image1 image2 image3

ร่วมอนุรักษ์ ป่าทุ่งใหญ่ ห้วยขาแข้ง | ร่วมเป็นแรง พัฒนา ป่าตะวันตก | ร่วมอุดมการณ์ วาดฝัน ให้ป่าปรก | ร่วมสืบสาน ป่ามรดก โลกและไทย

การก่อสร้างหอดาวเทียมผืนป่ามรดกโลกจุดที่ ๓



๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐: ที่ผ่านมา ในภารกิจ การปรับปรุงศูนย์วิทยุสื่อสารยู่ยี่ ครั้งที่๒ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ชมรมฯได้ทำการติดตั้งอุปกรณ์ระบบสื่อสารดาวเทียมแก่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ห้วยขาแข้ง เพื่อพัฒนาศักยภาพขีดความสามารถด้วยการเพิ่มช่องทางการสื่อสารที่ทันสมัยรวด เร็วเชื่อมต่อระบบกับห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์อาคารนิทรรศการมรดกโลก ที่สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า(wcs)ประเทศไทยสนับสนุนอุปกรณ์และการก่อสร้างให้เมื่อปีที่ผ่านมา

เช้าตรู่วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ ก่อนฟ้าสาง ที่หน้าบ้านพักนักวิจัย๗ ตรงข้ามอาคารนิทรรศการมรดกโลก เจ้าหน้าที่ชมรมฯได้เฝ้าสังเกตการณ์ทิศทางตำแหน่งของพระอาทิตย์เพื่อความแน่ใจอีกครั้ง เพื่อประเมินอุปสรรคแนวต้นไม้กับจุดติดตั้งจานดาวเทียมที่มุม ๑๒๐ องศา ด้านขวาของดวงอาทิตย์ และดูเหมือนว่าแนวยอดไม้สักที่ปลูกใหม่ด้านหลังอาคารนิทรรศการมรดกโลกนั้น ทำท่าจะเป็นอุปสรรคขวางกั้นเส้นทางรับส่งสัญญาณระหว่างจานดาวเทียมและดาวเทียมสื่อสารไทยคม๔ ที่ลอยอยู่ในชั้นอวกาศห่างออกไป ๓๒,๐๐๐ กิโลเมตร

อย่างไรก็ตาม หลังจากกินมื้อเช้าแล้ว งานทดสอบอุปกรณ์ก็เริ่มต้นขึ้น ด้วยกำลังสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ที่นายต่อเขต เพ็ชรชนะ ช่วยจัดหามาให้ การดำเนินงานเริ่มจากการกำหนดจุดที่ตั้งอุปกรณ์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ แล้วดำเนินการประกอบและติดตั้งอุปกรณ์ แล้วจึงทำการทดสอบสัญญาณ เมื่อเวลาหลังเที่ยงวันแล้ว

เป็นที่น่าผิดหวังดังที่คาดไว้ว่า แนวยอดสักที่ตั้งแถวเป็นกำแพงกั้นขวางทิศทางการสื่อสารระหว่างจานดาวเทียมและดาวเทียมสื่อสารไทยคม๔ ทำให้ไม่สามารถรับส่งสัญญาณในระดับที่ต้องการนำมาใช้งานได้ จึงหารือกันว่า เห็นทีจะต้องก่อสร้างหอเพื่อติดตั้งจานดาวเทียมเพื่อให้ผ่านพ้นอุปสรรคแนวต้นสักไปไปให้ได้ เช่นเดียวกับที่หน่วยฯมหาราช เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก และสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง หลังจากหารือกับผู้ช่วยฯสุนทร ฉายวัฒนะ แล้ว เจ้าหน้าที่ชมรมฯจึงออกเดินทางต่อไปภารกิจงานติดตั้งอุปกรณ์ระบบคอมพิวเตอร์และระบบดาวเทียมสื่อสารที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก และการปรับปรุงศูนย์วิทยุสื่อสารยู่ยี่ ครั้งที่๒ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้าน ตะวันออกและศูนย์วิทยุสื่อสารยู่ยี่แล้ว คณะเจ้าหน้าที่ชมรมฯจึงย้อนกลับมาดำเนินงานติดตั้งอุปกรณ์ระบบสื่อสารดาว เทียมที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งอีกครั้งในค่ำวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ ในค่ำคืนนั้นพี่ต่อเขตแจ้งให้ข้าทราบว่า เขตฯห้วยขาแข้งได้สูญเสียเจ้าหน้าที่ไปหนึ่งนายเมื่อวานนี้จากอุบัติเหตุทาง น้ำรายละเอียดมีว่า เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ ที่ผ่านมา นายอำนาจ ยังสำราญ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยฯกรึงไกร จำนวน ๔ นาย ได้ออกปฏิบัติหน้าที่ทางน้ำ ใช้เรือไม้ประจำหน่วยฯ และประสบอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติหน้าที่เรือชนตอไม้ในลำน้ำแควใหญ่ใกล้ เคียงหน่วยฯองทั่งทำให้เรือล่ม นายอำนาจที่มีเป้สะพายหลังและอาวุธปืนตกลงไปในแม่น้ำพร้อมกับเพื่อนร่วมงาน ที่อยู่ในเรือ แต่ยังสามารถให้ความช่วยเหลือ นายตุ๊ก เพื่อนร่วมงานให้ปลอดภัยได้หนึ่งคน แต่กลับไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้เพราะไม่ยอมทิ้งเป้สัมภาระและอาวุธหลวง ที่มีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นเมื่ออิ่มน้ำ

พี่ต่อเขตเล่าเสริมให้ฟังว่า นายอำนาจ ยังสำราญ อายุ ๓๒ ปี ร่างกายกำยำสูงใหญ่ เป็นชาวบางแค เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ สมัครเข้าทำงานที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเมื่อปี ๒๕๔๘ ด้วยมีใจรักงานด้านนี้โดยแท้ ทิ้งสังคมเมืองหลวงมาเฝ้ารักษาป่าห้วยขาแข้ง ทำให้ข้าฯรู้สึกเศร้าใจ ที่ไดรับทราบข่าวนี้

หลังเกิดเหตุแล้ว มารดาและญาติพี่น้องได้เดินทางมารับศพนายอำนาจ ไปบำเพ็ญกุศลที่วัด และได้ทำการฌาปนกิจศพเมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาแล้ว

ชมรมอนุรักษ์ป่าตะวันตก ขอใช้พื้นที่เว็บไซท์บรรทัดนี้ ไว้อาลัยและแสดงความเสียใจต่อ
ครอบครัวของ นายอำนาจ ยังสำราญ ผู้จากไปและได้ทำหน้าที่อย่างดียิ่ง  ตามความฝัน
และอุดมการณ์แล้ว

วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ หลังกินมื้อเช้าที่ครัวริมธารแล้ว นายเทอดศักดิ์ ภัทรวาณี(ช่าง อั๋น) ซึ่งป่วยกระเสาะกระแสะจากอากาศที่ทุ่งใหญ่ตะวันนออก ทำหน้าที่ปีนขึ้นหอไม้สามเมตรที่เจ้าหน้าที่เขตฯห้วยขาแข้งก่อสร้างไว้ให้ แล้วทำการปรับทิศทางหาตำแหน่งสัญญาณที่ต้องการ แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเช่นเดิมเนื่องจากความสูงของหอยังไม่เพียงพอที่ จะช่วยให้ข้ามพ้นอุปสรรคแนวต้นไม้สักไปได้ จึงหารือกันว่าทางเขตฯห้วยขาแข้งจะปรับปรุงหอดาวเทียมใหม่อีกครั้ง เมื่อเสร็จแล้วจะได้นัดหมายทีมงานเจ้าหน้าที่ชมรมฯไปดำเนินการ

ด้วยช่วงนี้เข้าสู่ฤดูไฟป่าแล้ว เขตฯห้วยขาแข้งจึงมีภารกิจหลักสำคัญในการป้องกันดับไฟป่าเพื่อรักษาผืนป่า งานดับไฟป่าเป็นงานที่ต้องใช้กำลังพลมากและต้องประสานงานกับหน่วยงานไฟป่าและหน่วยงานอื่นๆข้างเคียง และทำงานกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงโดยแบ่งกะผลัดเวรกัน งานดับไฟป่าในเวลาค่ำคืนเป็นภารกิจที่ต้องเสี่ยงอันตราย หัวหน้าฯชัชวาล พิศดำขำ เคยเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ดับไฟป่าของตนเองในคืนหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนว่า "..ตอนเดินขึ้นเขาไปยังเป้าหมายกับเพื่อนร่วมงานเพื่อดับไฟป่านั้น ก็ยังมีแสงไฟจึงมองเห็นกันและกันอยู่ ขณะทำการดับไฟไปตามแนวลึกเข้าไปเรื่อยๆจนในที่สุดทีมงานต่างพลัดหลงแยกกันไป เพราะต่างพุ่งสมาธิไปกับการดับไฟตามแนวที่อยู่ต่อหน้าจนลืมตำแหน่งของเพื่อนร่วมงาน จนเมื่อดับไฟได้แล้วก็พบว่าตนเองยืนอยู่กลางป่าที่มืดมิดมองไม่เห็นเพื่อนร่วมงาน เนื่องจากไฟดับหมดแล้ว ต้องใช้วิทยุสื่อสารเรียกหากัน.."

"รถเสือ" รถน้ำพ่นลายเสือของเขตฯห้วยขาแข้งที่ได้มาจากงบพัฒนาจังหวัดอุทัยธานีเมื่อปีก่อน จึงต้องทำหน้าที่อย่างหนักแทบไม่ได้ว่างเว้นในแต่ละวัน นอกจากต้องภารกิจหน้าที่ปรกติประจำวันแล้ว ในช่วงฤดูไฟป่านี้ยังต้องวิ่งไปตามจุดที่ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุของเขตฯห้วยขาแข้ง(๕๐) ให้ไปช่วยเหลือตามจุดที่ได้รับรายงานมาทางความถี่ต่างๆ เมื่อน้ำในถังหลังรถหมดก็จิวิ่งมาที่ห้วยทับเสลาหน้าเขตฯเพื่อเติมน้ำ

สภาพของน้ำในห้วยทับเสลาก็เริ่มไหลเอื่อยแห้งลงอย่างรวดเร็วหลังผ่านพ้นฤดูฝนไปได้ไม่นาน จนบางช่วงกว้างแค่สามเมตรสามารถเดินลุยน้ำครึ่งหน้าแข้งข้ามห้วยไปได้ หากเขตฯห้วยขาแข้งไม่ทำฝายชะลอน้ำ (check dam) เมื่อปีที่แล้ว ป่านนี้น้ำในห้วยทับเสลาคงแห้งติดท้องห้วยไปแล้ว

จากคำบอกเล่าของพี่ต่อเขต เพ็ชรชนะ ฝายชะลอน้ำนี้ยังมีประโยชน์อีกอย่างหนึ่งคือช่วยสกัดกั้นจำนวนปลาหมอนิลที่ ว่ายทวนน้ำขึ้นมาจากอ่างเก็บน้ำทับเสลาในช่วงฤดูน้ำหลากที่ผ่านมาด้วย ปลาหมอนิลเป็นปลากินเนื้อจึงกินลูกปลาท้องถิ่นในห้วยทับเสลา ทำให้จำนวนประชากรปลาท้องถิ่นตามธรรมชาติลดลงไปด้วย ซึ่งหัวหน้าฯชัชวาล เป็นห่วงเรื่องนี้มาก แต่ดูเหมือนว่าฝูงนกกระยางที่หากินอยู่ตลอดลำห้วยทับเสลาจะรู้สึกขอบอกขอบใจ กับการก่อสร้างฝายชะลอน้ำนี้มาก เพราะวันๆไม่เห็นบินไปไหนยืนเกาะกิ่งไม้ข้างห้วยแล้วถาบินลงมาจับปลากินตลอด ทั้งวัน จนเจ้าหน้าที่เขตฯขาแข้งถึงกับพูดติดตลกว่า "..นกกระยางที่นี่บินไม่ไหวหรอกครับ เพราะวันๆจับปลาในห้วยกินทั้งวันจนตัวอ้วนกลม บินไม่ได้แล้ว.."

แต่อย่างไรก็ดีในเช้าวันสุดท้ายกก่อนเดินทางกลับ ขณะที่ข้าฯนั่งดูไก่ป่าฝูงหนึ่งและนกกระยางหกเจ็ดตัวหากินอยู่ข้างห้วยครัวริมธาร สังเกตเห็นปลาหมอนิลตัวหนึ่งมุดซอกหินฝายชะลอน้ำ แถกข้างแถไถผ่านทะลุแนวหินฝายชะลอน้ำมาได้หนึ่งตัว ขณะที่พี่ต่อเขตและช่างอั๋นลงไปยืนสังเกตการณ์อยู่ที่ข้างห้วย ทำให้เราต่างรู้สึกทึ่งในความสามารถของเจ้าปลาหมอนิลตัวนั้นมาก

Share this:

CONVERSATION