image1 image2 image3

ร่วมอนุรักษ์ ป่าทุ่งใหญ่ ห้วยขาแข้ง | ร่วมเป็นแรง พัฒนา ป่าตะวันตก | ร่วมอุดมการณ์ วาดฝัน ให้ป่าปรก | ร่วมสืบสาน ป่ามรดก โลกและไทย

การซ่อมบำรุงอุปกรณ์ระบบวิทยุสื่อสารและพลังงานแสงอาทิตย์แก่หน่วยในเขตฯทุ่งใหญ่ตะวันตก



ระหว่างวันที่ ๑๓ - ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๔๙ ชมรมฯได้ดำเนินการตรวจซ่อมบำรุงอุปกรณ์เครื่องมือระบบวิทยุสื่อสารและ พลังงานแสงอาทิตย์แก่หน่วยพิทักษ์ป่าจุดสกัดและด่านตรวจลักลอบล่าสัตว์ป่าใน เขตฯทุ่งใหญ่ด้านตะวันตก ในภารกิจเดียวกับการร่วมประชุมติดตามสถานภาพสัตว์ป่าเขตฯทุ่งใหญ่ของกองทุนสัตว์ป่าโลก  WWF     ที่บ้านทิไล่ป้า   และภารกิจการสนับสนุนเครื่องบริโภคและเวชภัณฑ์หน่วยพิทักษ์ป่าเขตฯทุ่งใหญ่

วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๔๙ หลังเสร็จสิ้นภารกิจประชุมร่วมกับกองทุนสัตว์ป่าโลก WWF แล้ว เจ้าหน้าที่ช่างเทคนิคชมรมฯ ได้ทำการตรวจสอบอุปกรณ์ระบบวิทยุสื่อสารสถานีวิทยุหน่วยฯทิไล่ป้า และพบว่าเครื่องวิทยุสื่อสารยี่ห้อ Elcom Research ขนาดกำลังส่ง ๒๕ วัตต์ ภาคจ่ายไฟเรกกูเลตชำรุดเสียหาย เนื่องจากไฟฟ้าลัดวงจรทำให้ไดโอดและไอซีของชุดเรกกูเลตไหม้และระเบิด ทำให้เครื่องวิทยุสื่อสารไม่สามารถใช้งานได้ หัวหน้าหน่วยฯทิไล่ป้านายทูล สุวรรณ์ จึงมอบเครื่องวิทยุสื่อสารดังกล่าวแก่ชมรมฯเพื่อให้ช่วยเหลือจัดหาอะไหล่ ซ่อมแซม ซึ่งช่างเก่งก็ยังไม่รู้ว่าจะจัดหาซื้ออะไหล่มาซ่อมได้หรือไม่ เนื่องจากไอซีไหม้ระเบิดมองไม่เห็นรหัสประจำตัวไอซีอีกทั้งบริษัทที่ผลิต เครื่องวิทยุสื่อสารยี่ห้อนี้ก็เลิกกิจการไปแล้ว

ก่อนเดินทางภารกิจงานต่อที่จุดสกัดลังกา เจ้าหน้าที่ชมรมฯได้แวะเยี่ยมบ้านพักน้าทนง ที่พึ่งปลูกสร้างใหม่ข้างๆหน่วยฯริมแม่น้ำกษัตริย์ซึ่งปลูกหันหน้าไปยังฝั่งประเทศพม่า บ้านหลังเล็กนี้ปลูกสร้างด้วยไม้ไผ่ยกพื้นแบบชาวกะเหรี่ยงใช้เป็นที่อยู่อาศัยของลูกสาวสามคนและภรรยารวม ๕ ชีวิต เหตุที่น้าทนงต้องมาปลูกสร้างบ้านอยู่อาศัยใหม่นั้น เนื่องจากครบอายุราชการเกษียณแล้ว น้าทนงเข้างานเป็นลูกจ้างเขตฯทุ่งใหญ่ในช่วงท้ายๆเมื่อสมัยหัวหน้าฯวีรวัฒน์ ซี่งเป็นหนึ่งในรุ่นบุกเบิกสร้างหน่วยฯเกาะสะเดิ่งและหน่วยฯทิไล่ป้า เป็นผู้อาวุโสอันดับสองในหมู่บ้านทิไล่ป้ารองจากท่านผู้เฒ่าหม่องเป จึงได้รับความเคารพและไว้ใจจากชาวบ้านทิไล่ป้า ทำให้การดำเนินงานของหน่วยฯทิไล่ป้ากับชาวบ้านในช่วงเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมา ไม่ เคยเกิดความขัดแย้งรุนแรงระหว่างเขตฯทุ่งใหญ่กับราษฎรบ้านทิไล่ป้าเลย อีกทั้งยังเคยสร้างวีรกรรมรักษาหน่วยฯทิไล่ป้าและอธิปไตยของชาติไทย เมื่อครั้งทหารพม่าพร้อมอาวุธจำนวนหลายร้อยนายข้ามแม่น้ำกษัตริย์และล้อม หน่วยฯทิไล่ป้า น้าทนงกลับยืนเฝ้ารักษาหน่วยฯเจรจากับผู้นำทหารพม่าด้วยความองอาจไม่ยอมทิ้ง หน่วยฯที่ตั้งตามที่ทหารพม่าแจ้งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยถอนกำลังออกไป โดยอ้างว่าหน่วยฯทิไล่ป้าตั้งอยู่ในเขตฯพม่าตามแผนที่เก่าที่นำมาแสดง ในขณะเกิดเหตุวิกฤตคับขันครั้งนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหารและตำรวจตระเวนชายแดนในหมู่บ้าน ได้ถอยกำลังออกจากหมู่บ้านไปตั้งรับที่เนินเขาโรงเรียนตำรวจชายแดนบ้านทิไล่ ป้าในปัจจุบันนี้  และในที่สุดกองกำลังทหารพม่าก็ได้ถอนกำลังกลับไปหลังจากที่น้าทนงยืนยันว่า หน่วยฯทิไล่ป้าอยู่ในเขตประเทศไทยและไม่ยอมทิ้งหน่วยฯหนีจากไป

เหตุการณ์ลักษณะนี้ก็ยังเกิดขึ้นซ้ำอีกเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ และก็ได้อาศัยน้าทนงผู้นี้ทำหน้าที่เฝ้ารักษาหน่วยฯทิไล่ป้าและอธิปไตยของ ชาติไทยตลอดมา วีรกรรมความอาจหาญของน้าทนงเจ้าหน้าที่เขตฯทุ่งใหญ่ท่านนี้เป็นที่รับรู้กัน โดยทั่วไปของราษฎรชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงและชาวเขา ชานชาติมอญ พม่า ตลอดชุมชนชายแดนใกล้เคียง รวมทั้งลูกหลานบ้านทิไล่ป้าและอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่เคยทำ หน้าที่ประจำอยู่ในพื้นที่บ้านทิไล่ป้าชายแดนไทย-พม่านี้ หากแต่บทความสั้นๆนี้อาจช่วยให้ผู้ที่อยู่ในโลกอันศิวิไลซ์ที่เข้าถึงช่อง ทางสื่อสารอินเตอร์เน็ต และอ่านมาถึงบรรทัดนี้ได้ทราบถึงประวัติผู้พิทักษ์ป่าแห่งทุ่งใหญ่ท่านนี้

แต่ วันนี้...เมื่อน้าทนงผู้องอาจทำหน้าที่เป็นพนักงานป่าไม้รักษาป่าทุ่งใหญ่ เกือบยี่สิบปี เมื่อครบอายุเกษียณราชการแล้ว ต้องมาปลูกกระต๊อบไม้ไผ่อยู่ข้างหน่วยฯทิไล่ป้าด้วยมีความผูกพันในหน้าที่ การงานอันยาวนานและใช้เวลาเกือบครึ่งชีวิตอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ จึงได้ปลูกบ้านไม้ไผ่หลังเล็กเพื่ออยู่อาศัยพร้อมกับลูกสาวทั้งสามคนและ ภรรยา ขณะที่มีเงินสดติดตัวเหลืออยู่ทั้งชีวิตเพียงห้าร้อยบาท ข้าฯยืนอยู่ข้างแม่น้ำกษัตริย์เหม่อมองดูบ้านน้าทนงแล้วรู้สึกหดหู่ใจเป็น อย่างยิ่งที่เห็นชีวิตของนักสู้ตัวจริงแห่งป่าทุ่งใหญ่ ต้องใช้ชีวิตในบั้นปลายในสภาพที่ขาดผู้เหลียวแลเช่นนี้ หรือนี่จะนับเป็นรางวัลแห่งชีวิตบนเส้นทางชีวิตของผู้ทำหน้าที่เฝ้ารักษาผืน ป่าที่เล่าขานสืบเนื่องมานานในแวดวงผู้ทำงานเฝ้าป่า...

ข้าฯออกเดินทางต่อพร้อมกับความครุ่นคิดถึงน้าทนงผู้องอาจมุ่งหน้าไปยังจุด สกัดลังกา หลังจากที่คำนวณดูแล้วว่าระดับน้ำป่าที่เพิ่มขึ้นสูงไหลแรงเป็นสีเหลืองของ แม่น้ำกษัตริย์ เนื่องจากฝนตกต่อเนื่องมาหลายวันยังพอสามารถนำรถข้ามไปได้ จึงตัดสินใจรีบนำรถข้ามแม่น้ำกษัตริย์ก่อนที่ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นอีกจนรถ ไม่สามารถข้ามไปได้ เมื่อข้ามฝั่งแม่น้ำมาได้แล้ว "หม่องเป" ท่านผู้เฒ่าแห่งบ้านทิไล่ป้าซึ่งปลูกบ้านอยู่ข้างฝั่งแม่น้ำนี้ก็เดินเข้า สวนหลังบ้านตัดกล้วยน้ำว้ามาให้คณะเจ้าหน้าที่ชมรมฯสองหวี เพื่อเป็นเสบียงระหว่างการเดินทาง

ทางขึ้นเขาช่วงแรกนี้แคบและชัน อีกทั้งยังลื่นเนื่องจากฝนตก ช่างเก่งซึ่ง ยังไม่มีประสบการณ์ควบคุมรถในเส้นทางที่เต็มไปด้วยอุปสรรคของทุ่งใหญ่ต้อง ใช้ความระมัดระวังอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงที่ทางตัดเลียบไหล่เขามองเห็นแม่น้ำกษัตริย์อยู่ด้านล่างขวามือ ของคนขับ ซึ่งเคยมีรถเกิดอุบัติเหตุสะดุดหินตกลงเขาและมีผู้เสียชีวิตมาแล้วเมื่อสาม ปีก่อน เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวอีกหลายคณะที่มักประสบอุบัติเหตุที่ช่วงนี้ และช่วงทางลงเขาในป่าดงดิบที่รถเจ้าหน้าที่เขตฯทุ่งใหญ่พึ่งประสบอุบัติเหตุ ไหลลงเขาเมื่อสามวันก่อนหน้านี้ แต่โชคดีที่ไม่มีผู้ใดบาดเจ็บ จนเมื่อเดินทางมาเกือบจะพ้นป่าดงดิบแล้วนายทูลและเจ้าหน้าที่หน่วยฯทิไล่ป้า ที่ตามมาส่งจึงแยกเดินเท้ากลับหน่วยฯ

เมื่อ พ้นเขตป่าดงดิบและลงเขามาถึงแม่น้ำกษัตริย์อีกครั้ง ระดับน้ำสูงกว่าช่วงที่ข้ามแม่น้ำที่บ้านทิไล่ป้าเล็กน้อย ช่างเก่งค่อยๆควบคุมรถข้ามแม่น้ำกษัตริย์เป็นครั้ง แล้วหยุดพักชมแก่งน้ำตกเล็กๆที่น้ำไหลเชี่ยวแรงก่อนออกเดินทางต่อจนถึงจุด สกัดลังกาเมื่อเวลาหลังเที่ยงแล้ว และทันพอดีกับคณะอาสาสมัครอนุรักษ์สัตว์ป่าฯบ้านจะแกที่เดินเท้าจากบ้านทิ ไล่ป้าตั้งแต่เมื่อเช้าจึงชักชวนกันทำอาหารและกินมื้อเที่ยงด้วยกัน ทำให้การกินมื้อเที่ยงวันนี้มีรสชาติเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ช่วงระหว่างที่คณะอาสาสมัครและเจ้าหน้าที่จุดสกัดลังกาช่วยกันทำมื้อเที่ยง นั้น ช่างเทคนิคชมรมฯก็ดำเนินการตรวจซ่อมอุปกรณ์ควบคุมการประจุกระแสไฟฟ้าของระบบ พลังงานแสงอาทิตย์ที่ชำรุด เนื่องจากการใช้งานผิดลักษณะจ่ายไฟผิดขั้ว ซึ่งเป็นข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นเนืองๆทั่วไปในเกือบทุกหน่วยฯในเขตฯทุ่งใหญ่ เมื่อช่างเก่งดำเนินการซ่อมแก้ไขอุปกรณ์เรียบร้อยแล้วจึงทำการเปลี่ยนแบ ตเตอร์รี่ลูกใหม่แทนลูกเก่าที่ชำรุดไม่สามารถกักเก็บไฟได้แล้วเนื่องจากมี อายุการใช้งานกว่าสี่ปีแล้ว แล้วจึงทำการทดสอบการทำงานของอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และวิทยุ สื่อสารจนเรียบร้อยแล้ว จึงออกเดินทางต่อไปยังจุดสกัดลังกาต่อไป

การเดินทางช่วงบ่ายวันนี้มีเพื่อนคณะอาสาสมัครอนุรักษ์สัตว์ป่าฯบ้านจะแก ร่วมเดินทางด้วย ผู้โดยสารต่างหาที่แทรกตัวลงตามช่องว่างหลังรถเท่าที่พอหาได้ เนื่องจากรถบรรทุกถังน้ำดื่มขนาดใหญ่และสัมภาระเครื่องมืออุปกรณ์เสบียง จำนวนมาก แต่ทุกคนก็สามารถหาที่เกาะยึดและวางเท้าที่หลังกระบะรถได้ทุกคน การเดินทางช่วงนี้ไม่รีบร้อนแม้ว่าเมฆฝนเริ่มตั้งเค้าฟ้าเริ่มมืดครึ้มเช่น เดียวกับวันก่อนๆ เพราะไม่มีใครกลัวฝน คณะเดินทางหยุดรถที่บ้านพุหม่องเพื่อให้ช่างเก่งชมแปลงหญ้าถอดปล้อง หรือหญ้าแซ่ม้า ชาวบ้านเรียก "ยาลิผ่องบ้อง" ซึ่งเป็นหญ้าโบราณที่นายประนุชสังเกตพบเป็นครั้งแรกเมื่อสองปีก่อน และหยุดพักรถอีกครั้งที่เหมืองร้างข้างเขาปรางสนุกริมชายแดนพม่าใกล้ๆกับ ช่องสามัคคี ที่มีชุดปฏิบัติการตำรวจชายแดนตั้งฐานอยู่ เพื่อชื่นชมพรรณไม้ชายป่าดิบเขาบริเวณนี้

เวลาบ่ายสามโมงเศษคณะเดินทางถึงจุดสกัดพุจือ แล้วซ่าโถกับส่วยลอจิ๊จึง ชักชวนให้ขึ้นไปดูถังบรรจุน้ำยาฟอกแร่ที่เหมืองทิ้งไว้หลังเลิกกิจการเมื่อ หลายปีก่อนและถังเหล็กบรรจุน้ำยาฟอกแร่เกือบสิบใบ ผุเป็นสนิมแดงทะลุจนน้ำยาฟอกแร่ไหลลงพื้นดินใต้อาคารเก็บถังบรรจุน้ำยาฟอก แร่ และส่งกลิ่นเหม็นฉุนรุนแรง เพื่อนอาสาสมัครฯเล่าให้ฟังว่าควายชาวบ้านจะแกเดินมาเลียกินน้ำที่ขังอยู่ รอบๆอาคาร แล้วต่างพากันล้มตายไปหลายตัวเมื่อเดินกลับไปถึงบ้านจะแก ในจำนวนนี้มีควายของไทซ่ารวมอยู่ด้วยหนึ่งตัว

ก่อนเดินทางเข้าบ้านจะแก คณะเดินทางแวะที่บ้านสามหลังพุจือแวะเยี่ยมท่านผู้เฒ่าสูงสุดในเขตฯทุ่งใหญ่ "อยู่อั่วคู้" ที่มีอายุจะครบร้อยปีในปีหน้านี้แล้ว แต่ยังสุขภาพแข็งแรงเดินเหินได้โดยใช้ไม้เท้าค้ำยันและยังมีความทรงจำดีไม่ เลอะเลือน สนทนาได้แต่เป็นภาษามอญและกะเหรี่ยง ส่วยลอจิ๊และส่าโถเล่าให้ฟังว่า เกิดมาก็เห็นแกแล้ว ท่านผู้เฒ่าเป็นชาวมอญทำงานอยู่ที่เหมืองพุจือตั้งแต่ต้นจนเหมืองเลิกกิจการ ท่านผู้เฒ่าเล่าเสริมโดยส่วยลอจิ๊เป็นล่ามแปลว่า บ้านอีกสองหลังที่ปลูกอยู่ข้างๆกันนั้นเป็นบ้านลูกหลานของท่านผู้เฒ่านั่น เอง ส่วนเมียท่านผู้เฒ่าพึ่งจะเสียไปเมื่อสองเดือนก่อนหน้านี้เมื่ออายุได้แปด สิบแปดปี

หลังจากส่งเพื่อนคณะอาสาสมัครอนุรักษ์สัตว์ป่าฯบ้านจะแกที่หน้าบ้านผู้ช่วย สมหวังบ้านจะแกแล้วฝนก็เริ่มลงเม็ดอีกครั้ง บังเอิญพบนายทิตย์จิตรเดินแบกเป้สวนทางมากำลังมุ่งหน้าไปบ้านนุโพเพื่อไปรับลูกเมียจึงรับขึ้นรถมาด้วยกันแล้วเร่งเดินทางต่อมุ่งหน้าหน่วยฯจะแกเพื่อค้างแรม ถึงหน่วยฯจะแกเมื่ออาทิตย์อัสดงไปแล้ว


Share this:

CONVERSATION