image1 image2 image3

ร่วมอนุรักษ์ ป่าทุ่งใหญ่ ห้วยขาแข้ง | ร่วมเป็นแรง พัฒนา ป่าตะวันตก | ร่วมอุดมการณ์ วาดฝัน ให้ป่าปรก | ร่วมสืบสาน ป่ามรดก โลกและไทย

ปักหลักที่เขื่อนเขาแหลม โครงการสร้างด่านตรวจทางน้ำ ห้วยบีคลี่ ตอนที่ ๓



วันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๔๘ เมื่อฟ้าเริ่มสาง เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันฯและเจ้าหน้าที่ชมรมฯที่บางส่วนผูกเปลนอนในเรือตรวจ ประมงฯและบางส่วนที่นอนอยู่ในแพด่านตรวจฯ ท่ามกลางสายลมโชยพัดเย็นตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาต่างก็ทยอยลุกจากที่นอนเพื่อ ต้อนรับสงแห่งรุ่งอรุณที่หน้าเมืองสังขละบุรี ภาพยอดหอระฆังวัดวังก์วิเวการามที่โผล่พ้นน้ำเป็นเงาดำๆ และมีแสงทองจับที่ขอบฟ้าเป็นฉากหลังขณะอรุณรุ่งซึ่งเป็นภาพแรกของเช้าวัน นั้น เป็นภาพที่งดงามยากจะบรรยายจริงๆ แล้ว "น้าป้อม" ก็ติดเครื่องเรือตรวจประมงเขาแหลม๒อีกครั้ง พร้อมบรรทุกเจ้าหน้าที่ชมรมฯบางส่วนมุ่งหน้าเข้าเมืองสังขละบุรีซึ่งอยู่ ห่างออกไปไม่ไกลเพื่อซื้อเสบียงอาหารเช้าสำหรับคณะเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทาง มุ่งหน้าไปยังจุดหมาย เมื่อขึ้นฝั่งเมืองสังขละแล้วมองย้อนกลับออกไปยังตำแหน่งจอดแพด่านตรวจฯ จึงทราบว่าจุดจอดแพด่านตรวจฯเมื่อคืนนี้อยู่ที่ชาวบ้านเรียกว่า "สามประสบ" หน้าวัดวังก์วิเวการามใหม่ ซึ่งมองเห็นเจดีย์ทองและวัดที่หลวงพ่ออุตตะมะสร้างขึ้นใหม่อยู่บนเนินเขาที่อยู่ไกลริบๆ เหตุที่เรียกพื้นที่ในอ่างน้ำหน้าวัดวังก์วิเวการามว่า "สามประสบ" เนื่องจากบริเวณนี้เป็นจุดที่แม่น้ำสามสายไหลมาบรรจบพบกัน คือแม่น้ำซองกาเรีย แม่น้ำรันตี และแม่น้ำบีคลี่(บ้างก็เรียกว่าห้วยบีคลี่) ภาพบรรยากาศเมืองสังขละยามเช้าดูมีมนต์เสน่ห์ชวนให้หลงใหลยิ่งนัก

เมื่อเรือตรวจประมงแล่นกลับมาจากเมืองสังขละและเจ้าหน้าที่ขึ้นแพด่านตรวจฯแล้ว "นายเอก" เจ้า หน้าที่หน่วยป้องกันฯซึ่งช่วย "น้าป้อม" ขับเรือบางช่วงมาเมื่อวานนี้ก็ทำการลากจูงแพด่านตรวจฯมุ่งหน้าเข้าเลี้ยว เข้าไปยังปากห้วยบีคลี่โดยไม่ลืมแบ่งอาหารเช้าขึ้นเรือไปด้วย ปลายห้วยบีคลี่ไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำด้านหลังข้างวัดวังก์วิเวการาม คณะเจ้าหน้าที่จึงได้เห็นภาพเจดีย์ทองอย่างใกล้ชิดจากมุมมองนี้ขณะเรือลาก จูงแล่นผ่านไป ความยิ่งใหญ่และงดงามของเจดีย์ทองทำให้ตระหนักถึงแรงศรัทธาของชาวมอญราษฎรใน ท้องถิ่นนี้ต่อพุทธศาสนาที่มั่นคงที่ช่วยค้ำจุนพุทธศาสนาให้รุ่งเรืองตลอด กาลนาน

เรือลากจูงแล่นไปอย่างช้าๆลึกเข้าไปในลำห้วยบีคลี่ซึ่งมีความกว้างกว่าเมื่อ ครั้งที่ชมรมฯเข้าทำการสำรวจก่อนหน้านี้มาก กาแฟปาท่องโก๋และอาหารเช้าที่ซื้อมาถูกนำมาจัดเรียงอยู่ด้านหน้าแพด่านตรวจ แล้วคณะเจ้าหน้าที่นั่งเรียงแถวหน้ากระดานกินมื้อเช้าพลางชื่นชมทิวทัศน์สอง ข้างลำห้วยบีคลี่ ช่วงนี้นับเป็นช่วงเวลายามเช้าที่ผ่อนคลายอย่างยิ่งอีกช่วงหนึ่งของภารกิจ ครั้งนี้ จนเมื่อเวลาผ่านไปชั่วโมงเศษและเรือลากจูงได้แล่นเลาะเลี้ยวไปตามคุ้งน้ำ ห้วยบีคลี่ที่โค้งไปมาในที่สุดก็มาถึง "ประตูเมือง" ซึ่งเป็นช่องแคบร่องเขาที่เกิดจากเขาสองลูกมาบรรจบกัน เหตุที่เรียกจุดนี้ว่าประตูเมืองเนื่องจากในอดีตเมืองสังขละบุรีตั้งอยู่ ด้านในลึกเข้าไปในห้วยบีคลี่ ไม่ได้ตั้งอยู่ ณ จุดที่เป็นเมืองสังขละบุรีในทุกวันนี้ และที่เนินเขาด้านซ้ายของ "ประตูเมือง" มีป้ายประกาศของจังหวัดกาญจนบุรีปักแอยู่เพื่อแจ้งให้ผู้ที่เดินทางผ่านจุด นี้ทราบว่าบริเวณนี้ห้ามทำการประมงทุกชนิด ป้ายประกาศนี้ปักอยู่ ณ จุดนี้สิบกว่าปีมาแล้ว ถึงแม้จะได้รับความร่วมมือจากราษฎรบางส่วน แต่กูมีอยู่ไม่น้อยที่แอบลักลอบเข้ามาจับปลาในพื้นที่ปลาวางไข่แห่งนี้ ซึ่งเป็นเหตุให้หน่วยป้องกันฯต้องเฝ้าระวังรักษาพื้นที่เพื่อพิทักษ์แหล่ง ปลาวางไข่แห่งสุดท้ายของเขื่อนเขาแหลมนี้ไว้

เมื่อเรือลากจูงผ่าน "ประตูเมือง" มาแล้วและเลี้ยวผ่านคุ้งน้ำสุดท้าย  ภาพทะเลสาบอันกว้างใหญ่ "น้ำชนเขา" ของห้วยบีคลี่ก็ปรากฏแก่สายตาของคณะเดินทางและสะกดให้ทุกคนต้องลุกยืนขึ้น ชื่นชมทิวทัศน์อันกว้างใหญ่ของผืนน้ำของห้วยบีคลี่ทุกคน ภาพทะเลสาบห้วยบีคลี่นี้ช่างยิ่งใหญ่อลังการเหนือความคาดหมายจริงๆ มันช่างแตกต่างจากเมื่อครั้งที่ชมรมฯเข้าทำการสำรวจพื้นที่บริเวณนี้เมื่อ ฤดูแล้งที่ผ่านมาอย่างยิ่งที่ห้วยบีคลี่บริเวณนี้เป็นเพียงลำน้ำกว้างไม่ เกินสี่สิบเมตรเท่านั้น

แล้วในที่สุดเรือลากจูงก็ดับเครื่องยนต์เมื่อผูกเชือกเรือพันกับตอต้นตะเคียนกลางทะเลสาบห้วยบีคลี่แล้ว จุดที่เรือลากจูงนำแพด่านตรวจฯมาหยุดนี้เป็นจุดสำคัญที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบ ซึ่งด่านตรวจฯจะตั้งประจำการอยู่ในฤดูน้ำหลากเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องรักษาแหล่งปลาวางไข่ ฝั่งทิวเขาที่มองเห็นแนวเขียวๆอยู่ริบๆนั้นคือ "บ้านใหม่" ที่อยู่ลึกเข้าไปจากฝั่งประมาณ ๔ กิโลเมตร ซึ่งเป็นจุดที่ชุดสำรวจชมรมฯลงเรือเมื่อครั้งที่แล้ว และจะเป็นจุดขึ้นรถกลับของคณะเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ด้วยอีกครั้ง

ระหว่างที่คณะเจ้าหน้าที่กำลังเริ่มตั้งวงกินมื้อกลางวัน ก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์เรือหาปลาแล่นเข้ามาใกล้ด่านตรวจฯ แล้วเราก็มีแขกมาเยี่ยมโดยไม่ทราบล่วงหน้ามาก่อน ผู้ที่ขับเรือมาเยี่ยมนำเรือมาเทียบด่านตรวจฯแล้วผูกเชือกโยงเรือของตนไว้ ก่อนที่เราจะเชื้อเชิญให้ขึ้นมาร่วมวงอาหารกลางวันด้วยกัน แขกผู้มาเยี่ยมใส่เสื้อสีฟ้าเข้มและหมวกเหมือนกันหมด มีทั้งเด็กหนุ่มและวัยกลางคนรวมทั้งผู้มีอายุ แล้วในเวลาไล่เลี่ยกันนั้นก็มีเรือแบบเดียวกันนี้พร้อมทั้งคนที่แต่งเครื่อง แบบเหมือนกันนำเรือเข้ามาเทียบด่านตรวจฯอีก ๖ - ๗ ลำ รวมเกือบ ๒๐ ท่าน ทั้งหมดเป็นอาสาสมัครอนุรักษ์สัตว์น้ำนั่นเอง ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของประชาชนราษฎรที่อยู่อาศัยในพื้นที่ อ.สังขละบุรี ตั้งแต่แม่น้ำรันตี เมืองสังขละบุรี เรื่อยไปถึงห้วยบีคลี่ และห้วยองค์พระ เมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว ที่มีวัตถุประสงค์ในการร่วมรักษาพื้นที่ปลาวางไข่ของห้วยบีคลี่เป็นสำคัญ

กลุ่มอาสาสมัครอนุรักษ์สัตว์น้ำนี้ ดำเนินกิจกรรมเฝ้าระวังการลักลอบการกระทำการประมงผิดกฎหมายต่างๆร่วมกับ หน่วยป้องกันและปราบปรามการประมงน้ำจืดเขื่อนวชิราลงกรณอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการป้องกันรักษาพื้นที่แหล่งปลาวางไข่ของห้วยบีคลี่ในฤดูปลาวางไข่ เมื่อน้ำหลากในฤดูฝน นับเป็นเรื่องน่ายยินดีอีกครั้งของภารกิจชมรมฯในครั้งนี้ที่ได้มีโอกาสพบปะ กับ "ผู้พิทักษ์แห่งลำห้วยบีคลี่" ซึ่งทราบข่าวของการเดินทางมาของด่านตรวจฯที่ชมรมฯนำมาส่งมอบจากการประสานงาน ของเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันฯ ทำให้บรรยากาศช่วงเที่ยงของวันนั้นเต็มไปด้วยความชื่นมื่นแห่งความร่วมมือ สามัคคี

หลังจากที่ได้พบปะพูดคุยกันแล้ว อาสาสมัครที่เดินทางมาเยี่ยมเยือนด่านตรวจฯก็ลงเรือเล็ก ติดเครื่องยนต์ เดินทางมุ่งหน้าลึกเข้าไปในทะเลสาบห้วยบีคลี่จนลับจากสายตาไป เพื่อไปภารกิจการตัดทำลายการลักลอบวางข่ายดักปลาตามจุดตรวจเฝ้าระวังตลอด ลำห้วยบีคลี่ โดยทิ้งคุณเพชร รองประธานกลุ่มอาสาสมัครอนุรักษ์สัตว์น้ำไว้ให้ชมรมฯทำการสัมภาษณ์ถึงการ ปฏิบัติหน้าที่ของกลุ่มอาสาสมัครต่อ คุณเพชรเล่าให้ฟังว่าในฤดูฝนเมื่อน้ำเริ่มหลากปลาจะว่ายทวนน้ำขึ้นมาวางไข่ บริเวณนี้ อาสาสมัครอนุรักษ์สัตว์น้ำจึงมีภารกิจหนาแน่นในการปฏิบัติหน้าที่ตรวจตรา ลาดตระเวน เฝ้าระวังรักษาพื้นที่บริเวณนี้ให้ได้รับความปลอดภัยจากผู้ลักลอบทำการประมง ผิดกฎหมายต่างๆ เพื่อให้โอกาสปลาได้ว่ายทวนน้ำขึ้นมาวางไข่ ซึ่งในการปฏิบัติหน้าที่ในฤดูฝนนั้นเป็นไปด้วยความลำบากโดยเฉพาะเมื่อต้อง ปฏิบัติหน้าที่ติดต่อกันหลายวันตลอดสี่เดือนของฤดูปลาวางไข่ เวลามืดค่ำก็หันเรือเข้าฝั่งแล้วใช้ผ้าใบขึงกันฝนหุงหาอาหาร กินข้าวและหลับนอนในพื้นที่แคบๆข้างตลิ่งที่เฉอะแฉะและเหน็บหนาว เมื่อทราบข่าวว่าชมรมฯได้ก่อสร้างแพด่านตรวจและมอบให้หน่วยป้องกันฯเพื่อ อนุรักษ์ห้วยบีคลี่จึงดีใจมาก เพราะอาสาสมัครอนุรักษ์สัตว์น้ำจะได้ร่วมใช้ประโยชน์ในการอาศัยพักค้างแรม ด้วย ไม่ต้องลำบากดังเช่นในอดีตที่ผ่านมา

Share this:

CONVERSATION