image1 image2 image3

ร่วมอนุรักษ์ ป่าทุ่งใหญ่ ห้วยขาแข้ง | ร่วมเป็นแรง พัฒนา ป่าตะวันตก | ร่วมอุดมการณ์ วาดฝัน ให้ป่าปรก | ร่วมสืบสาน ป่ามรดก โลกและไทย

โครงการปรับปรุงระบบวิทยุสื่อสารเขตฯห้วยขาแข้ง ศูนย์วิทยุคลองเสลา



๑๔.๓๐ น. วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๔๘ เจ้าหน้าที่วิทยุสื่อสารชมรมฯได้ออดเดินทางไปภารกิจงานปรับปรุงระบบวิทยุ สื่อสารศูนย์วิทยุคลองเสลา หน่วยพิทักษ์ป่าคลองเสลา เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ตามแผนงานโครงการปรับปรุงพัฒนาระบบวิทยุสื่อสารเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วย ขาแข้ง ที่ได้เริ่มต้นดำเนินงานมาตั้งแต่เดือน กรกฎาคม ๒๕๔๘ เส้นทางคมนาคมไปยังศูนย์วิทยุคลองเสลานับว่าไม่กันดารมากนักหากเปรียบกับ เส้นทางในเขตฯทุ่งใหญ่ เมื่อเข้าใกล้อำเภอบ้านไร่มองเห็นเมฆบนท้องฟ้าเหนือแนวเขาจุดหมายแตกเป็น เกล็ดหยาบๆซึ่งเป็นสัญญาณเตือนให้ทราบว่าอากาศช่วงนี้คงหนาวเย็นแล้ว

เมื่อผ่านอำเภอบ้านไร่และข้ามแนวเขาลาดชันแล้ว สภาพถนนก็เปลี่ยนเป็นถนนลูกรังบดอัดขนาดกว้างที่รถสามารถวิ่งสวนกันไปมาได้ สะดวก ตลอดสองข้างทางเป็นพื้นที่เกษตรไร่ข้าวโพดเป็นส่วนใหญ่ มีป่าไม้ขึ้นอยู่เป็นหย่อมๆหาต้นไม้ใหญ่ๆข้างทางดูได้ยาก เมื่อผ่านบ้านอังวะแล้วก็มาถึงกองบังคับการทหารพราน ข้างๆด่านตรวจมีศาลเจ้าพ่อเสือตั้งอยู่ ด้วยเป็นเวลาใกล้ค่ำแล้ว คณะเจ้าหน้าที่จึงไม่ได้หยุดรถและเร่งรัดเดินทางมุ่งหน้าไปยังจุดนัดหมาย และเมื่อมาถึงบ้านอังวะใหม่พระอาทิตย์ก็ลับขอบฟ้าไปแล้ว นายช่างชัยทำหน้าที่ขับรถข้ามห้วยอังวะซึ่งเป็นห้วยน้ำสายเล็กๆมีน้ำไหลตลอด ปี แล้วเลี้ยวแยกเข้าบ้านคลองเสลาที่ทางแยกบ้านใต้ รถวิ่งไปในความมืดอาศัยไฟหน้ารถวิ่งลัดเลาะไปตามเนินหุบเขาจนถึงทางแยกไป หน่วยพิทักษ์ป่าแม่ดีจึงเลี้ยวซ้ายไปยังบ้านคลองเสลา และเลี้ยวขวาที่ทางแยกในหมู่บ้านวิ่งผ่านสำนักสงฆ์ขึ้นเขาไปถึงยังจุดหมาย เมื่อเวลาเกือบสองทุ่ม

พบนายบุนนาค บำรุงเพ็ชร หัวหน้าส่วนฯเขตฯข้าแข้งฯ นายต่อเขต เพ็ชรชนะ และนายนิรุตย์ ศุภวาร นายณรงค์ เส็งหนองแบน และนางสาวปราณี เกตุอ่อน เจ้าหน้าที่เขตฯห้วยขาแข้ง ที่ได้ประสานงานนัดหมายมาภารกิจงานรออยู่ก่อนแล้ว หลังมื้อค่ำเจ้าหน้าที่ชมรมฯได้ชี้แจงให้คำแนะนำถึงขั้นตอนการปฏิบัติงานใน วันรุ่งขึ้น และเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยในการทำงานเป็นสำคัญ และชี้ให้ทีมงานเจ้าหน้าที่เห็นถึงความสำคัญของภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ในการปรับปรุงพัฒนาระบบวิทยุสื่อสารของเขตฯห้วยขาแข้ง ซึ่งจะต้องใช้เวลาดำเนินงานต่อจากนี้ไปนับปี ซึ่งผลสัมฤทธิ์ที่คาดหวังของโครงการจะบังเกิดได้จากความร่วมมือสามัคคีมุ่ง มั่นอดทนและเสียสละของเจ้าหน้าที่ที่ได้ถูกคัดเลือกมาร่วมโครงการ ระหว่างสนทนาอากาศเริ่มหนาวเย็น นายช่างชัยต้องไปเอาเสื้อแจ็กเก็ตมาสวม แล้วนายสุทินและนายพลเจ้าหน้าที่หน่วยฯคลองเสลาได้เผาข้าวหลามและนำมาให้ ทดลองชิมดู รสชาติใช้ได้ข้ามหลามร้อนๆเข้ากับอากาศที่เริ่มหนาวเย็นได้ดี ก่อนแยกย้ายกันเข้าเต็นท์และที่พักท่ามกลางอากาศหนาวเย็นและแสงดาวที่ สกาวอยู่บนท้องฟ้าในคืนข้างแรมบนยอดเขา

หกโมงเช้า ๒๔ ธันวาคม ๒๕๔๘ วันก่อนเทศกาลคริสต์มาส เมื่อฟ้าเริ่มสางพอมองเห็นทิวเขาใหญ่ที่ทอดตัวยาวเป็นแนวกำแพงกั้นขวางทางด้านทิศตะวันตก ซึ่ง เปรียบเสมือนแนวรั้วทางธรรมชาติทางด้านใต้ของเขตฯห้วยขาแข้ง ผู้ร่วมภารกิจต่างทยอยมุดออกจากเต็นท์และที่พักมาล้อมกาน้ำร้อนที่คุณปราณี แม่ครัวของครัว "ติเตะ" เขตฯห้วยขาแข้งตื่นขึ้นมาต้มรอท่าตั้งแต่เช้ามืดที่หน้าสถานีวิทยุแล้ว กาแฟซองและใบชาจีนถูกเทลงในถ้วย ไออุ่นจากเครื่องดื่มยามเช้าพอค่อยบรรเทาอากาศเย็นได้บ้าง แล้วช่างชัยก็เริ่มงานทันทีตามขั้นตอนที่ได้นัดหมายไว้ในวงสนทนาตั้งแต่ เมื่อคืนก่อน นางณรงค์และนายนิรุตย์เริ่มต้นทำความคุ้นเคยกับอุปกรณ์เครื่องมือในการทำงาน โดยเริ่มจากสายเข็มขัดนิรภัยที่เป็นอุปกรณ์สิ่งเดียวที่จะช่วยให้การทำงาน เสี่ยงภัยบนความสูงปลอดภัยนอกเหนือจากสมาธิ สติ และกำลังกาย

หลังจากนั้นจึงช่วยทำการขนย้ายสายอากาศไดโพลแปดแสต็กลงจากหลังรถช่างชัย แล้วช่วยกันทำการต่อเชื่อมสายสัญญาณและปรับแต่งห่วงของสายอากาศ โดยช่างชัยคอยให้คำแนะนำและคำอธิบายข้อควรระวังตามจุดและขั้นตอนต่างๆเพื่อ เจ้าหน้าที่ร่วมงานได้ศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมไปด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ทั้งสองก็เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากมีพื้นประสบการณ์ อยู่บ้างแล้ว โดยเฉพาะนายรุตย์ ซึ่งพึ่งเข้ามาสมัครเป็นเจ้าหน้าที่เขตฯห้วยขาแข้งได้เพียงสี่วัน ประจำอยู่หน่วยพิทักษ์ป่าซับฟ้าผ่า ก่อนหน้านี้นายรุตย์มีอาชีพรับจ้างปีนเสาติดตั้งสายอากาศวิทยุอยู่ในพื้นที่ ภูมิลำเนาที่อาศัย ส่วนนายณรงค์เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์อยู่ประจำสำนักงานเขตฯห้วยขา แข้ง และเคยมีประสบการณ์ปีนเสาวิทยุอยู่ในเขตฯห้วยขาแข้งแล้วเช่นกัน นับว่าเป็นโชคดีที่ได้เจ้าหน้าที่เขตฯห้วยขาแข้งที่มีประสบการณ์ในการทำงาน มาร่วมทีมงานในโครงการพัฒนาปรับปรุงระบบวิทยุสื่อสารของเขตฯห้วยขาแข้ง ซึ่งต่างกับเขตฯทุ่งใหญ่อย่างมาก ที่เจ้าหน้าที่วิทยุสื่อสารชมรมฯต้องฝึกฝนนายอำนาจ ฝั่นเฝือ ตั้งแต่เริ่มต้นหรือนับจากศูนย์เลยทีเดียว

เมื่อได้ทำการศึกษาการประกอบสายอากาศและเชื่อมสายสัญญาณแล้ว นายรุตย์ก็รับหน้าที่ถือไม้แรกปีนขึ้นเสาวิทยุแบบ Guy Wired ความสูง ๔๕ เมตร เพื่อปลดสายอากาศและสายสัญญาณของเดิมที่ชำรุดลง นายรุตย์ปีนเสาวิทยุแบบผู้มีประสบการณ์ด้วยความแคล่วคล่องเป็นจังหวะมั่นคง เว้นระยะพักอย่างเหมาะสม ทำให้เจ้าหน้าที่วิทยุสื่อสารชมรมฯและผู้ร่วมงานเบาใจคลายความกังวลเป็น อย่างมาก และรู้สึกมั่นใจในตัวผู้ร่วมทีมที่จะต้องร่วมภารกิจกันต่อไปในอีกสองปีข้าง หน้า หลังจากที่นายรุตย์ทำการเซฟตัวเองกับเสาวิทยุที่ยอดเสาแล้ว จึงทำการติดตั้งรอกชักกับเสาวิทยุและคล้องสายเชือกและมัดปลายเชือกกับสายอากาศไว้แล้ว จึงทำการปลดนอตยึดขาสายอากาศออกจากเสาวิทยุ แล้วทีมงานภาคพื้นดินจึงค่อยๆหย่อนสายอากาศลงพื้นเมื่อนายรุตย์ให้สัญญาณว่าพร้อมแล้ว แล้วนายรุตย์จึงเริ่มไต่ลงจากเสาวิทยุจนถึงพื้นดินโดยใช้เวลาปฏิบัติการประมาณ ๒๐ นาที ซึ่งนับว่าเป็นเวลาของมืออาชีพทีเดียว

แล้วทีมงานทั้งหมดจึงมานั่งล้อมวงกินมื้อเช้ากลางสนามหญ้าหน้าสถานีวิทยุ เพื่อจะได้รับแดดยามเช้าอบอุ่นร่างกายเนื่องจากอากาศยังเย็นอยู่ อาหารมื้อนี้เป็นอาหารแกงถุงที่ชมรมฯซื้อมาจากตลาดสดเทศบาลบ้านไร่เมื่อเย็น วานซึ่งนำมากินเป็นมื้อค่ำเมื่อคืนและนำมาอุ่นกินต่อในเช้าวันนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่และทีมงานทุกคนก็กินอย่างเอร็ดอร่อยเนื่องจากต่างล้วนเป็นคน กินง่ายอยู่ง่ายกันอยู่แล้ว

หลังมื้อเช้าแล้ว ภารกิจการติดตั้งอุปกรณ์สายอากาศและสายนำสัญญาณชุดใหม่ก็เริ่มต้นต่อ หลังจากที่เจ้าหน้าที่วิทยุสื่อสารชมรมฯได้ทำการตรวจสอบตำแหน่งพิกัดทิศทาง ศูนย์วิทยุ และสถานีวิทยุอื่นๆของเขตฯห้วยขาแข้งแล้ว นายรุตย์และนายณรงค์ก็เริ่มปีนขึ้นเสาวิทยุไปรออยู่บนยอดเสาวิทยุ นายณรงค์ซึ่งทำหน้าที่เป็นไม้สองก็ปีนเสาวิทยุได้คล่องแคล่วเช่นกัน ถึงแม้จะมีร่างกายหนาบึกบึนและกำยำกว่านายรุตย์มาก เมื่อทั้งสองได้ทำการคล้องสายเข็มขัดนิรภัยคาดเอวกับเสาวิทยุเรียบร้อยแล้ว ทีมงานภาคพื้นดินจึงเริ่มชักรอกเอาสายอากาศต้นใหม่ความยาว ๑๒ เมตร ขึ้นสู่ยอดเสา

ด้วยสายอากาศมีน้ำหนักมากจึงต้องใช้เจ้าหน้าที่ถึงสามคนในการสาวเชือกเพื่อ ดึงสายอากาศขึ้น จนเมื่อสายอากาศต้นใหม่ถูกดึงขึ้นสุดเสาวิทยุแล้ว นายรุตย์และนายณรงค์จึงเริ่มทำการขันนอตยึดขาสายอากาศเข้ากับเสาวิทยุจนแน่น หนา แล้วพันห่วงสายสัญญาณที่โคนเสาเพื่อหนีแรงดึงของสายสัญญาณแล้วใช้เทปพัน ละลายพันมัดปลายข้อต่อสายสัญญาณ แล้วจึงปลดรอกชักและทิ้งเชือก แล้วใช้เทปพันสายไฟพันมัดสายสัญญาณกับเสาวิทยุเป็นระยะๆระหว่างปีนเสาลงมาจน ถึงระยะโยงสายแล้วจึงปีนเสาลงสู่พื้นดิน โดยใช้เวลาปฏิบัติการทั้งสิ้นสี่สิบนาที ซึ่งนับเป็นเวลาที่ดีระดับมืออาชีพเช่นกัน

หลังจากที่ช่างชัยได้ทำการเดินสายสัญญาณจากเสาวิทยุเข้าสู่ สถานีวิทยุแล้ว จึงทำการตัดสายสัญญาณตามระยะที่ต้องการ แล้วเชื่อมบัดกรีข้อต่อสายสัญญาณจนเมื่อหัวสายสัญญาณอุณหภูมิลดลงเหมาะสม แล้วจึงทำการเข้าหัวสายสัญญาณกับเครื่องวัดสายสัญญาณ(SWR) แล้วเชื่อมต่อเครื่องวิทยุสื่อสารเข้ากับช่องต่อสัญญาณของเครื่อง SWR เพื่อทำการตรวจสอบการทำงานของสายอากาศ สายสัญญาณและกำลังส่งของเครื่อง เมื่อผลการตรวจสอบอุปกรณ์เป็นที่เรียบร้อยถูกต้องตามเกณฑ์มาตรฐานแล้วจึงให้ นายณรงค์กับนายต่อเขตทำการทดสอบการรับส่งสัญญาณไปยังศูนย์วิทยุและสถานี วิทยุใกล้เคียง และทำการบันทึกผลการทดสอบ จากการทดสอบการทำงาน ภาคการรับฟังทำงานได้ดีสามารถฟังสัญญาณจากสถานีใกล้เคียงได้ชัดเจนกว้างไกล ขึ้นจนถึงสำนักงานเขตฯห้วยขาแข้ง แต่ภาคส่งไม่สามารถสื่อสารไปยังสถานีที่อยู่ห่างไกลออกไปได้เนื่องจาก เครื่องวิทยุของหน่วยมีกำลังส่งต่ำเพียง ๑๐ วัตต์ ซึ่งเขตฯห้วยขาแข้งจะได้ทำการติดตั้งเครื่องวิทยุขนาดกำลัง ๖๐ วัตต์ ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่วิทยุสื่อสารชมรมฯ เพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้นของศูนย์วิทยุคลองเสลาต่อไป

แล้วก็ถึงเวลาที่ต้องแยกจากกันเมื่อภารกิจสิ้นสุดเมื่อเวลา ๑๐.๓๐ น. คณะเจ้าหน้าที่เขตฯขาแข้งออกเดินทางกลับที่ตั้ง และหลังจากที่นายช่างชัยทำการเก็บอุปกรณ์เครื่องมือแล้วจึงออกเดินทางกลับ ทิ้งไว้เบื้องหลังคืออีกหนึ่งในความทรงจำในความพยายามและความสำเร็จในการ ปรับปรุงศูนย์วิทยุคลองเสลาซึ่งนับเป็นอีกก้าวหนึ่งของโครงการพัฒนาปรับปรุง ระบบวิทยุสื่อสารของเขตฯห้วยขาแข้ง ซึ่งจะดำเนินการต่อไปตลอดสองปีข้างหน้า และภาพถ่ายที่ระลึกของผู้ร่วมภารกิจ ซึ่งจะได้พบและร่วมงานกันในโอกาสต่อไป

ระหว่างเดินทางข้ามห้วยอังวะที่ผ่านมาเมื่อค่ำวานนี้ พบชาวบ้านกำลังช่วยตักทรายข้างห้วยเพื่อนำไปใช้ในการเทพื้นก่อสร้างบ้าน เรือน สอบถามดูได้ความว่าห้วยอังวะไหลไปลงห้วยแม่ดี ทำให้ทราบว่าคนกรุงเทพก็ได้ใช้น้ำจากห้วยอังวะนี้ด้วยเช่นกันเนื่องจากห้วย แม่ดีไหลลงอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ และน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ไหลไปยังเขื่อนแม่กลอง ผ่านคลองและท่อส่งน้ำไปทางอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ข้ามแม่น้ำท่าจีนไปยังโรงกรองน้ำอำเภอบางบัวทอง แล้วส่งน้ำประปาเข้าระบบท่อนำส่งน้ำประปาไปให้คนที่อยู่กรุงเทพ นึกไม่ถึงจริงๆว่าน้ำจากห้วยอังวะที่เกิดจากสันเขาชายป่าเขตฯห้วยขาแข้งนี้ จะเดินทางไกลไปถึงเมืองหลวงที่อยู่ห่างไกลได้

จากการสนทนาสั้นๆกับชาวบ้านทำให้ทราบเพิ่มเติมว่า น้ำในห้วยอังวะนี้ไหลทั้งปี ชาวบ้านหลายหมู่บ้านแถวนี้ได้อาศัยใช้ดื่มกินมานาน แต่ระดับน้ำในห้วยก็ค่อยๆลดลงต่อเนื่องทุกปี ชาวบ้านเกรงว่าอีกไม่นานน้ำในห้วยจะหยุดไหลในฤดูแล้ง เพราะเมื่อแล้งที่ผ่านมาน้ำในห้วยลดลงมากกว่าปีก่อนๆ หากห้วยอังวะนี้แห้งลง ชาวบ้านจำนวนมากคงต้องเดือดร้อนเป็นแน่เพราะได้เคยใช้อาศัยดื่มกินกันมานาน

ข้อเท็จจริงเรื่องห้วยอังวะกำลังจะแห้งก็คงเป็นดังที่ชาวบ้านกังวลและเล่า ให้ฟัง และก็ไม่น่าเป็นที่แปลกใจเลยเมื่อได้เห็นภาพการบุกรุกพื้นที่ป่าธรรมชาติริม เขตฯห้วยขาแข้ง ของราษฎรในพื้นที่ตลอดสองข้างทางรถ ที่ได้เปลี่ยนพื้นที่ป่ากันชนเป็นไร่ข้าวโพดและมันสำปะหลังอยู่ทั่วไป เขาเตี้ยๆบางลูกถูกราษฎรไล่ฟันจนหมดสภาพเขาที่เคยมีต้นไม้เขียวปกคลุมซึ่ง เคยเป็นส่วนหนึ่งของแนวป่ากันชนไปแล้ว ส่วนเขาสูงก็จะพบร่องรอยการรุกเปิดพื้นที่ป่าเปลี่ยนเป็นพื้นที่การเกษตร ตั้งแต่ตีนเขาขึ้นไป ทำให้รู้สึกหดหู่ยิ่งนัก ป่ากันชนรอบๆเขตฯห้วยขาแข้งด้านทิศตะวันออกของเขตฯก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน จนยากที่หวังว่าน้ำในห้วยอังวะและห้วยเล็กห้วยน้อยอื่นๆที่อยู่รอบๆเขตฯห้วย ขาแข้งจะรอดพ้นจากหายนะนี้ได้อย่างไร และจะต้องมีสภาพกลายเป็นห้วยแห้งตายในอนาคตอันใกล้นี้ เช่นเดียวกับห้วยและแม่น้ำสายอื่นๆในภาคเหนือที่ตายไปแล้ว เช่นแม่น้ำลี้ และอื่นๆ ซึ่งมีสาเหตุจากการที่พื้นที่ป่าถูกรุกทำลายอย่างหนักนั่นเอง

ระหว่าง ทางขากลับ ได้พบป้ายประกาศของกรมทางหลวงที่ปักอยู่ข้างทางใกล้เขตฯห้วยขาแข้ง ที่ประกาศให้ประชาชนทราบว่ากรมทางหลวงไม่มีนโยบายตัดถนนผ่านเขตอนุรักษ์ พันธุ์สัตว์ป่า ทำให้รู้สึกชื่นชมวิสัยทัศน์ของหน่วยงานนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งต่างกับวิสัยทัศน์ของคนบางกลุ่มที่พยายามจะให้มีการตัดถนนสายแม่วงศ์ - อุ้มผาง สาย ๑๑๑๗ เมื่อสองปีก่อน และสาย อ. สังขละบุรี - อ. อุ้มผาง เมื่อเร็วๆนี้ ที่จะแบ่งแยกฉีกผืนป่าตะวันตกและป่ามรดกโลกออกเป็นเสี่ยงๆ ซึ่งจะทำให้ผืนป่ามรดกโลกและผืนป่าอนุรักษ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของไทยและใน ภูมิภาคนี้ หมดสภาพการเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง และเป็นผืนป่าต้นกำเนิดแม่น้ำสำคัญของประเทศหลายสาย กลายสภาพเป็นดังป่าเขาหัวโล้นเช่นในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ ห้วยและแม่น้ำไหลเอื่อยล้าอย่างอ่อนแรงและแทบจะหาสัตว์ป่าอยู่อาศัยไม่ได้ เลยในปัจจุบันนี้

เมื่อเดินทางจะออกพ้นแนวป่ากันชน ก็ผ่านศาลเจ้าพ่อเสือที่ตั้งอยู่ข้างด่านตรวจของกองบัญชาการทหารพรานควบคุมห้วยขาแข้งอีกครั้ง จึงหยุดรถลงไปสักการะจึงพบภาพและบทกลอนอยู่ในศาลซึ่งไม่ปรากฏชื่อผู้สร้างหรือแต่งไว้ ดังนี้..

พยัคฆา สิ้นใจ กลางไพรพฤกษ์
ด้วยปืนไฟ ไร้สำนึก คนรักษ์ป่า
วิญญาณร้าย เร่ร่อน วอนเมตตา
อย่าทำลาย จ้าวแห่งป่า เกินกว่านี้
ป่าที่ปรก หากเสือยัง ประทังช่วย
สมบูรณ์ด้วย พืชและสัตว์ จัดวิถี
คนรักษ์ป่า ป่าช่วยคน กลวิธี
มรดกโลก แห่งนี้ อยู่นิรันด์
และในบริเวณใกล้เคียงกัน ด้านหน้าข้างกองบัญชาการทหารพรานควบคุมห้วยขาแข้งพบป้ายข้อความที่กอง บัญชาการทหารพราน ได้นำพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถนำมาติดตั้งไว้ให้ ราษฎรของพระองค์ได้ตระหนักและเข้าใจ "ป่า" ดังนี้..

Share this:

CONVERSATION