image1 image2 image3

ร่วมอนุรักษ์ ป่าทุ่งใหญ่ ห้วยขาแข้ง | ร่วมเป็นแรง พัฒนา ป่าตะวันตก | ร่วมอุดมการณ์ วาดฝัน ให้ป่าปรก | ร่วมสืบสาน ป่ามรดก โลกและไทย

เดิน..เพื่อค้นพบ

บนเส้นทางรถ "ผมอยากให้คุณลองเดินดูนะ" ผมมักจะได้ยินคำพูดจากนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนป่าทุ่งใหญ่ในระยะเวลาสั้นๆประมาณว่า "อยากเห็นสัตว์ป่า มาทุ่งใหญ่ไม่เห็นมีสัตว์ป่าเลย" ซึ่งโดยมากผู้ที่ปรารภมักเดินทางมาด้วยรถยนต์และไม่มีเวลาเพียงพอที่จะออก เดินเท้าชื่นชมธรรมชาติอันงดงาม และความอุดมสมบูรณ์ของป่าทุ่งใหญ่ และมีแนวคิดต่อมาว่าถ้าอยากจะเห็นสัตว์ป่าต้องเข้าไปในป่าลึกๆ ถ้าใครคิดแบบนี้อยากจะบอกว่า "ผมอยากให้คุณลองเดินดูนะ" ไม่ต้องเดินที่ไหนไกลหรอก บนเส้นทางรถนั่นแหละ หากวางแผนการเดินทางเพื่อมาชื่นชมศึกษาธรรมชาติและจัดเวลามาเพียงพอ แล้วจะพบว่าสัตว์ป่าอยู่รอบๆตัวคุณ


วันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๔๘ ผมถ่ายรูป "รอยตีนเสือโคร่ง" วัดตามขวาง (วัดเฉพาะอุ้งตีนไม่รวมนิ้ว) ขนาดประมาณ ๘ ซ.ม.นับว่าตัวใหญ่มาก อีกรอยเป็นเสือโคร่งอีกตัวหนึ่งขนาดประมาณ ๗ ซ.ม.ระยะห่างสองรอยนี้ประมาณ ๑ ก.ม.

วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๔๘ ถ่ายรอยตีนเสือโคร่งได้อีกหนึ่งรอย ขนาดประมาณ ๗.๕ ซ.ม.

การได้พบแม้เพียงรอยตีนเสือโคร่งซึ่งเป็นสัตว์ป่าสำคัญที่อยู่บนสุดของห่วง โซ่อาหาร และเป็นสัตว์ที่เป็นดรรชนีบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่า ก็เพียงพอทำให้ผู้ที่ชื่นชมการศึกษาธรรมชาติตื่นเต้นและพึงพอใจ โดยมิต้องการการเผชิญหน้าหรือพบตัว

ART000023-02วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๔๘ ผมบันทึกภาพรอยตีน สมเสร็จ ไม่รวมถึงรอยตีน กระทิง หมี เก้ง กวาง แมวป่า ชนิดต่างๆ เสือขนาดเล็ก ชะมด อีเห็น ลิง ฯลฯ ที่พบบ่อยและถ่ายเก็บไว้มากแล้ว ทั้งหมดที่กล่าวมาผมถ่ายรอยตีนบนเส้นทางรถทั้งสิ้น นี่คือเครื่องยืนยันว่าสัตว์ป่าอยู่รอบๆตัวเรา และแอบมองเราอยู่ แต่การเดินทางส่วนใหญ่สำหรับผู้มาเยือนมักจะใช้ยานพาหนะและเดินทางพร้อมกันหลายๆคัน จึงไม่ได้เห็นอะไร ผมยกอีกตัวอย่าง เป็นบันทึกการเดินเท้าจากสำนักงานเขตฯถึงหน่วยทิคอง เมื่อต้นแล้งที่ผ่านมาปีนี้ ลองดูซิครับว่าผมพบอะไรบ้าง (เฉพาะที่เห็นด้วยตาเปล่า)

ออกเดินจากสำนักงานเขตฯในตอนเช้า บริเวณโค้งก่อนถึงทางเข้าทางเดินศึกษาธรรมชาติมีไม้ใหญ่ยืนต้นตายอยู่ฝั่งขวา "เหยี่ยวรุ้ง" เกาะอยู่ที่ปลายกิ่งแห้ง ช่วงเช้าแบบนี้มันยังไม่ออกหากินต้องรอให้อากาศอุ่นอีกหน่อย ที่ทางเข้าเส้นทางเดิน         ศึกษาธรรมชาติก็มีนกเจ้าประจำเจอทุกครั้งคือ "นกขุนแผนหัวแดง" เดินเข้าแนวป่าดงดิบพบ "นกเขาเขียว" เดินหากินอยู่บนทางรถ ที่ข้างทางจะรู้สึกว่า          มีตัวอะไรแอบดูเราอยู่ผมลองยืนนิ่งๆ ไม่นานก็มีเจ้าตัวซน "หมาไม้" โผล่หัวขึ้นมาแอบดู ไม่ใช่หมานะครับแต่อยู่ในวงศ์ย่อย เพียงพอน (subfamily Mustelinae) หางยาวน่ารักมาก ช่วงเช้ามืดพบว่ามันจะออกมาหากินที่สนามหญ้าหน้าสำนักงานเขตฯ เจ้าพวกนี้กินไม่ค่อยเลือกกินได้ทั้งพืชและสัตว์ขนาดเล็กๆ

เดินต่อไปอีกหน่อยจะเป็นรอยต่อป่าดงดิบกับป่าเบญจพรรณได้ยินเสียง "กระรอก" ร้องอยู่ไม่ไกล ผมไม่ทันดูให้ชัดว่าเป็นกระรอกชนิดไหน ก็ต้องผละออกมา   เสียก่อน เพราะมันเป็นเสียงร้องขับไล่ผู้บุกรุก (จริงๆแล้วเสียงร้องก็บอกชนิดได้แต่ผมยังไม่ชำนาญในเรื่องนี้) แล้วเส้นทางรถก็พาผมเข้าแนวป่าดิบแล้งอีกครั้ง ตรงจุดนี้ผมจะเจอกับ The Gang of Thungyaii มันคือฝูง "ลิงกัง" ไม่ต่ำกว่า ๓๐ ตัว ครั้งนี้ก็ไม่พลาด มันกำลังยกฝูงกันเดินไปมาบนทางรถ บางตัวอยู่           บนต้นไม้ มีทั้งตัวผู้ ตัวเมียและตัวเล็กๆปะปนกัน ส่วนใหญ่จะเป็นตัวผู้เต็มวัยที่เดินกร่างอยู่บนทางรถ และอย่าหวังว่ามันจะหนีเมื่อเห็นผม แยกเขี้ยวใส่อีกต่าง      หาก จึงจำเป็นต้องใช้มารยาทผู้มาเยือนอันดี นั่งคอยจนมันเริมเบื่อผมแล้วปีนขึ้นต้นไม้และจากไป

สุดแนวป่าดิบก็เข้าสู่ป่าเต็งรังสลับเบญจพรรณสลับทุ่งหญ้า สลับกันไปมาคืออยู่ปนๆกัน แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของผืนป่าได้เป็นอย่างดี ในบริเวณนี้พบ      ไก่ป่าส่วนใหญ่จะพบตัวเมียตัวลายๆที่มีสีกลมกลืนกับสภาพป่า "นกกระทา" ก็ตื่นหนีเข้าป่าข้างทางรถไป สภาพทางรถในช่วงนี้ (บันทึกในช่วงฤดูแล้ง) จะมี แดดส่องถึงพื้นผิวดินเริ่มแห้งเป็นฝุ่น เป็นสมุดบันทึกรอยตีนสัตว์ชั้นเยี่ยม "รอยตีนเก้ง" นี่เจอแน่ๆ อยู่แล้ว "รอยตีนกระต่ายป่า" มีรอยขนประทับไว้บนฝุ่นด้วย และรอยตีนของพวก "ชะมด" หรือ "อีเห็น" ไม่ค่อยแน่ใจเพราะรอยไม่ค่อยชัดและย่ำทับกันมั่วไปหมด

ใกล้ถึงหน่วยพิทักษ์ป่าทิคอง เสียง "ชะนี" ร้องอยู่ในแนวป่าดิบแล้งริมห้วยเล็กๆ "เหยี่ยวรุ้ง" บินร่อนเวียนวนอยู่บนฟ้า ข้างทางใกล้ๆ "นกกินแมลง" ร้องเล่นเต้นรำอยู่ตามพุ่มหญ้า ลมพัดยอดหญ้าไหว ใบเต็งรังหลากสีร่วงหล่นให้บรรยากาศแบบหนังจีนกำลังภายใน แต่นี่ไม่ใช่หนัง หากแต่เป็นเรื่องจริงของตำนานชีวิตสัตว์ป่าแห่งทุ่งใหญ่ที่เล่าขานสืบเนื่องกันมาเนิ่นนานจากรุ่นสู่รุ่น

นี่คือความจริงที่ทุกคนสัมผัสได้ เมื่อสร้างโอกาสให้ตัวเองในการได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างแท้จริง ไม่จำเป็นต้องไขว่คว้าบนเส้นทางอันยาวไกลหรือป่าลึก หากแต่ผู้ที่รักและชื่นชมธรรมชาติทั้งหลายอาจต้องจอดพักรถยนต์ไว้ แล้วหารองเท้าคู่โปรดที่ซื่อสัตย์สักคู่ เดินเท้าออก กำลังกายเรียกแรงและปาดเหงื่อเพื่อเป็นการเสริมสร้างสมรรถภาพแก่สุขภาพร่างกายของตนเอง และรับประสบการณ์การสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดและแท้จริงจากความมานะอดทนของท่านเอง แล้วรอรับรางวัลที่ป่าทุ่งใหญ่จะมอบให้แก่ท่านตามย่างก้าวตลอดเส้นทางเดินเท้าของท่าน ที่ไม่อาจพบได้หากท่านนั่งอยู่บนหลังล้อยางรถยนต์..

ที่ที่เราคิดไปเองว่าไม่มีอะไร "มีครับ" ผมยืนยัน ไม่จำเป็นต้องเชื่อผม ลองดูดีกว่า "ผมอยากให้คุณลองเดินดูนะ"

ประนุช
๑๓ มิ.ย.๔๘

Share this:

CONVERSATION