image1 image2 image3

ร่วมอนุรักษ์ ป่าทุ่งใหญ่ ห้วยขาแข้ง | ร่วมเป็นแรง พัฒนา ป่าตะวันตก | ร่วมอุดมการณ์ วาดฝัน ให้ป่าปรก | ร่วมสืบสาน ป่ามรดก โลกและไทย

โครงการก่อสร้างระบบไฟฟ้าแสงอาทิตย์ - หน่วยฯมหาราช ระยะที่ ๓ รื้อถอนสายและเสาไฟฟ้าเก่าร้อยท่อฝังดินสายใหม่



ระหว่างวันที่ ๗ - ๑๑ กันยายน ๒๕๔๘ ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชมรมฯและอาสาสมัครพร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่ามหาราชและเจ้า หน้าที่เขตฯทุ่งใหญ่ ได้ร่วมกันดำเนินการพัฒนาหน่วยฯมหาราชในระยะที่ ๓ ต่อ ตามโครงการพัฒนาหน่วยฯมหาราชที่กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ ในภารกิจครั้งนี้ นายธนบดี อุรารักษ์ หัวหน้าฝ่ายเทคนิคไฟฟ้า อาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่ฯ ได้ทำการติดตั้งสายเมนไฟฟ้าทองแดงและร้อยท่อฝังลงใต้ดินสำหรับอาคารทั้ง ๑๒ หลัง ของหน่วยพิทักษ์ป่ามหาราชเสร็จสิ้นตามแผนงานในระยะที่ ๓ แล้ว

การเดินทางขนส่งวัสดุในช่วงฤดูฝนนั้น เป็นไปด้วยความลำบากเช่นเคย เนื่องจากเส้นทางรถถูกน้ำกัดเซาะเป็นร่องลึกและหินลอย และมักมีไม้ล้มเพิ่มอุปสรรคในการเดินทางขนส่ง จุดวิกฤติที่สุดของเส้นทางอยู่ที่เขาสามดัน เนื่องจากเป็นเส้นทางลาดชันระยะยาวและช่องทางบังคับแคบๆให้ต้องอ้อมไม้ใหญ่ ข้างไหล่เขาที่เป็นช่วงที่พื้นดินลื่นๆขนาบด้วยร่องน้ำหินลอย ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก

วัสดุเครื่องมือไฟฟ้าจำนวนมากถูกลำเลียงลงจากรถที่หน่วยฯมหาราช เมื่อบ่ายวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๔๘ แล้ว ช่างเก่งและนายโดมอาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่ฯก็เริ่มงานต่อทันที งานขุดพื้นดินเพื่อฝังท่อสายไฟ ยังคงเป็นงานที่เรียกเหงื่อได้เช่นเดิม แต่งานถอนเสาไฟฟ้าเก่าและขนย้ายมาปักในตำแหน่งใหม่กลับเรียกเหงื่อได้มากกว่า ตามแผนงานแล้วหลังจากที่โครงการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์และพัฒนาหน่วยฯมหาราชเสร็จสิ้นในระยะที่ ๗ แล้ว จะเหลือเสาไฟฟ้าเก่าเพียงสองต้นที่หัวสะพานข้ามห้วยซ่งไท้เท่านั้น ซึ่งจำเป็นต้องใช้เกาะพาดสายเมนไฟฟ้าข้ามห้วยน้ำเพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าไปยังอาคารบ้านพักคนงาน ส่วนเสาไฟฟ้าและสายเมนไฟฟ้าอลูมีเนียมของเดิมทั้งหมด จะถูกรื้อถอนและเปลี่ยนเป็นสายเมนไฟฟ้าทองแดงร้อยท่อฝังใต้ดินแทน

ด้วยเหตุที่หน่วยพิทักษ์ป่ามหาราช ในอดีตเป็นสำนักงานเขตฯทุ่งใหญ่เก่า จึงมีอาคารสำนักงานอาคารบ้านพัก อาคารโรงยานพาหนะ อาคารโรงประกอบอาหาร ฯลฯ รวมถึง ๑๒ อาคาร งานติดตั้งสายเมนไฟฟ้า ร้อยท่อสายไฟฟ้าฝังใต้ดิน ฯลฯ จึงมีปริมาณมากขึ้นตามจำนวนอาคารและระยะห่างของแต่ละอาคาร ตลอดสี่วันของภารกิจครั้งที่ ๓ นี้ เจ้าหน้าที่ฯจึงต้องขนย้าย แบกหามเคลื่อนย้ายอุปกรณ์เครื่องมือขึ้นๆลงๆเนินเขาไปตามอาคารต่างๆ ท่ามกลางสายฝนที่ขยันตกลงมาทุกวัน ซึ่งทำให้พื้นดินตามทางเดินและไหล่เขาลื่นมาก ทำเอาเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครเดินล้มลุกคลุกคลาน หงายท้องไปหลายคน โดยเฉพาะนายโดม นักศึกษาปีสี่ คณะนิเทศฯ  อาสาสมัครใหม่ที่ไปร่วมภารกิจครั้งแรก ลื่นล้มหงายท้องคลุกขี้โคลนเสียหลายครั้ง

ในช่วงวันสุดท้าย นับเป็นโชคดีที่ได้กำลังอาสาสมัครนายแหลมและนายติหลุจากบ้านจะแกที่ต้องว่ายน้ำข้ามห้วยดงวี่ที่ระดับน้ำสูงท่วมหลังคารถแล้วเพิ่มเติมอีกสองนาย ทำให้งานที่เหลือในวันสุดท้ายเบาแรงลงไปมาก หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว คณะเจ้าหน้าที่ชมรมฯจึงออกเดินทางกลับในบ่ายวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๔๘ พร้อมด้วยอาสาสมัครบ้านจะแกที่โดยสารมาด้วยเพื่อเดินทางไปเยี่ยมญาติที่บ้านคลิตี้ล่าง ระดับน้ำที่ห้วยซ่งไท้ก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกันเนื่องจากฝนตกต่อเนื่องมาหลายวัน และนับเป็นโชคดีอีกครั้งที่ได้พบตุ๊ดตู่ (Varanus dumerilii)  ท้องใหญ่ตัวหนึ่งกำลังเดินข้ามทางรถ ก่อนถึงเนินหินลอยเมื่อผ่านหน่วยฯทิคองระหว่างการเดินทางกลับ จึงได้บันทึกภาพไว้ หลังจากที่นำส่งเจ้าหน้าที่ฯที่โดยสารมาด้วยอีกท่านหนึ่งที่บ้านจงอั่วเมื่อตอนค่ำแล้ว คณะเจ้าหน้าที่ฯจึงเดินทางไปขอค้างแรมที่ศูนย์ป้องกันเขื่อนวชิราลงกรณหนี่งคืน แล้วเดินทางกลับถึงชมรมฯในเช้าวันรุ่งขึ้น

Share this:

CONVERSATION