image1 image2 image3

ร่วมอนุรักษ์ ป่าทุ่งใหญ่ ห้วยขาแข้ง | ร่วมเป็นแรง พัฒนา ป่าตะวันตก | ร่วมอุดมการณ์ วาดฝัน ให้ป่าปรก | ร่วมสืบสาน ป่ามรดก โลกและไทย

โครงการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ - หน่วยฯเกาะสะเดิ่ง ครั้งที่ ๒



เช้าวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๐ ที่ผ่านมา ชมรมฯได้ดำเนินปรับปรุงระบบพลังงานแสงอาทิตย์  หน่วยฯเกาะสะเดิ่ง หลังจากใช้งานมาได้ครบห้าปี ซึ่ง  Mr. David  ได้สนับสนุนจัดซื้ออุปกรณ์ให้ในสมัยหัวหน้าไพบูลย์ เศวตมาลานนท์ พบว่าแบตเตอร์รี่หมดอายุการใช้งานแล้ว และอุปกรณ์กล่องควบคุมการประจุไฟฟ้า(controller charger) ชำรุดใช้งานไม่ได้แล้ว ช่างสุภชัย อู่ตะเภา จึงได้ทำการเปลี่ยนอุปกรณ์ให้ใหม่พร้อมทั้งจัดระเบียบการเดินสายไฟฟ้าในอาคารสำนักงานให้ใหม่แล้ว

สาเหตุที่ทำให้อุปกรณ์กล่องควบคุมการประจุกระแสไฟฟ้าชำรุด ตามคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยฯนั้น เนื่องจากชาวบ้านเกาะสะเดิ่งมักนำแบตเตอร์รีมาทำการประจุกระแสไฟฟ้าที่หน่วยฯ และใช้งานผิดวิธีเชื่อมต่อสายชารจ์ผิดขั้วทำให้กระแสไฟฟ้าย้อนกลับ ซึ่งหลังจากที่ช่างชัยได้ทำการแก้ไขปรับปรุงให้ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ประจำหน่วยฯกลับมาใช้งานได้ดังเดิมแล้ว ได้ให้คำแนะนำการใช้งานที่ถูกต้องแก่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยฯอีกครั้ง และให้ระมัดระวังดูแลการใช้งานของชาวบ้านเพื่อลดปัญหาการชำรุดของอุปกรณ์

ก่อนเดินทางกลับ เจ้าหน้าที่หน่วยฯและชมรมฯช่วยกันเก็บขวดเครื่องดื่มจำนวนมากที่นักท่องเที่ยวทิ้งไว้บรรจุลงถุงขยะเพื่อนำออกจากป่าทุ่งใหญ่ เหตุที่หน่วยฯเกาะสะเดิ่งมีขยะและขวดเครื่องดื่มมากกว่าหน่วยฯอื่นๆนั้น เป็นผลมาจากการเปิดเส้นทางท่องเที่ยวในเขตฯทุ่งใหญ่จากนโยบายของกรมอุทยานฯในปลายปี ๒๕๔๕ สมัยอธิบดี ปลอดประสพ สุรัสวดี ซึ่งที่หน่วยฯนี้เป็นจุดสุดท้ายของเส้นทางท่องเที่ยวหนึ่งในสี่เส้นทางนั่นเอง

เจ้าหน้าที่หน่วยฯเล่าให้ฟังว่า หัวหน้าหน่วยฯกับเจ้าหน้าที่ได้ประชาสัมพันธ์ชี้แจงให้นักท่องเที่ยวทราบถึง นโยบายการรักษาความสะอาดและการจัดการขยะของเขตฯทุ่งใหญ่อยู่เสมอ แต่ก็ยังไม่วายที่ยังมีนักท่องเที่ยวบางคณะที่ขาดสำนึกและความรับผิดชอบ นำถึงขยะโยนทิ้งข้างห้วยตามเส้นทางระหว่างเดินทางกลับ และถุงขยะเหล่านั้นมักถูกสุนัขของชาวบ้านทำการคุ้ยแคะกระจัดกระจาย ทำให้ขยะลอยน้ำไปตามห้วยโรคี ซึ่งไหลผ่านหมู่บ้านสะเนพ่องและไหลลงไปรวมกับแม่น้ำรันตี

เจ้าหน้าที่หน่วยฯเล่าให้ฟังเพิ่มเติมว่า เมื่อปีที่ผ่านมาเด็กเล็กและชาวบ้านสะเนพ่องที่อยู่ปลายน้ำล้มป่วยจากโรค ท้องร่วงจำนวนมากหลังจากดื่มน้ำจากในลำห้วยเนื่องจากชาวบ้านมักดื่มน้ำจาก ลำห้วยโดยไม่ต้มน้ำก่อน ซึ่งน่าจะมีสาเหตุจากน้ำในลำห้วยไม่สะอาดเหมือเช่นในอดีตแล้ว และน่าจะเป็นผลกระทบจากขยะที่นักท่องเที่ยวที่ขาดสำนึกความรับผิดชอบบางคณะ โยนทิ้งข้างทางระหว่างเดินทางกลับนั่นเอง

นายมหาดไทย ก้องธรรมคุณ อายุ ๒๘ ปี ที่เกิดในหมู่บ้านเกาะสะเดิ่ง ซึ่งบังเอิญได้พบระหว่างที่นายมหาดไทยเดินผ่านหน่วยฯไปไร่เพื่อแบกข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวได้จากนาไร่ปีที่ผ่านมา เล่าเสริมว่านับแต่จำความได้ตั้งแต่เกิดมาก็กินน้ำในห้วยแล้ว และมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างมีความสุขท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์ตามวิถีชีวิตวัฒนธรรมแบบชาวกะเหรี่ยงเรื่อยมา จนกระทั่งมีการเปิดเส้นทางให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาถึงหมู่บ้านเมื่อห้าปีก่อน ปัญหาขยะก็ติดตามนักท่องเที่ยวนับแต่นั้นมา

"หากการท่องเที่ยวที่จะเพิ่มมากยิ่งขึ้นในอนาคต และจะยิ่งก่อปัญหามลภาวะซึ่งส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านแล้ว ชาวบ้านสะเนพ่องและบ้านเกาะสะเดิ่งก็ควรมีสิทธิ์ในการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาด้งกล่าวเพื่อประโยชน์แก่ชาวบ้านเอง เช่นที่ชาวบ้านคลิตี้ล่างที่ได้รับผลกระทบเรื่องการใช้เส้นทางของนักท่องเที่ยวและได้รวมตัวกันคัดค้านการใช้เส้นทาง ซึ่งในที่สุดหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องก็ได้ให้ความสนใจในปัญหาดังกล่าวและปิดเส้นทางดังกล่าวไปแล้ว เพื่อปกป้องรักษาสิทธิ์ในการดำเนินชีวิตตามวิถีวัฒนธรรมของชาวบ้าน"

การท่องเที่ยวที่ขาดการบริหารจัดการและมาตรการควบคุม ให้สอดคล้องกับการอนุรักษ์ของพื้นที่ ย่อมก่อปัญหาความเสื่อมทราบของระบบนิเวศธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในที่สุด หากแต่การพัฒนาให้นักท่องเที่ยวมีจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะประสบผลแล้ว ลูกหลานเราที่ในอนาคตก็คงจะมีโอกาสได้ชื่นชมความงดงามของธรรมชาติดังเช่นคนในรุ่นเรา มิเช่นนั้นลุกหลานเราที่จะเติบโตขึ้นในวันข้างหน้าคงได้ชื่นชมเพียงภาพถ่ายอันสวยงามของสถานที่ต่างๆในอดีต ดังเช่นที่เราได้สูญเสียความงดงามตามธรรมชาติของสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง จากการท่องเที่ยวที่ขาดสำนึกรับผิดชอบและการจัดการที่เหมาะสมไปแล้วในปัจจุบัน

Share this:

CONVERSATION