image1 image2 image3

ร่วมอนุรักษ์ ป่าทุ่งใหญ่ ห้วยขาแข้ง | ร่วมเป็นแรง พัฒนา ป่าตะวันตก | ร่วมอุดมการณ์ วาดฝัน ให้ป่าปรก | ร่วมสืบสาน ป่ามรดก โลกและไทย

เยี่ยมไข้ให้กำลังใจนายสุรชัย เถกิงวิทย์สถาพร เจ้าหน้าที่ หน่วยฯมหาราช



วันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๐ ชมรมฯได้เดินทางไปเยี่ยมนายสุรชัย เถกิงวิทย์สถาพร "จ่ายี่สิบ" เจ้าหน้าที่ หน่วยฯมหาราช หนึ่งในเจ้าหน้าที่ทีมเสือทุ่งใหญ่ที่บ้านจงอั่ว ต.ปรังเผ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี อีกครั้ง ที่ประสบอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติหน้าที่หกล้มขาขวาหักเมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ ที่ผ่านมา  ซึ่งอาการบาดเจ็บดีขึ้นมากเป็นลำดับจนสามารถลุกเดินด้วยไม้พยุงช่วยได้แล้ว และคาดว่าจะสามารถกลับไปปฏิบัติหน้าที่ "ผู้พิทักษ์ป่าทุ่งใหญ่" ได้อีกครั้งภายในเวลาสองเดือนข้างหน้านี้

และ ในโอกาสนี้ ชมรมฯได้เครื่องดื่มบำรุงกำลังและของเยี่ยมไข้แก่ผู้ป่วยพร้อมจัดแสดงภาพภาพ ถ่ายเสือโคร่งที่ได้จากงานวิจัยเสือเขตฯทุ่งใหญ่ ที่พึ่งเสร็จสิ้นเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมาให้ผู้ป่วยได้ชื่นชมด้วย ซึ่งได้สร้างความสุขความยินดีและความภาคภูมิใจแก่ผู้ป่วยเป็นอย่างมาก ที่ได้เห็นผลงานที่ตนเองและได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินวิจัยฯครั้งนี้ ซึ่งทำให้ได้ข้อมูลของเสือโคร่งและสัตว์ป่ามากมายที่แสดงให้เห็นถึงความอุดม สมบูรณ์ของสัตว์ป่าและระบบนิเวศอันหลากหลายของผืนป่าทุ่งใหญ่ และทำให้เป็นที่ประจักษ์ว่าทุ่งใหญ่เป็นอีกหนึ่ง "บ้านของเสือ" ที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่งในโลกนี้สมกับที่ได้รับการยกย่องให้ผืนป่านี้ เป็นมรดกทางธรรมชาติของมวลมนุษย์โลก ซึ่งสมควรที่เราทั้งหลายจะได้ช่วยกันถนอมปกป้องรักษาไว้ เพื่อให้ป่าของเสือและสายพันธุ์ของเสือโคร่งยังคงอยู่เพื่อประโยชน์แก่พวก เราเองและโลกสืบต่อไป

จากการที่ได้เห็นภาพเสือโคร่งและสัตว์ป่ามาก มายของเขตฯทุ่งใหญ่เป็นครั้งแรก ที่ได้จากการดำเนินงานวิจัยฯที่ผ่านมานับตั้งแต่ก่อตั้งประกาศเขตรักษา พันธุ์สัตว์ป่าแห่งนี้ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๗ เป็นต้นมา จวบถึงวันนี้ก็เป็นระยะเวลากว่า ๓๐ ปีแล้ว ทำให้ผู้ใดที่ได้เห็นและรับทราบจะยิ่งเกิดความรักหวงแหนในความหลากหลายและ ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่ามรดกโลกนี้มากยิ่งขึ้น และจะยิ่งเห็นด้วยโดยไม่มีข้อสงสัยอีกต่อไปกับคำพูดที่ว่า "ทุ่งใหญ่เป็นบ้านของสัตว์ป่า" แต่ก็อดนึกสงสัยกับแนวคิดนโยบายวิธีการใช้ประโยชน์ผืนป่าอันมีความสำคัญยิ่ง นี้ของภาครัฐ ที่มีภาคเอกชนขอเปิดดำเนินการทำเหมืองแร่ใกล้ผืนป่าทุ่งใหญ่อีกครั้ง  ทั้งๆที่ในอดีตที่ผ่านมาเคยมีมติ ค.ร.ม. หลายฉบับของหลายรัฐบาลได้ห้ามการประกอบกิจการทำเหมืองแร่ในผืนป่ามรดกโลกมา แล้ว

ยิ่งได้อ่านบทความของ K.Ullas Karanth นักวิจัยเสือที่เขียนบรรยายความรู้สึกของตนที่มีต่อเสือไว้ในหนังสือ "วิถีแห่งเสือ" THE WAY OF THE TIGER ตอนหนึ่งว่า " when you see a tiger it is always like a dream." ยิ่งทำให้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์เสือยิ่งขึ้น และซาบซึ้งมากยิ่งขึ้นไปอีกตามที่ George Shaller นักชีววิทยาสัตว์ป่าผู้มีชื่อเสียงของโลกได้กล่าวไว้ว่า.. "Future generations would be truly saddened that this century had so little foresight, so little compassion, such lack of generosity of spirit for the future that it would eliminate one of the most beautiful and dramatic animals that the world has ever seen".

แต่ดูเหมือนว่าเหตุผลข้อเท็จจริงที่ประจักษ์และแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าทุ่งใหญ่ ที่เป็นทั้งต้นกำเนิดแม่น้ำสำคัญหลายสายที่ส่งผ่านสายน้ำหล่อเลี้ยงคนใต้ลุ่มน้ำหลายจังหวัด รวมทั้งคนเมืองหลวงทางตอนเหนือบางส่วน ที่ได้ใช้ประโยชน์จากการผันน้ำจากเขื่อนท่าม่วงไปใช้ในการดำรงชีพประจำวัน ซึ่งได้น้ำมาจากแม่น้ำแควใหญ่-แควน้อยลุ่มน้ำแม่กลองที่มีต้นกำเนิดจากผืนป่านี้ไปใช้นับรวมกันแล้วนับหลายล้านคนนี้ ยังไม่เป็นเหตุผลหนักแน่นเพียงพอที่จะช่วยกระตุ้นผลักดันภาครัฐ ให้มีความชัดเจนต่อกรณีการแก้ไขปัญหาการขอทำกิจการเหมืองแร่ที่กำลังคุกคามป่าทุ่งใหญ่อยู่ขณะนี้

หากแต่อนาคตชะตากรรมของสัตว์ป่าใหญ่น้อยของผืนป่าทุ่งใหญ่จะต้องพานพบกับหายนะจากการบุกรุกทำลายเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศจากการทำเหมืองแร่อีกครั้งดังเช่นในอดีตที่ผ่านมา หรือเช่นเดียวกับภาพถ่ายข้างบนนี้ที่ได้มาจากหนังสือ "วิถีแห่งเสือ" THE WAY OF THE TIGER เขียนโดย K.Ullas Karanth ซึ่งแสดงให้เห็นถึงปัจจัยคุกคามของการทำเหมืองแร่ในประเทศอินเดียในอดีตเมื่อไม่นานมานี้ ที่ส่งผลต่อหายนะของสายพันธุ์เสือในผืนป่า Karnataka มาแล้ว หรือเราจะยังต้องยินยอมให้ผืนป่าทุ่งใหญ่มรดกโลกที่ประชาชนชาวไทยและสังคมโลกหวงแหนนี้ เดินย่ำรอยไปสู่ชะตากรรมเฉกเช่นเดียวกัน

Share this:

CONVERSATION