒๕๔๓: การย้อนสำรวจเส้นทางขึ้นยอดเขาไถ่ผะนี้ นับว่ามีความสำคัญต่อเขตฯทุ่งใหญ่อย่างยิ่ง ด้วยปัจจุบันนี้ มีเพียงนายทูล สุวรรณ์ เพียงคนเดียวเท่านั้น ที่เคยขึ้นยอดเขานี้และยังมีชีวิตอยู่ เพื่อไม่ให้เส้นทางสำคัญนี้สูญหายไป ชมรมฯจึงพยายามรวบรวมเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนป่าผู้มีความชำนาญและความสามารถ พิเศษ ๕ นาย โดยใช้เวลาเตรียมแผนการถึงสี่ปี และเมื่อคณะสำรวจลงตัวแล้ว เจ้าหน้าที่ชมรมฯ ๒ นาย พร้อมเสบียงแห้งและอุปกรณ์เดินป่า วิทยุสื่อสาร จีพีเอส  แผนที่ จึงออกเดินทางจากชสำนักงานชมรมฯเมื่อคืนวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๔๒

ในเช้าวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๔๒ คณะสำรวจ ๗ นาย แบกเป้สัมภาระเดินออกจากหน่วยพิทักษ์ป่าแม่กะสะเมื่อเวลาประมาณ ๘ นาฬิกา ตลอดเส้นทางพบสัตว์ป่าสำคัญๆจำนวนมาก ในเย็นวันแรกของการเดินทางพบงูเหลือมขนาดใหญ่มากความยาวประมาณ ๘ เมตร อยู่ในลำห้วยติล่า ด่านช้างเก่าเมื่อสิบกว่าปีก่อนยังพอหลงเหลือให้ได้ใช้บ้างเป็นระยะๆ เมื่อถึงทางขึ้นเขาในวันที่ ๖ ของการเดินทาง ที่ระดับความสูงประมาณ ๗๐๐ เมตรจากระดับน้ำทะเล คระต้องใช้ถังแกลลอนน้ำมันเครื่องที่นำติดตัวมาด้วยคนละ ๑ ลูก ตักน้ำจากห้วยติล่าถือขึ้นเขาที่ลาดชันเนื่องจากไม่มีข้อมูลว่า มีแหล่งน้ำบนยอดเขา ช่วงนี้เป็นช่วงที่คณะต้องแยกย้ายกันหาทางขึ้นสันเขาอยู่หลายชั่วโมง เนื่องจากมีสันเขาสลับกันถึงสามสัน ประกอบกับเส้นทางร้างผู้คนนับสิบปี ในที่สุดอาจารย์ด้วงก็พบแนวสันเขาที่ถูกต้อง ซึ่งคณะต้องไต่คลานสี่เท้าขึ้นลาดสันเขาเนื่องจากมีความลาดชันมาก

และ เมื่อถึงเช้าตรู่ของวันที่ ๗ ของการเดินทาง คณะก็เริ่มออกเดินไต่ระดับความสูงช่วงสุดท้ายของยอดเขา และได้เห็นแสงอาทิตย์แรกของปีเปลี่ยนสหัสวรรษ ค.ศ.๒๐๐๐ ที่ไหล่เขาตามที่วางแผนและคาดหวังไว้นั่นเอง

สภาพธรรมชาติบนยอดเขา นี้ มีลักษณะคล้ายๆกับดอยสูงทางเหนือ กล่าวคือต้นไม้จะใส่เสื้อ ถูกปกคลุมด้วยมอสและไลเค่น เนื่องจากอากาศเย็นชื้น ที่ยอดเขาลมแรง พบต้นไม้หลายชนิดที่หายาก ไม่พบในพื้นที่อื่นของป่าทุ่งใหญ่ พบนกสีสันสดสวยหลายชนิด อากาศหนาวเย็น ณ ยอดเขาแห่งนี้ สามารถมองเห็นภูมิประเทศของเขตฯทุ่งใหญ่ได้กว้างไกลกว่าที่เคยเห็นจากที่ อื่นๆ หลังจากตรวจเช็คพิกัดและความสูงจาก จีพีเอส ยี่ห้อ GARMIN ๑๒XL แล้ว จึงรายงานพิกัดและความสูงที่ตรวจสอบได้ไปยังหน่วยพิทักษ์ป่าจะแกทราบ แล้วจึงทำการบันทึกภาพ ณ ยอดเขา แห่งนี้เป็นครั้งแรก ด้วยกล้องบันทึกภาพดิจิตอล Kodak DC ๔๐ ที่ขอยืมมาจาก คุณเกียรติขจร ชัยเธียร ส่วนกล้องตัวอื่นอีกสองตัวไม่สามารถทำงานได้ เช่นเดียวกับคณะสำรวจในอดีตที่พยายามบันทึกภาพเมื่อสิบปีที่แล้ว ซึ่งคงเนื่องจากความชื้นในอากาศบนยอดเขาที่สูงมากนั่นเอง

คณะสำรวจ ใช้อีกเวลาสองวันจึงเดินทางกลับถึงหน่วยพิทักษ์ป่าแม่กะสะที่เป็นจุดเริ่ม ต้น โดยที่คณะสำรวจเกิดพลัดหลงกัน บริเวณเขาฝาหม้อ เมื่อวันที่ ๘ ของการเดินทาง แต่ในที่สุดทุกคนในคณะสำรวจก็เดินทางกลับที่ตั้งด้วยความปลอดภัย

ข้อมูล การย้อนสำรวจเส้นทางแห่งตำนานเขาใหญ่นี้จะยังประโยชน์ต่อเขตฯทุ่งใหญ่ เจ้าหน้าที่วิจัยสัตว์ป่า นักสำรวจและอื่นๆต่อไปในภายภาคหน้า และจะเป็นประโยชน์ต่อการป้องปราม ปราบปราม การศึกษาวิจัย และการอนุรักษ์ผืนป่าทุ่งใหญ่ต่อไป นับจากวันนี้แล้วที่คณะสำรวจชุดนี้ประสบความสำเร็จในการย้อนสำรวจเส้นทางที่ เกือบจะสาบสูญไปให้กลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้งในรอบสิบปีนี้ ก็มีเจ้าหน้าที่ที่รู้เส้นทางขึ้นยอดเขาไถ่ผะเพิ่มขึ้นรวมเป็น ๕ นายแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ทั้ง ๕ นายนี้จะเป็นต้นทุนในการฝึกฝนเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน พิทักษ์ป่าของเขตฯทุ่งใหญ่อีกหลายนายต่อจากนี้ไปให้รู้จักเส้นทางขึ้นสู่ยอด เขาในนิยาย "เพชรพระอุมา" ที่ลึกลับซึ่งมียอดเขาสูงทะลุพ้นก้อนเมฆ ซึ่งนับเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของเขตฯทุ่งใหญ่และในภาคกลางเพิ่มเติมมากขึ้น เพื่อประโยชน์ในการป้องกันรักษาพื้นที่และสนับสนุนการสำรวจวิจัยของนัก วิชาการในอนาคต เพื่อประโยชน์ในการอนุรักษ์ผืนป่าทุ่งใหญ่อย่างยั่งยืนสืบต่อไป

หมาย เหตุ: คณะสำรวจประกอบด้วย พิทักษ์ป่า เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนและเจ้าหน้าที่ชมรมฯ ณ จุดสูงสุดของยอดเขาใหญ่(ไถ่ผะ - คะรุงผะดู) ๑,๘๓๑ เมตร จากระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในภาคกลาง บันทึกภาพเช้าวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๔๓ ซึ่งเป็นวันที่ ๗ ของการย้อนสำรวจเส้นทาง ๙ วัน

Share this:

CONVERSATION