image1 image2 image3

ร่วมอนุรักษ์ ป่าทุ่งใหญ่ ห้วยขาแข้ง | ร่วมเป็นแรง พัฒนา ป่าตะวันตก | ร่วมอุดมการณ์ วาดฝัน ให้ป่าปรก | ร่วมสืบสาน ป่ามรดก โลกและไทย

มอบภาพถ่ายเสือโคร่งตัวแรกจากงานวิจัยเสือเขตฯทุ่งใหญ่ สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ



เมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๐ ชมรมฯได้มอบภาพเสือโคร่งตัวแรกที่ได้จากงานวิจัยเสือเขตฯทุ่งใหญ่แก่เขตฯรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร แก่หัวหน้าฯศักดิ์สิทธิ์ ซิ้มเจริญ สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เพื่อแสดงความขอบคุณ และเป็นที่ระลึกในความสำเร็จของการร่วมกันดำเนินดำเนินงานวิจัยเสือเขตฯทุ่ง ใหญ่ ซึ่งเสร็จสิ้นและได้ทำการประชุมสรุปผลการดำเนินงานภาคสนามที่ศาลาประชุมเสือ หน่วยฯมหาราช และปิดแคมป์เสือไปแล้วเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ที่ผ่านมาแล้ว

ความสำเร็จส่วนหนึ่งของงานวิจัยครั้งนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจและวิสัยทัศน์ของหัวหน้าฯเอิบ เชิงสะอาด ที่ขับเคลื่อนบูรณาการความร่วมมือประสานหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องเช่น สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า WCS ประเทศไทย สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ และชมรมอนุรักษ์ป่าตะวันตก นำพาสานต่อเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรสู่งานวิจัยครั้งแรกของเขตฯ ทุ่งใหญ่เพื่อพัฒนางานวิชาการ เพื่อที่จะได้นำข้อมูลที่ได้จากงานวิจัยมาใช้ประโยชน์ในการวางแผนจัดการใน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่าของเขตฯทุ่งใหญ่ต่อไป ดังเช่น โครงการสำรวจเส้นทางเดินสัตว์ป่าที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ต้นปี ๒๕๔๘ และนำสู่โครงการวิจัยเสือโคร่งในปลายปี ๒๕๔๙ ซึ่งประสบความสำเร็จแล้วเป็นอย่างดี

นับจากครั้งแรกที่เดินทางไปสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำที่ต้องใช้เส้นทาง ผ่านเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเมื่อเกือบยี่สิบปีที่แล้ว วันนี้ความเปลี่ยนแลปงที่เกิดขึ้นต่างจากภาพในอดีตมากมาย จากสาเหตุของความเจริญทางสังคมตามกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลงไป นับตั้งแต่เส้นทางถนนสาย ๓๓๓ ที่ลาดยางสะดวกสบายเรื่อยจนมาถึงอำเภอลานสัก และเส้นทางลาดยางผ่านไปยังปากทางแยกเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ซึ่งในอดีตล้วนเป็นทางลูกรังบดอัด ตลอดสองข้างทางช่วงนี้มีบ้านเรือนราษฎรเพียงไม่กี่หลังคาเรือน

เริ่มต้นจากปากทางแยกเข้าไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ระยะทางไม่ถึงสิบกิโลเมตร เส้นทางเดิมมีสภาพเป็นเส้นทางป่าที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อ ผ่านหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยงที่เดิมเคยตั้งบ้านเรือนอยู่อาศัยบริเวณพื้นที่ หน่วยพิทักษ์ป่าทุ่งแฝกในปัจจุบัน (ปัจจุบันทางราชการได้ย้ายชาวบ้านที่อยู่อาศัยแต่เดิมออกไปตั้งรกร้างใน พื้นที่อื่นหมดแล้วตั้งแต่หลังการจากไปของหัวหน้าฯสืบเมื่อสิบกว่าปีก่อน) ซึ่งกว่าจะเดินทางถึงสำนักงานเขตฯห้วยขาแข้งในสมัยก่อนก็ต้องใช้เวลาเดิน ทางกว่าชั่วโมง ซึ่งแตกต่างจากสภาพในปัจจุบันจากหน้ามือเป็นหลังมือทีเดียวที่การเดินทาง เข้าออกจากปากทางแยกไปยังสำนักงานเขตฯห้วยขาแข้งใช้เวลาเพียงสิบนาที ซึ่งเป็นผลจากโครงการพัฒนาถนนของจังหวัดอุทัยธานีเมื่อปีที่แล้วนั่นเอง

เมื่อ โลกหมุนไป สรรพสิ่งต่างๆในโลกก็เปลี่ยนแปลงไป เช่นเดียวกับธรรมชาติและผืนป่าของไทยที่หนีไม่พ้นกฎแห่งสัจธรรมนี้ ดังจะเห็นได้จากผืนป่าต่างๆทางภาคเหนือและอีสานที่หดหายลดขนาดไปพร้อมกับการ สูญสิ้นสัตว์ป่าทั้งขนาดเล็กและใหญ่ รวมทั้งสัตว์ป่าที่เป็นเหยื่ออาหารของเสือซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่นำสู่ การอวสานของเสือโคร่งไทยที่เคยมีอยู่กระจัดกระจายตามผืนป่าต่างๆในภาคเหนือ และอีสาน จน"บ้านของเสือ" ในปัจจุบันนี้คงเหลืออยู่เพียงแต่ในผืนป่าตะวันตก ป่าแก่งกระจานป่าฮาลา-บาลาและป่าในภาคใต้บางแห่งเท่านั้น ที่ยังพอมีรายงานการพบร่องรอยของเสือโคร่งอยู่

และ เมื่อถึงเวลาที่สัตว์ป่าล่มสายจากผืนป่าใดแล้ว ป่าผืนนั้นก็จะขาด "ผู้ปลูกต้นไม้" ตามธรรมชาติไปด้วย เพราะสัตว์ป่านานาชนิดที่ทำหน้าที่สำคัญในการแพร่กระจายเมล็ดพันธุ์พืชและคง ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า ซึ่งเป็นกลไกสำคัญตามธรรมชาตินี้มนุษย์ไม่อาจทำได้ดีเท่าสัตว์ป่า ป่าผืนนั้นก็จะเริ่มต้นก้าวเข้าสู่ความล่มสลายทางระบบนิเวศซึ่งเป็นขบวนการ ที่ค่อยๆเกิดขึ้นจากการขากการแลกเปลี่ยนอินทรีย์สารที่มีความเกี่ยวข้องกัน สลับซับซ้อนและใช้เวลาจนยากที่มนุษย์จะสังเกตเห็นและตระหนักถึง

และกว่าที่มนุษย์ส่วนใหญ่จะได้ตระหนักถึงข้อเท็จจริงนี้ สัตว์ป่าหลายร้อยสายพันธุ์ก็ได้สาบสิ้นสายพันธุ์ไปจากผืนป่าต่างๆแล้ว จากการล่าสัตว์ป่ามาเป็นอาหารเพื่อยังชีพ การล่าสัตว์ป่าเพื่อการค้า การล่าสัตว์ป่าเพื่อเกมส์กีฬา หรือ กระทั่งการล่าสัตว์ป่าตามค่านิยมที่สืบทอดต่อๆกันมาว่า เป็นการแสดงออกถึงความเป็นชายชาตรีที่เก่งกล้าสามารถ หรือการล่าสัตว์ป่าด้วยความคึกคะนองอยากทดสอบกำลังอำนาจของตนและอาวุธที่ ครอบครองเพียงเพื่อตอบสนองอารมณ์ความต้องการด้านมืดของจิตใจ ฯลฯ

ในเมื่อสัตว์ป่าทำหน้าที่ปลูกป่าและคงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่า และเมื่อผืนป่าทำหน้าที่ผลิตออกซิเจนอากาศที่มนุษย์ใช้หายใจในการมีชีวิต อยู่ ซึ่งไม่มีเครื่องมือจักรกลใดที่มนุษย์จะสามารถสร้างเครื่องผลิตออกซิเจนขนาด ใหญ่ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้สายพันธุ์มนุษย์หลายพันล้านคนบนโลกใบนี้ได้ดำรงอยู่และสืบสายพันธุ์ ได้เท่ากับผืนป่าที่ธรรมชาติสร้างไว้ได้ เหตุไฉนเล่าผู้คนบางกลุ่มยังไม่ตระหนักถึงเหตุผลข้อเท็จจริงนี้ กลับแย่งชิงทำลายล้างธรรมชาติสิ่งแวดล้อมผืนป่าและสัตว์ป่าที่ทรงคุณอนันต์ หลงใหลได้ปลื้มชื่นชมกับค่านิยมบริโภคเนื้อสัตว์ป่า ซึ่งเกื้อหนุนส่งเสริมวงจรค้าสัตว์ป่าอย่างไม่รู้จบสิ้น จนระบบนิเวศธรรมชาติสิ่งแวดล้อมเสียสมดุลและทวงถามเอาคืน(nature strike back) และสุดท้ายลงเอยด้วยหายนะความสูญเสียของชีวิตมนุษย์เอง ดังเหตุภัยพิบัติธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นที่ประจักษ์ครั้งแล้วครั้งเล่า และจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นอีกในอนาคตข้างหน้า หากมนุษย์ยังไม่หยุดยั้งการทำลายธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และหันมาช่วยกันร่วมมือเยียวยารักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ทุกชีวิตต้องพึ่งพิงอาศัยเสียตั้งแต่ในวันนี้

Share this:

CONVERSATION