image1 image2 image3

ร่วมอนุรักษ์ ป่าทุ่งใหญ่ ห้วยขาแข้ง | ร่วมเป็นแรง พัฒนา ป่าตะวันตก | ร่วมอุดมการณ์ วาดฝัน ให้ป่าปรก | ร่วมสืบสาน ป่ามรดก โลกและไทย

กรณีครูซีแปดและเหมืองบรองดี้ บทเรียนรอยแผลที่ยากจะลืม



ต้นปี ๒๕๓๘ มีกลุ่มคณะล่าสัตว์ประกอบด้วยข้าราชการครูซีแปดและเพื่อนข้าราชการเข้ามาใน เขตฯทุ่งใหญ่โดยอ้างชื่อหัวหน้าเขตฯวิทยา ตั้งแค็มป์ที่พักอยู่ที่ตอนบนของห้วยเซซาโว่แล้วออก ทำการล่าสัตว์ป่าในเวลากลางคืน ได้ยินเสียงสับเขียงดังโป๊กๆหลังจากที่คณะล่าสัตว์ป่าไปส่องสัตว์กลับมาโดย ไม่สนใจเจ้าหน้าที่สองนายที่เฝ้ารักษาพื้นที่บริเวณนั้น (ที่นายจิตติ สวัสดิ์สาย วางกำลังไว้ตามจุดต่างๆรวมทั้งที่ห้วยเซซาโว่ด้วย) นายเข่งจึงชักชวนนายทุ่งออกเดินเท้าจากห้วยเซซาโว่ไปรายงานนายประพนธ์ หอฉอย หัวหน้าหน่วยฯแม่กะสะ ซึ่งอยู่ห่างออกไปเก้ากิโลเมตร ท่ามกลางความมืดในยามค่ำคืนหลังจากที่ได้ยินเสียงปืนของคณะล่าสัตว์ดังขึ้น อีกหลายครั้ง ด้วยในสมัยนั้นเขตฯทุ่งใหญ่ยังไม่มีเครือข่ายระบบวิทยุสื่อสาร

หลังจากที่ปลุกหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าแม่กะสะและรายงานเหตุการณ์ให้ทราบแล้ว จึงเร่งรัดออกเดินทางด้วยรถประจำหน่วยฯลงมายังหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยซ่งไท้ และมาถึงเมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืนแล้ว จึงปลุกนายจิตติ ผู้ช่วยฯประสิทธ์และผู้ช่วยฯมนตรี แล้วรายงานเหตุการณ์ให้ทราบ ระหว่างขับรถเดินทางลงมาจากหน่วยฯแม่กะสะในคืนนั้น มีกระทิงตัวหนึ่งกระโดข้ามตัดหน้ารถที่ด่านกระทิงบนเขาดงวี่ ทำให้ฝากระโปรงรถบุบและรถคันดังกล่าวยังจอดอยู่ที่หน่วยฯแม่กะสะในสภาพนั้นต่อมาอีกหลายปี

หลังทราบเหตุการณ์ไม่ปรกติแล้ว เจ้าหน้าที่เขตฯทุ่งใหญ่จึงออกเดินทางขึ้นเขาไปจอดซุ่มที่ทุ่งเซซาโว่ในคืนนั้น รอจนรุ่งเช้าจึงนำกำลังเข้าตรวจค้นจับกุมคณะล่าสัตว์ป่า ยึดอาวุธปืนล่าสัตว์และซากสัตว์ป่าได้จำนวนหนึ่ง ที่ถังแช่น้ำแข็งนอกจากมีเลือดสัตว์ป่าเปรอะอยู่ทั่วไปแล้ว ยังพบซากสัตว์ป่าในถังแช่น้ำแข็งนั้นด้วย รวมทั้งเครื่องในสัตว์ป่าที่อยู่ในหม้อต้นที่กองไฟอีกหนึ่งหม้อ

คณะเจ้าหน้าที่เขตฯทุ่งใหญ่จึงควบคุมตัวคณะล่าสัตว์ป่าลงมาเขียนบันทึก การจับกุมที่หน่วยพิทักษ์ป่าห้วยซ่งไท้ เสร็จแล้วจึงควบคุมตัวคณะล่าสัตว์ป่าลงมาที่หน่วยพิทักษ์ป่าทินวยเพื่อ นำส่งเจ้าพนักงานตำรวจท้องที่อำเภอสังขละบุรีต่อไป แต่เกิดเหตุผิดพลาดผู้ต้องหาไม่ได้ตามเจ้าหน้าที่เขตฯทุ่งใหญ่ไปที่ สภอ.เมืองสังขละบุรี หลบหนีไประหว่างทาง ซึ่งภายหลังเจ้าพนักงานตำรวจได้ติดตามสอบสวนคณะล่าสัตว์ป่ามาให้นายเข่ง -เจ้าหน้าที่เขตฯทุ่งใหญ่ชี้ตัวได้สองคน ส่วนที่เหลือในคณะล่าสัตว์ป่านั้นรอดพ้นจากคดีไปได้ทั้งหมด

ระหว่างที่เป็นคดีความอยู่นั้น นายเข่งถูกอิทธิพลเถื่อนกดดัน มีคนงานจากเหมืองออกไล่ล่าตามหานายเข่งในเขตฯทุ่งใหญ่ (สมัยนั้นยังมีการประกอบกิจการเหมืองแร่อยู่ในเขตฯทุ่งใหญ่และภัยมืดอิทธิพล เถื่อนเป็นเรื่องปรกติในป่า) จนนายเข่งต้องหลบลี้หนีภัยมืดไปอยู่หน่วยพิทักษ์ป่าใกล้ชายแดนพม่าระยะหนึ่ง ด้วยเหตุผลความไม่ปลอดภัยของชีวิต จนเมื่อมีการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วยงานกว่า ๓๐๐ นาย บุกทลายจับกุมคนงานเหมืองบรองดี้ ซึ่งแอบลักลอบล่าสัตว์ป่า ในปลายปี ๒๕๓๘ ซึ่งหัวหน้าเอิบ เชิงสะอาด ปฏิบัติหน้าที่สายตรวจกรมป่าไม้ในขณะนั้นได้ร่วมในภารกิจครั้งนี้ด้วย และสามารถยึดอาวุธล่าสัตว์และซากสัตว์ป่าได้จำนวนมากมายซึ่งต้องใช้รถบรรทุก กระบะถึงสองคันในการขนย้าย แล้วนายเข่งจึงย้ายกลับมายังภูมิลำเนาถิ่นอาศัยที่บ้านจะแก และปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์ป่าทุ่งใหญ่ต่อเนื่องมาเมื่อเหตุการณ์ภัยมืดที่คุกคามชีวิตสงบลง

ปัจจุบัน "นายเข่ง" ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานราชการ ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช
และปฏิบัติหน้าที่เฝ้ารักษาป่าทุ่งใหญ่แทนคนไทยอยู่ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร

บินนาน / เรียบเรียงจากข้างเตาไฟครัวกะเหรี่ยง
๑๗ กันยายน ๒๕๔๙

Share this:

CONVERSATION