image1 image2 image3

ร่วมอนุรักษ์ ป่าทุ่งใหญ่ ห้วยขาแข้ง | ร่วมเป็นแรง พัฒนา ป่าตะวันตก | ร่วมอุดมการณ์ วาดฝัน ให้ป่าปรก | ร่วมสืบสาน ป่ามรดก โลกและไทย

ถนนสายมรณะแห่งผืนป่าตะวันตก กรณีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร


การสูญเสียพื้นที่ป่าธรรมชาติของประเทศไทย จนปัจจุบันเหลือพื้นที่ป่าเพียงร้อยละ ๒๕ ของพื้นที่ประเทศ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า สาเหตุที่สำคัญมาจากการกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ที่มุ่งเน้นการนำพาประเทศไปสู่ความทันสมัย โครงการต่างๆ ที่เป็นสัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรืองและทันสมัย จึงเกิดขึ้นมากมายทุกหัวระแหง ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ สนามกอล์ฟ รีสอร์ท และถนนหนทาง
คำเตือนของผู้เฒ่าผู้แก่ของคนกะเหรี่ยงในป่าทุ่งใหญ่ฯ ที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน เตือนสติให้ลูกหลานของตนพึงระวังอันตราย ๔ ประการ คือ

๑. งูใหญ่เลื้อยผ่านหมู่บ้าน
๒. เสาบ้านออกดอก
๓. ม้ามีเขา และ
๔. คนเสียงดังมาเรียกใกล้ๆบ้าน

สิ่งอันตรายทั้ง ๔ นี้ ถ้าลูกหลานชาวกะเหรี่ยงไม่เท่าทันมัน มันจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างของคนกะเหรี่ยงจนหมดสิ้น ไม่ว่าจะเป็นศีลธรรม วัฒนธรรม ความเชื่อ ประเพณี อาหาร และทรัพยากรธรรมชาติรอบกาย

ปราชญ์ชาวกะเหรี่ยงในป่าทุ่งใหญ่ ได้ตีความอันตรายทั้ง ๔ ดังกล่าวไว้ว่า งูใหญ่เลื้อยผ่านหมู่บ้านหมายถึงการตัดถนนผ่านหมู่บ้าน เสาบ้านออกดอกหมายถึงเสาไฟฟ้าที่เข้าถึงตัวบ้านมีหลอดไฟฟ้าติดอยู่กับเสาเรือนให้แสงสว่างยามค่ำคืน ม้ามีเขาหมายถึงรถมอเตอร์ไซค์ แฮนด์ที่จับด้วยของมือของผู้ขับขี่หมายถึงเขา และคนเสียงดังมาเรียกใกล้ๆบ้าน หมายถึงรถขายของเร่และรถขายกับข้าวที่ติดเครื่องขยายเสียงให้ได้ยินกันทั่วทั้งหมู่บ้าน

หากจะพิจารณาให้ละเอียดลึกซึ้งถึง ๔ สิ่งอันตรายของชาวกะเหรี่ยงก็คือสัญลักษณ์ของความเจริญ ภาพลักษณ์ของความทันสมัยที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันนั่นเอง

ทำไมคนกะเหรี่ยงในป่าทุ่งใหญ่ฯถึงกลัวถนน ก็เพราะถนนตัดผ่านไปถึงไหนป่าก็แหลกลานไปถึงที่นั่น เมื่อป่าถูกทำลายไปปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต และการดำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรมความเชื่อถือก็จะถูกทำลายไปด้วย

ที่ผ่านมาในการเสนอโครงการตัดถนนมักจะอ้างเหตุผล ๔ ประการเป็นสำคัญ คือ ประการที่หนึ่ง เพื่อเข้าไปดำเนินโครงการที่มีความสำคัญยิ่งต่อประเทศ เช่น โครงการเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้า โครงการชลประทาน โครงการสัมปทานไม้ โครงการประทานบัตรเหมืองแร่ ประการที่สอง เพื่อความมั่นคงของประเทศ เช่น ถนนเพื่อความมั่นคงตามแนวชายแดน และประการที่สาม เพื่อการป้องกันรักษาป่า สัตว์ป่า และประการสุดท้ายคือ การท่องเที่ยว เช่น ถนนที่ตัดในอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

การตัดถนนเกือบทุกเส้นต้องผ่านพื้นที่ป่าแทบทุกเส้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถนนเพื่อความมั่นคงตามแนวชายแดน ซึ่งพื้นที่เกือบทั้งหมดได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เนื่องจากมีสภาพป่าที่สมบูรณ์ การตัดถนนจึงเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ และปรากฏภาพที่ค่อนข้างชัดเจน

กรณีการตัดถนนที่นำพาความหายนะไปสู่ผืนป่า ก็คือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับป่าในจังหวัดกาญจนบุรีซึ่งเป็นจังหวัดที่ได้ ชื่อว่าอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งป่าไม้ สัตว์ป่า แร่ธาตุ และแม่น้ำ ที่ยากจะหาที่อื่นเทียบได้

ในราวปี พ.ศ. ๒๕๑๘ การตัดถนนสายหลักโดย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จากตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ขึ้นขนานไป กับลำน้ำแควใหญ่ เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อนเจ้าเณร(เขื่อนศรีนครินทร์) บนลำน้ำแควใหญ่ และแนวถนนตัดต่อเนื่องไปถึงพื้นที่จัดสรรสำหรับราษฎรที่ถูกน้ำท่วมบ้านท่ากระดาน บ้านเกาะบุก บ้านพุน้ำเปรี้ยว บ้านโป่งหวาย บ้านด่านแม่แฉลบ อำเภอศรีสวัสดิ์ที่ตั้งใหม่ บ้านปากนาสวน บ้านดงเสลา และบ้านนาสวน ทำให้ต้นน้ำที่อุดมสมบูรณ์ถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว สองฟากถนนในปัจจุบันเต็มไปด้วยชุมชน บ้านพักผ่อนของเศรษฐี รีสอร์ทที่พร้อมให้บริการแก่นักท่องเที่ยว

ด้านตะวันออกของถนนเป็นพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาการบุกรุกอย่างหนัก และอาจหมดสภาพการเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในอนาคต หากไม่สามารถหยุดยั้งการบุกรุกป่าที่คืบคลานจากถนนเข้าสู่ใจกลางป่าไว้ได้

ในราวปี ๒๕๒๐ ถนนสายหลักอีกเส้นหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรีได้เกิดขึ้นพร้อมๆกับการเร่งจัดหาพลังงานไฟฟ้า เพื่อป้อนโรงงานอุตสาหกรรม ภาคเมือง ถนนเส้นนี้ตัดเชื่อมต่อจากอำเภอเมืองไปยังอำเภอทองผาภูมิ เพื่อสร้างเขื่อนเขาแหลมกั้นขวางลำน้ำแควน้อยเกิดพื้นที่อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ร่วมสามแสนไร่ ทำให้อำเภอสังขละบุรีทั้งอำเภอจมอยู่ก้นอ่าง

หากจะย้อนอดีตก่อนมีเขื่อนเขาแหลม การเดินทางไปยังอำเภอสังขละบุรีซึ่งเป็นอำเภอเหนือสุดของจังหวัดกาญจนบุรี ติดชายแดนพม่า ต้องนั่งเรือขึ้นไปตามลำน้ำแควน้อย ผ่านน้ำตกไทรโยคใหญ่ บ้านปรังกะสี บ้านท่าขนุน ตลาดทองผาภูมิ บ้านวังปะโท่ บ้านผาผึ้ง บ้านจองอั่ว บ้านป้อมปี่ อำเภอสังขละบุรีเก่า บริเวณสามสบที่แม่น้ำบีคี่ แม่น้ำรันตี และห้วยซองกาเลีย ลำน้ำสามสายมาบรรจบกัน คนที่เคยเดินทางตามลำน้ำแควน้อยในอดีตน่าจะจำภาพเก่าๆได้เป็นอย่างดี เพราะสองฝั่งของลำน้ำแควน้อยปกคลุมแน่นหนาไปด้วยแมกไม้ ป่าแน่นทึบไปสุดลูกตา ชุมชนกะเหรี่ยงริมน้ำที่แสนสงบฝังตัวอยู่ท่ามกลางป่าใหญ่ เป็นบรรยากาศน่าประทับใจยิ่งนัก

น่าเสียดาย เพียงไม่กี่ปีหลังจากถนนผ่านป่าไปสู่โครงการเขื่อนเขาแหลม จนถึงอำเภอสังขละบุรีใหม่และแยกขวาไปยังด่านเจดีย์สามองค์ แนวเขตแดนระหว่างไทย - พม่า ป่าบริเวณนี้ถูกทำลายไปอย่างรวดเร็ว จากสองฝั่งถนนลุกลามเหมือนเชื้อโรคไปทางด้านตะวันตก สู่ริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย ข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง ขณะที่ด้านตะวันออกของถนนก็ถูกบุกรุกไปจนชิดตีนเขา ดูเวิ้งว้างไร้ร่องรอยความสมบูรณ์ของป่าในอดีต

ด้วยสภาพภูมิประเทศของจังหวัดกาญจนบุรี ที่มีแควน้อย แควใหญ่ แม่น้ำสองสายหลักไหลจากเหนือสู่ใต้รวมตัวกันเป็นแม่น้ำแม่กลองเส้นเลือดใหญ่ของคนไทยด้านตะวันตก แควน้อยและแควใหญ่ได้โอบกอดผืนป่าขนาดใหญ่เอาไว้ประดุจเกาะมหึมา ทำให้ป่าผืนนี้อุดมสมบูรณ์มากกว่าป่าผืนอื่น ป่าใหญ่ผืนนี้ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร อุทยานแห่งชาติเขาแหลม(บางส่วน) และอุทยานแห่งชาติลำคลองงู

เกาะมหึมาที่แสนจะสมบูรณ์นี้ กำลังลดความสมบูรณ์ลงไปเรื่อยๆเนื่องจากการตัดถนนเชื่อมต่อระหว่างถนนสาย หลักสองสายดังกล่าวในลักษณะลูกระนาด ดังเช่นถนนที่ตัดเชื่อมจากเขื่อนท่าทุ่งนาผ่านบ้านทับศิลา ถึงไทรโยคน้อย ทำให้เกิดการบุกรุกป่าบริเวณบ้านทับศิลา และบางส่วนของอุทยานแห่งชาติเอราวัณ มีการจับจองที่ดินกันขนาดใหญ่ จนป่าหมดสภาพไปอย่างรวดเร็ว

ปรากฏการณ์บนถนนอีกเส้นหนึ่งที่ตัดซอยจากถนนหลัก คือ ถนนตัดแยกจากถนนหลักไปอำเภอสังขละบุรี บริเวณบ้านเกริงกระเวีย ผ่านบ้านทิพุเย ไปบรรจบกับเส้นทางลำเลียงแร่ของเหมืองคลิตี้ ถนนเส้นนี้เกิดขึ้นไม่นานนี้เอง แต่ก็เป็นปัญหาทำให้เกิดการทำลายป่าอย่างรวดเร็วเกินคาด ในอดีตที่เคยเป็นป่าผืนใหญ่มีบ้านทิพุเยและบ้านชะแล ซึ่งเป็นชุมชนกะเหรี่ยงที่มีอายุนับร้อยปีฝังตัวอยู่กลางหุบเขาที่รายล้อม ด้วยป่าอันสมบูรณ์ยากยิ่งที่บุคคลภายนอกจะเข้าถึง ชาวกะเหรี่ยงบ้านทิพุเยบอกว่า "หลังจากมีงูใหญ่ (ถนน) เลื้อยผ่านหมู่บ้าน คนแปลกหน้าต่างภาษาก็เข้ามา พวกเขามากันจำนวนมาก มากกว่าพวกเราที่อยู่เดิม พวกเขาตัดโค่นต้นไม้ลงสร้างเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ ๒ หมู่บ้าน คือ หมู่บ้านห้วยเสือและบ้านทุ่งนางครวญ ทั้ง ๒ หมู่บ้านไม่ได้ปลูกข้าวกันเหมือนหมู่บ้านกะเหรี่ยง พวกเขาปลูกมันสำปะหลังและข้าวโพดไว้ขายพ่อค้า"

ถนนผ่านป่าที่น่าจับตามองมากที่สุดในขณะนี้คือ ถนนเพื่อความมั่นคง โดยเฉพาะถนนเพื่อความมั่นคงไทย - พม่า ในแถบจังหวัดตาก กาญจนบุรี และราชบุรี ตราบใดที่มีการตัดถนนก็ย่อมแน่นอนว่าต้องผ่านป่าอนุรักษ์ในผืนป่าตะวันตกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยสถานการณ์ชายแดนที่อุบัติขึ้นอย่างต่อเนื่อง ย่อมสร้างความชอบธรรมให้กับทางราชการมากขึ้นในการริเริ่มโครงการ เพราะคำว่า "ความมั่นคง" มีอำนาจพอที่จะทำให้คนไทยที่อยู่ห่างไกลชายแดนหวาดวิตก จนสนับสนุนให้ใช้งบประมาณแผ่นดินตัดถนนผ่านป่า ก็คงต้องให้กำลังใจสำหรับผู้ที่กำลังทุ่มเทกับการทำงานเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ

การตัดถนนเพื่อความมั่นคงตามแนวชายแดนไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นมาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อปี ๒๕๓๔ ซึ่งขณะนั้นสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้ริเริ่มโครงการตัดถนนเพื่อความมั่นคงชายแดน ๔๘ สาย ในทั่วทุกภาคของประเทศ โดยมอบหมายให้หน่วยทหารช่างของกองทัพภาคต่างๆรับผิดชอบดำเนินการ ๑ ใน ๔๘ สาย เป็นถนนเพื่อความมั่นคงชายแดนไทย - พม่า ต้องตัดผ่านพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ในตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี แต่ถนนเส้นนี้ก็ถูกระงับไปในที่สุดจากชาวจังหวัดกาญจนบุรีและองค์กรอนุรักษ์ในกรุงเทพฯ

เหตุผลในการคัดค้านการตัดถนนเพื่อความมั่นคงชายแดนไทย - พม่า ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร คือ ขอให้หน่วยงานด้านความมั่นคงมองเรื่องความมั่นคงให้กว้างกว่าด้านการทหาร และควรจะมองความมั่นคงของชาติครอบคลุมไปถึงความอยู่รอดของทรัพยากรธรรมชาติ ความสามารถในการพึ่งตนเองของชุมชน

สิ่งเหล่านี้ล้วนสำคัญและมีคุณค่ายิ่งต่อประเทศชาติ และยังได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมว่ายุทธการข่าวสำคัญกว่าการเคลื่อนที่ เร็วของทหาร หากทหารเสริมสร้างประสิทธิภาพด้านข่าวกรองให้มีประสิทธิภาพจริง ทหารก็สามารถรู้ล่วงหน้าและกำหนดยุทธการได้อย่างสอดคล้อง ในทางกลับกันถ้าทหารขาดประสิทธิภาพในงานข่าวกรอง ก็ยากที่จะควบคุมสถานการณ์ได้ แม้จะเคลื่อนพลได้เร็วขึ้นก็ตาม ดังนั้นถ้างานข่าวกรองมีประสิทธิภาพถนนไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ ใรครั้งสมัยอยุธยาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์พระมหากษัตริย์ไทยทรงมอบหมายให้ ชาวกะเหรี่ยงตามแนวชายแดนแถบบริเวณป่าทุ่งใหญ่ เป็นกองสอดแนมคอยหาข่าวการเคลื่อนไหวของกองทัพพม่า ซึ่งช่วยให้ประเทศไทยอยู่รอดปลอดภัยมาได้

สิ่งที่ฝ่ายคัดค้านไม่เห็นด้วยกับการตัดถนนเพื่อความมั่นคงชายแดนไทย - พม่า โดยเสนอความเห็นไว้นั้น ได้กลายเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ในขณะนี้ ดังเช่นกองกำลังก๊อดอาร์มี่บุกยึดโรงพยาบาลราชบุรี ทั้งๆที่มีถนนตามแนวชายแดนอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ที่ค่อนข้างพร้อมและสะดวกในการเดินทางมีกองกำลังของไทยประจำการ แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งการเคลื่อนตัวจากเขตพม่า ผ่านชายแดนเข้าถึงตัวเมืองราชบุรีได้ หรือว่าถนนยิ่งจะทำให้การเคลื่อนที่ของฝ่ายตรงข้ามสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้นด้วยหรือไม่ เป็นประเด็นที่น่าคิดเช่นกัน

การตัดถนนผ่านป่าล้วนเป็นโครงการของหน่วยราชการทั้งสิ้น ชาวบ้านธรรมดาไม่สามารถกระทำได้ ป่าที่ถูกทำลายเพราะมีการตัดถนนผ่านจึงต้องโทษหน่วยราชการ แต่น่าแปลกว่าไม่เคยมีหน่วยงานใดออกมารับผิด ที่สุดก็โยนไปให้ชาวบ้านเป็นผู้บุกรุกทำลาย การตัดถนนผ่านป่าจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย หากกรมป่าไม้ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบดูแลป่าไม้อนุญาตให้ใช้พื้นที่ โดยมีเหตุผลชี้แจงกับหน่วยงานเจ้าของโครงการและรัฐบาล ในขณะเดียวกันหน่วยงานตัดถนนและรัฐบาลก็ต้องตระหนักถึงการดูแลรักษาป่าอันเป็นทรัพยากรของชาติ

แต่ดูเหมือนว่าหน่วยงานราชการไทยล้วนต้องการสร้างผลงานของตนเอง ต่างคนก็ต่างทำไม่มีการประสานงาน ไม่มีการวิเคราะห์ผลกระทบให้รอบด้านก่อนจะดำเนินโครงการ ถนนได้กลายเป็นตัวชี้วัดผลงานของหน่วยงานไปโดยปริยาย ทุกหมู่บ้านต้องมีถนนเข้าถึง จึงจะแสดงว่าหมู่บ้านนั้นได้มีโครงการพัฒนาแล้ว

ชาวบ้านสะเนพ่องในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ได้สะท้อนให้ฟังว่า "ทางราชการอยากปรับปรุงถนนเข้าหมู่บ้านให้สะดวกขึ้นและใช้ได้ โดยให้ชาวบ้านเสนอเรื่องไปยังอำเภอว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีถนนอย่างดี เรารู้สึกว่าไม่มีความจำเป็นเลยที่ต้องมีถนนใช้ได้ทั้งปี เพราะปกติหน้าฝนก็ไม่ค่อยได้ไปไหนอยู่แล้ว ต้องทำไร่ข้าว ผลิตผลที่ได้ก็เก็บไว้กินไม่ได้ขาย จึงไม่มีความจำเป็นต้องเดินทางออกไปข้างนอก คนกะเหรี่ยงไปไหนมาไหนก็ใช้เดินเอา ไม่มีถนนก็เดินไปได้ เดินในป่าก็เย็นไม่ร้อน ทางการมักจะเอาชาวบ้านมาอ้างเสมอว่าชาวบ้านเดือดร้อน เดินทางลำบาก เจ็บไข้ได้ป่วยก็ออกมาหาหมอยาก ซึ่งไม่ใช่ แท้จริงแล้วข้าราชการเดินทางเข้ามาตรวจราชการยาก แล้วเอาชาวบ้านมาอ้าง"

ให้เห็นสัจธรรมต่อโครงการของรัฐบาลมากมายที่เกิดขึ้นในชนบทไทย ถ้าจะถามว่าทำไมหน่วยราชการจึงพยายามผลักดันให้เกิดโครงการให้ได้ ก็แน่นอนว่าการเกิดโครงการเป็นตัวชี้วัดผลงานของหน่วยงานประการหนึ่ง ดังกล่าวไว้แล้วแต่สิ่งที่มักเกิดขึ้นคู่กันก็คือ การคอรัปชั่น ที่มักจะติดสอยห้อยตามมาด้วยเป็นประจำเสมอ

การทำลายป่าเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุด้วยกัน แต่ที่หยิบยกเอาสาเหตุที่เกิดจากการตัดถนนเข้าสู่พื้นที่ป่า ก็ด้วยเหตุผล ๓ ประการคือ

๑) การตัดถนนเข้าเขตป่าล้วนเป็นโครงการของหน่วยราชการ ซึ่งจำเป็นต้องตระหนักต่อการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติอย่างสูง ไม่สมควรที่จะทำลายทรัพยากรธรรมชาติเสียเอง และสมควรถูกตรวจสอบจากสารธารณะอย่างเข้มงวด เพราะงบประมาณที่ใช้ในการดำเนินโครงการเป็นภาษีของประชาชน

๒) การตัดถนนเข้าเขตป่าจะกระทำไม่ได้อย่างเด็ดขาด หากกรมป่าไม้ไม่อนุญาต ซึ่งดูเหมือนว่าที่ผ่านมา กรมป่าไม้ไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้เท่าที่ควร และบางครั้งก็ตัดเสียเอง เช่น ถนนเพื่อการท่องเที่ยว ถนนตรวจการณ์ ถนนเชื่อมต่อระหว่างหน่วยย่อย ข้ออ้างที่มักได้ยินประจำในการตัดถนนของกรมป่าไม้คือ เพื่อสวัสดีภาพและความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ ซึ่งข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจริงในสนามไม่ได้พูด แต่มักจะมีคนอื่นพูดแทนอยู่เสมอ

๓) สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย - พม่า ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน จะกลายเป็นแรงผลักดันให้มีการตัดถนนในผืนป่าตะวันตกมากขึ้นในอนาคต ซึ่งจำเป็นต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดถนนที่ตัดผ่านป่าจะถูกกำหนดวัตถุประสงค์ให้กว้างขึ้น ถนนเส้นเดียวจะใช้เพื่อความมั่นคงเพื่อพัฒนาหมู่บ้าน เพื่อป้องกันยาเสพติด รวมไปถึงเพื่อการป้องกันรักษาป่า ซึ่งจะเป็นลักษณะถนนอเนกประสงค์ ดังเช่น ถนนเพื่อความมั่นคงสายพุจือ-แม่น้ำสุริยะ ซึ่งดำเนินการโดยกรมป่าไม้ ก็จะอ้างว่าเพื่อความมั่นคงของประเทศ เพื่อป้องกันยาเสพติด และเพื่อป้องกันทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า

การอ้างความเป็นอเนกประสงค์จะช่วยให้ถนนที่ตัดผ่านป่ามีความชอบธรรมมากยิ่ง ขึ้น เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในการสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่าย ผลิตแห่งประเทศไทย ก็เคยอ้างว่าเป็นเขื่อนอเนกประสงค์เช่นกัน

ผลที่ตามมาหลังจากมีการตัดถนนผ่านป่า นอกจากจะทำลายทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าให้ลดลงอย่างรวดเร็วแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อชุมชน หลายชุมชนล่มสลายเมื่อมีถนนผ่านเข้าหมู่บ้าน วัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ถูกทำลายจนหมดสิ้น ชุมชนอ่อนแอลงพึ่งตนเองไม่ได้ เกิดปัญหาหนี้สินครอบครัวแตกแยก ทรัพยากรชีวภาพที่เคยหลากหลายหายสาบสูญไปจำนวนมาก

คำกล่าวที่อ้างว่าถนนจะช่วยพัฒนาชนบท พัฒนาเศรษฐกิจปกป้องทรัพยากรธรรมชาติจึงขัดแย้งกับผลที่เกิดขึ้นอย่างสิ้นเชิง ซึ่งในที่สุดก็นำไปสู่ความไม่มั่นคงของชาติ

ผืนป่าตะวันตก ที่ถูกยกย่องว่ามีความหลากหลายทางชีวภาพที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่ก็เป็นพื้นที่ที่อันตรายที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเช่นกัน (ความเห็นของผู้เขียน) ไม่ว่าจะเป็นปัญหาตามแนวชายแดนไทย - พม่า การให้ประทานบัตรเหมืองแร่ การขุดหาสมบัติญี่ปุ่นที่กำลังดำเนินการอยู่ขณะนี้และโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้ชื่อว่า "โครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลด้านตะวันตก" (Western Seaboard) ที่ถูกจ้องมองตาเป็นมันจากนายทุนและรัฐบาลทุกยุคสมัย

ความอยู่รอดของผืนป่าตะวันตก กำลังท้าทายฝีมือของกรมป่าไม้ ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตก ว่าจะมีความสามารถแค่ไหน ในการปกป้องสมบัติอันล้ำค่านี้เอาไว้

บทความนี้คัดมาจากหนังสือ "ถนนผ่านป่าทุ่งใหญ่ : ศิวิไลซ์หรือล่มสลาย" ที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร แจกจ่ายเผยแพร่ในงาน "ทุ่งใหญ่นเรศวร บนเส้นทางมรดกโลก" ที่จังหวัดกาญจนบุรี วันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๔๘

Share this:

CONVERSATION