image1 image2 image3

ร่วมอนุรักษ์ ป่าทุ่งใหญ่ ห้วยขาแข้ง | ร่วมเป็นแรง พัฒนา ป่าตะวันตก | ร่วมอุดมการณ์ วาดฝัน ให้ป่าปรก | ร่วมสืบสาน ป่ามรดก โลกและไทย

การอบรมภาคปฏิบัติทีมงานวิจัยเสือเขตฯทุ่งใหญ่



๒๑ เม.ย.- ๙ พ.ค. ๒๕๔๙ อีกก้าวสำคัญของการสำรวจวิจัยเสือโคร่งในเขตฯทุ่งใหญ่ได้เกิดขึ้น ณ หน่วยพิทักษ์ป่าเขาบันได เขตฯห้วยขาแข้ง ซึ่งเป็นการฝึกอบรมภาคปฏิบัติทีมสำรวจเสือทุ่งใหญ่โดยเจ้าหน้าที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ระหว่างที่เขียนรายงานอยู่นี้ (๔ พ.ค. ๔๙) ก็ยังอยู่ในระหว่างการฝึกอบรม

ค่ำคืนแรกหลังมื้อค่ำก็ลงมือกันเลยกับการฝึกใส่แบตเตอรี่ การตั้งเวลา และการตั้งระบบของกล้องดักถ่ายที่มีหลายรุ่นหลายแบบ ทุกคนมีความตั้งใจมากๆกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ บางคนลองทำซ้ำอยู่หลายรอบ ใส่เข้าถอดออก ตั้งระบบซ้ำๆ บางคนถึงกับจดวิธีการเป็นขั้นตอน ด้วยรู้ว่าตัวเองยังไม่มีประสบการณ์ถ้าปล่อยให้ผ่านไปคงลืมแน่นอน ครูโภชและครูหยาง สองผู้ช่วยฯสถานีฯเขานางรำก็แสนจะใจดีและใจเย็น ยินดีให้ลูกศิษย์ได้ใส่ได้ถอดกันจนชินมือ สรุปสุดท้ายในค่ำคืนนี้เรามีกล้องดักถ่ายที่พร้อมใช้งานแล้วกว่าสิบตัว

๒๒ เม.ย. ทีมเสือแยกออกเป็นสองชุดคือชุดตั้งกล้องทั้งมืออาชีพและฝึกหัด อีกชุดคือชุดสำรวจด่านเพื่อติดตั้งกล้อง ผมได้ร่วมงานกับชุดที่สอง ออกเดินทางกันแต่เช้าข้ามสู่ฝั่งตะวันตกของลำห้วยขาแข้ง บริเวณหาดทรายบนรอยตีนของควายป่า ช้าง กวาง กระทั่งขนหางของนกยูง ทีมของเราประกอบด้วย พี่รอด ศรี เกริก และผม ออกเดินตามสันเขาริมห้วยขาแข้งขึ้นทางทิศเหนือมุ่งหน้าสู่จุดที่คาดว่าจะมี ด่านที่เหมาะสมและอยู่ในระยะห่างที่พอเหมาะกับการตั้งกล้องดักถ่าย เดินไปสักพักพี่รอดผู้เดินออกหน้าก็ชะงักกะทันหันและเอ่ยออกมาว่า "กระทิง" แน่นอนว่าเมื่อพี่รอดหันหลังมาคงไม่เหลือใครให้เห็น คนที่เหลือหลบออกนอกด่านหมดแล้ว ก้มๆมุดๆเข้าไปดูใกล้ๆ กลับกลายเป็น "หมูป่า"ซะนี่ กระทืบตีน กึกกักๆ ปล่อยลมฟืดๆๆๆ ออกจมูก แล้วหันหลังกลับวิ่งลงเนินเขาไป  เราออกเดินต่อจนถึงด่านเป้าหมายซึ่งเป็นด่านที่ดีจริงๆ พบรอยครูดและร่องรอยการสเปรย์ของเสือโคร่ง (จะอธิบายละเอียดต่อไปในรายงานนี้) เราช่วยกันเลือกต้นไม้ที่เหมาะสม จับพิกัด จดบันทึกและออกเดินทางเท้าต่อเพื่อไปยังจุดที่สองทางทิศใต้ ย้อนเส้นทางเดิม ออกเดินได้สามก้าวก็ชะงักอีกแล้ว "หมีควาย" ศรีจำแนก "วิ่ง!!" ศรีตัดสินใจแทนทุกคนซึ่งได้ออกวิ่งก่อนศรีจะออกเสียงแล้ว พี่รอดที่ตอนออกเดินอยู่อันดับสามเมื่อถึงคราววิ่งก็รั้งท้ายระวังความปลอดภัยให้ผู้ร่วมทางเหมือนเดิม  ส่วนเกริกนักวิ่งขายาวของเราวิ่งออกหน้าไปไกลแล้ว อย่าถามผมว่าถ่ายภาพหมีได้ไหม มีแต่ภาพในความทรงจำ หมีควายขนาดใหญ่เดินสวนเรามาระยะที่ถ้ามันวิ่งกวดคงต้องมีใครสักคนต้องหวาดเสียวมากกว่าเพื่อนๆ " แต่มันหันหนีไป" พี่รอดบอก  เราต้องหยุดพักเหนื่อยกันพักหนึ่งแล้วดำเนินการตามแผนเดิม

หลังจากพักมื้อเที่ยงริมห้วยเราออกเดินเท้าตามสันเขาที่คาดว่าจะทอดไปสู่จุดตั้งกล้องจุดที่สองของวันนี้ เดินเข้าแนวป่าไผ่หนามได้ยินเสียงหักไม้ไผ่อยู่บนด่านที่เราใช้เดิน เดาได้ไม่ยากว่า "ช้างป่า" แน่ๆ คราวนี้ไม่วิ่งเพราะคงจะเป็นความคิดที่แย่มากๆ เราต้องดูก่อนว่ามันมาจากทางไหนแน่ และมากันสักกี่ตัว ตอนแรกเดาว่าตัวเดียว ฟังอีกที่สองตัวนี่นา ฟังครั้งสุดท้ายก่อนตัดสินใจตัดทางหนีลงห้วยมันมากันหลายตัวแบบหน้ากระดานเรียงหนึ่ง เดินลงถึงลำห้วยก็ห้วยเดียวกับที่พักกินมื้อเที่ยงนั่นแหละ แต่เป็นตอนปลายของห้วย สถานการณ์ไม่ดีขึ้น เมื่อพบรอยช้างขึ้นจากห้วยไปใหม่ๆ และยิ่งแย่ลงไปอีกเมื่อพบว่ามันมีลูกอ่อนด้วย ซึ่งเราก็ต้องเดินตามมันไปอีกเพื่อออกสู่ลำห้วยขาแข้ง

ดวงเรายังดีไม่สิ้นสุดถึงจะออกมาอยู่ริมห้วยขาแข้งได้แล้วก็ยังพบรอยควายป่า ใหม่ๆพร้อมรอยปัสสาวะของมันยังเปียกๆอยู่เลย แถมทางเดินริมห้วยก็แสนจะแคบในยามนี้ ฝูงนาก และตะกวดกระโจนลงน้ำให้เราได้ผวากันตลอดทาง เราตัดสินใจตัดขึ้นสันเขาเพื่อไปยังจุดที่กำหนดอีกครั้ง  แล้วเราก็ถึงจุดหมายซึ่งกลับกลายเป็นห้วยแห้งและไม่มีด่านตามที่คาดไว้ เราจึงเร่งเดินออกไปปากห้วยซึ่งสบกับลำห้วยขาแข้ง เพื่อหาด่านในบริเวณใกล้เคียงแทน

"พี่...เสือ!!" เสียงเกริกผู้เดินรั้งท้ายทำเสียงกระซิบบอก ใต้พุ่มไคร้น้ำข้างหน้าผมเห็นแต่กิ่งไม้แห้งแกว่งไกว "ตรงกิ่งไม้แกว่งๆนั่นป่าว" ผมถาม "ใช่พี่" เกริกตอบ "เสือไร" "เสือโคร่งพี่" เกริกตอบอีกแบบมั่นใจ แล้วจากรอยการนอนและรอยตีนก็เป็นเสือโคร่งจริงๆ รอยมันนอนอยู่หลายที่ใกล้เคียงกัน แสดงว่ามันนอนเฝ้าอะไรสักอย่าง ระหว่างที่คนอื่นๆสาละวนอยู่กับการเก็บข้อมูลผมอาสาเดินหาซาก แล้วเราก็พบกับซากกระทิงเพิ่งโดนกินเนื้อสะโพกไปเพียงมื้อเดียว คราวนี้เป็นโชคดีของเราจริงๆแล้ว จึงรีบเก็บข้อมูลซากแล้วออกเดินอย่างรวดเร็วเพื่อจะได้ไม่รบกวนเสือมากนัก เราได้ที่ตั้งกล้องแบบงามๆ แล้ว

วันนี้ผ่านไปด้วยดี ทีมติดตั้งกล้องดักถ่ายได้ติดตั้งและเรียนรู้การติดตั้งบริเวณเส้นทางรถ ทีมสำรวจด่านรายงานพื้นที่และการพบซากให้กับผู้ช่วยทราบ คืนนี้เราช่วยกันตั้งระบบกล้องดักถ่ายที่จะใช้ติดตั้งในวันพรุ่งนี้

๒๓ - ๒๔ เม.ย. ทีมติดตั้งกล้องแบ่งเป็น ๓ ชุด แต่ละชุดประกอบด้วยเจ้าหน้าที่สถานีฯเขานางรำผู้มีความชำนาญและเจ้าหน้าที่เขตฯทุ่งใหญ่ผู้เข้ารับการอบรม ทุกคนแบ่งงานกับทำอย่างเป็นระบบ ลงมือติดตั้งกล้องดักถ่ายร่วมกัน ทุกทีมต้องแบกกล้องเดินเข้าไปติดกล้องในผืนป่า มีหนึ่งทีมที่ต้องไปค้างคืนในป่าหนึ่งคืนเพราะต้องติดตั้งกล้อง ๒ จุด จำนวน ๔ ตัว ระยะทางไกลเข้าไปในผืนป่า

จากภาพด้านบนจะเห็นขั้นตอนการติดตั้งกล่องด้านนอกและการทดลองระดับแสงอินฟราเรด เนื่องจากกล้องทำงานด้วยการจับความร้อนแล้วสั่งให้กล้องบันทึกภาพทำงานอัตโนมัติ วันนี้อากาศร้อนมากทำให้การทดสอบแสงทำได้ยาก บางคราวต้องอาศัยความร้อนจากไฟแช็ค แต่โดยปกติจะใช้ความร้อนจากฝ่ามือในการวัดระดับเพราะจะได้ผลแม่นยำกว่า

ส่วนเจ้า"แย้"นี่เป็นเป็นเพื่อนระหว่างเดินทางบนเส้นทางรถ มันจะขุดรูอยู่บนทางรถนั่นแหละ เวลามีคนเดินหรือรถแล่นผ่านก็จะวิ่งตัวโก่งลงรู แม้ครั้งนี้การฝึกอบรมเรื่องเสือจะเป็นเรื่องหลักแต่เราก็ได้เรียนรู้อีกหลายๆเรื่องเป็นการแลกเปลี่ยนกัน บริเวณริมห้วยก็มี "นกกระแตหาด" นกที่อาศัยอยู่บริเวณหาดทรายริมแหล่งน้ำจืด ซึ่งเป็นนกที่อยู่ในภาวะถูกคุกคามแหล่งอาศัยเป็นอย่างมาก นอกจากสัตว์ป่าเรายังได้เรียนรู้สภาพป่าที่หาได้น้อยในผืนป่าทุ่งใหญ่ คือ ป่าเต็งรัง ในช่วงนี้ป่าเต็งรังผลิใบอ่อนงดงามสีเขียมอ่อนปกคลุมผืนป่า และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการแลกเปลี่ยนน้ำใจระหว่างคนทำงานร่วมกันทั้งสวยงามและอบอุ่น

๒๖ เม.ย. เราได้พักกันหนึ่งวันเพื่อซักผ้าที่เปียกโชกกันด้วยสายฝนกันทุกวัน เจ้าหน้าที่บางส่วนจึงใช้เวลาช่วงนี้ออกไปซื้อเสบียงสด และกลับมาพร้อมข่าวไม่ค่อยจะดีว่าวันนี้วันพระอดกินหมู ที่ตลาดสดไม่มีแม่ค้าขายหมูเลย แต่ไม่ใช่เรื่องสำคัญเมื่อเรายังมีผักกินกันมากมาย

๒๗ - ๒๙ เม.ย. การตั้งกล้องเป็นแค่ขั้นตอนเริ่มต้นเท่านั้น ขั้นตอนต่อไปผมเรียกว่า ขั้นตอนการขับเคลื่อน ประกอบด้วยการตรวจการทำงานของกล้อง และการวาง แปลงสำรวจเหยื่อของเสือโคร่ง  การตรวจการทำงานของกล้องประกอบด้วยการตรวจดูว่ากล้องถ่ายไปแล้วกี่ภาพ ทำการจดบันทึก ตรวจระดับของแสงอินฟราเรด ทดสอบการทำงานของกล้อง เมื่อพบข้อบกพร่องก็ทำการแก้ไขหรือเปลี่ยนกล้อง

ส่วนการวางแปลงสำรวจเหยื่อจะสำรวจตามเส้นทางด่านเชื่อมต่อกล้องแต่ละชุดเข้าด้วยกัน โดยการสำรวจร่องรอยตีน กองมูล รวมถึงร่องรอยของเสือโคร่งที่เด่นๆ คือ ร่องรอยการสเปรย์ คือฉี่ของเสือโคร่งที่พ่นไว้ตามต้นไม้หรือพุ่มไม้ เพื่อแสดงอาณาเขต   จากรูปด้านบนจะเห็นคนหนึ่งกำลังดมๆ อยู่ เป็นคนพิสูจน์กลิ่นว่าเป็นสเปรย์เสือโคร่งหรือไม่ ด้วยกลิ่นเฉพาะตัวคล้ายกลิ่นน้ำมันมะพร้าวแบบฉุนๆ ส่วนอีกคนจะวัดความสูงของรอยสเปรย์จากพื้นดินถึงรอย วัดเส้นรอบวงของต้นไม้ จำแนกชนิดของต้นไม้   หาพิกัด และจดบันทึกข้อมูลที่ได้

อีกร่องรอยของเสือโคร่งที่เป็นการประกาศอาณาเขตคือรอยครูด ซึ่งมักจะทำไว้บนด่านหรือเส้นทางรถ มีสองรูปแบบคือ รูปตัว I และรูปตัว V เมื่อพบก็จะวัดความกว้าง ความยาว หากพบรอยตีนก็จะวัดรอยตีน และถ้ามีกองมูลอยู่ด้วยก็จะเก็บมูลทั้งหมดเพื่อนำไปศึกษาเรื่องอาหารของเสือโคร่ง เพราะในมูลเสือจะมีส่วนที่ย่อยไม่ได้ของเหยื่อรวมอยู่ด้วย เช่น ขน กระดูก เล็บ ซึ่งนำไปศึกษาว่าเป็นซากของสัตว์ชนิดใดได้ในโอกาสต่อไป ส่วนรอยตีนและกองมูลของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่และขนาดกลางที่เราพบส่วนใหญ่จะเป็นช้างป่า วัวแดง กระทิง กวาง หมูป่า และเก้ง

๓๐ เม.ย. - ๒ พ.ค. ช่วงเวลาของการเดินตรวจสอบการทำงานของกล้องดักถ่ายหลายๆ ทีมที่แยกกันออกทำงาน มีเรื่องตื่นเต้นกลับมาเล่าให้ฟังอยู่ทุกวัน บางทีมได้บันทึกภาพวัวแดงสวยๆ ผมได้มาแต่ภาพกระทิงโทนที่พบระหว่างเดินหลับหลังจากตรวจการทำงานของกล้อง และ "เป็ดก่า" ที่นำมาปล่อยเพื่อฟื้นฟูประชากรในธรรมชาติมันมักจะบินลงไปอาบน้ำในลำห้วยขาแข้งทั้งตอนเช้าและตอนเย็นๆ

ในความคิดผมมีเรื่องหนึ่งที่หลายคนอยากรู้ว่า แล้วอยู่กินกันยังไง ก็ชายหนุ่ม ทั้งสิบกว่าคนนี่แหละครับที่ช่วยกันหุงหาประกอบอาหาร หมุนเวียนเปลี่ยนกันแสดงฝีมือ ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้ช่วย ครูหยางซึ่งไม่ได้เก่งเฉพาะเรื่องเสือ เรื่องการปรุงอาหารก็สุดยอดเช่นกัน อีกเรื่องที่น่าชื่นใจคือการแลกเปลี่ยนเรื่องอาหารการกิน ทั้งเห็ด ทั้งผักสมุนไพร บางอย่างทางเขานางรำกินเป็นบางอย่างทางทุ่งใหญ่รู้ว่านำมาปรุงอาหารได้แถมทั้งบอกสรรพคุณทางยา เป็นเรื่องได้ผ่อนคลายกันแต่ละวัน

ดังนั้นการฝึกอบรมภาคปฏิบัติจึงรวมถึงความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องเสือโคร่ง การทำงานอย่างเป็นระบบ การเป็นผู้ใฝ่รู้ เป็นผู้มีแรงกายแรงใจเข้มแข็ง และที่สำคัญคือการมีใจรักในสิ่งที่ตนเองทำ หลายๆคนอาจแสดงออกไม่เก่ง แต่ผมมองออกได้ในแววตา

Share this:

CONVERSATION