image1 image2 image3

ร่วมอนุรักษ์ ป่าทุ่งใหญ่ ห้วยขาแข้ง | ร่วมเป็นแรง พัฒนา ป่าตะวันตก | ร่วมอุดมการณ์ วาดฝัน ให้ป่าปรก | ร่วมสืบสาน ป่ามรดก โลกและไทย

การสนับสนุนอุปกรณ์ เสบียงอาหาร เพื่องานลาดตระเวนป่าเขตฯทุ่งใหญ่



ระหว่างวันที่ ๕ - ๑๐ กันยายน ๒๕๔๙ ชมรมฯได้สนับสนุนมอบอุปกรณ์และเสบียงอาหารแก่เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนป่าเขตฯทุ่งใหญ่ระหว่างภารกิจ การติดตั้งอุปกรณ์ระบบสื่อสารด้วยดาวเทียมเขตฯทุ่งใหญ่ เพื่อสนับสนุนงานป้องกันพื้นที่ทุ่งใหญ่ชั้นใน ที่ชมรมฯได้เสนอหัวหน้าฯเอิบ เชิงสะอาด เมื่อปี ๒๕๔๗ในการจัดตั้งชุดปราบปรามป้องกันพื้นที่ทุ่งใหญ่ชั้นในเพื่อความชัดเจน และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในเชิงปฏิบัติการ ด้วยพื้นที่ชั้นในเขตฯทุ่งใหญ่มีความสำคัญเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า หนาแน่นกว่าพื้นที่ส่วนอื่น และมีปัญหาการลักลอบล่าสัตว์ป่าต่อเนื่องมาตั้งแต่ก่อนประกาศจัดตั้งเขตฯ ทุ่งใหญ่ตราบกระทั่งปัจจุบัน โดยมีผู้ช่วยฯธวัช สันธิสิริ รับหน้าที่และรับผิดชอบเป็นคนแรก ซึ่งชมรมฯได้ให้การสนับสนุนฝ่ายปราบปรามป้องกันพื้นที่ชั้นในอย่างต่อเนื่องตลอดมา จนกระทั่งผู้ช่วยฯอนันต์ ศรีผุดผ่อง (หัวหน้าศูนย์พิทักษ์ป่าที่ ๒) รับผิดชอบหน้าที่ดังกล่าวต่อมาในปัจจุบัน

หลังจากชมรมฯได้รับรายการเสบียงอาหารที่ "เดินเท้าหนึ่ง" ส่งมาจากเขตฯทุ่งใหญ่ ที่กำลังขาดแคลนและต้องการของเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนป่า เนื่องจากเป็นฤดูฝนของเขตฯทุ่งใหญ่ที่การสนับสนุนเป็นไปด้วยความลำบากแล้ว ชมรมฯจึงได้จัดหาเสบียงอาหารตลอดจนอุปกรณ์สนับสนุนงานลาดตระเวนป่าแล้วออก เดินทางพร้อมกับภารกิจการติดตั้งอุปกรณ์ระบบสื่อสารด้วยดาวเทียม และได้แวะส่งมอบเสบียงอาหารแก่เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนป่าหน่วยฯทิคองเป็นจุดแรกเมื่อวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๔๙ พร้อมกับส่งคืนวิทยุสื่อสารที่ชำรุดและทำการซ่อมแก้ไขแล้วหนึ่งเครื่อง และมอบแบตเตอร์รี่ประจำห้องวิทยุสื่อสารหน่วยฯหนึ่งลูกแทนลูกเดิมที่ชำรุดใช้งานไม่ได้ เพื่อเจ้าหน้าที่หน่วยฯใช้สำรองไฟฟ้าและประจุไฟฟ้าให้กับเครื่องวิทยุสื่อสาร

จนเมื่อภารกิจงานติดตั้งอุปกรณ์ระบบสื่อสารด้วยดาวเทียมสำเร็จลงแล้ว ในเช้าวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๔๙  หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าจะแกจึงนำเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนเดินทางออกจากหน่วยพิทักษ์ป่ามหาราช หลังจากที่ประชุมหารือเรื่องเป้าหมายแผนที่และกำหนดแผนงานของภารกิจและจัดเตรียมอาวุธแล้ว ชมรมฯจึงได้มอบเสบียงอาหารแห้งที่จัดเตรียมมาแก่เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนป่า ซึ่งสนธิกำลังจากเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่ามหาราช เซซาโว่ แม่กะสะ และจะแก เพื่อสนับสนุนภารกิจดังกล่าว พร้อมทั้งมอบถุงเท้ากันทากที่ชมรมฯผลิตขึ้นและน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวน ๕๐ ลิตร เพิ่มเติมจากที่หัวหน้าฯเอิบจัดให้จำนวน ๖๐ ลิตร สนับสนุนภารกิจครั้งนี้ เติมรถยนต์ของเขตฯทุ่งใหญ่เพื่อขนส่งกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมอาวุธและเสบียง อาหารไปที่ห้วยดงวี่ด้วย เพื่อที่เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนป่า จะได้ไม่ต้องเสียเวลาในการแบกเสบียงเดินเท้าจากหน่วยฯมหาราชไปยังห้วยดงวี่ ซึ่งอยู่ห่างออกไป ๑๒ กิโลเมตร

อาจเป็นเรื่องยากที่คนเมืองบางคนที่ไม่มีประสบการณ์ ไม่เคยสัมผัส และไม่เข้าใจวิถีแห่งป่า จะเข้าใจถึงความยากลำบาก ในการการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนรักษาป่าของเจ้าหน้าที่เขตฯ ทุ่งใหญ่ ซึ่งคงไม่ต่างกับเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนป่าหรือพิทักษ์ป่าในผืนป่าอื่นๆ ที่ยังต้องโง (แบก) เสบียงอาหาร เดินเท้าขึ้นเขาที่ลื่นและลาดชันข้ามห้วยข้ามน้ำเป็นระยะทางไกลหลายสิบกิโลซึ่งต้องใช้เวลาเป็นวันวัน เพื่อที่เขาเหล่านั้นจะได้มีข้าวกินและมีแรงในการทำงานลาดตระเวนป่า ตรวจตราพื้นที่เพื่อพิทักษ์ธรรมชาติและสัตว์ป่าตามหน้าที่รับผิดชอบ

ข้าวและอาหารแต่ละคำกลางป่าในฤดูฝน จึงหามาด้วยความยากลำบาก ดังเป็นเรื่องเล่าขานสู่กันฟังในหมู่ผู้ทำงานจากรุ่นสู่รุ่นนับแต่อดีตมา ยิ่งเมื่อยุคใดในผืนป่าต่างๆที่ข้าราชการ ผู้บังคับบัญชา ไม่เหลียวแลเอาใจใส่ดูแลพนักงานลูกจ้างเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนป่าปล่อยให้อยู่ กันตามมีตามเกิดด้วยแล้ว ขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานก็จะยิ่งถดถอย และส่งผลให้การทำหน้าที่รักษาผืนป่าและสัตว์ป่าไร้ประสิทธิภาพตามไปด้วย ดังที่ คุณฟิลิป ดี ราวน์ นักอนุรักษ์นกรุ่นบุกเบิก ผู้ได้สัมผัสชีวิตลูกจ้างพนักงานพิทักษ์ป่าจากการที่ได้มีโอกาสและ ประสบการณ์ในการทำงานอนุรักษ์ศึกษานกตามผืนป่าต่างๆทั่วประเทศ ได้เคยกล่าวเรียกร้องให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ หันมาดูแลเอาใจใส่ลูกจ้างพนักงานป่าไม้ให้มากยิ่งขึ้น

และอาจมีผู้สงสัยตั้งคำถามว่า หากลูกจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนพิทักษ์ป่าที่มีอยู่กว่าสี่หมื่นคน ที่ปฏิบัติงานอยู่ตามผืนป่าต่างๆทั่วประเทศ ยังอยู่ในภาวะขาดแคลนการสนับสนุนปัจจัยจำเป็นพื้นฐานในการปฏิบัติงาน แล้วเราจะรักษาสัตว์ป่าและผืนป่าทั่วแผ่นดินไทยได้อยู่หรือ? เรา จะต้องสูญเสียสัตว์ป่าที่เหลือน้อยเต็มที ซึ่งบางสายพันธุ์ก็อยู่ในภาวะถูกคุกคามอย่างหนักใกล้จะสูญพันธุ์ ไปในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ยังต้องเสียเวลาเดินเท้าแบกเสบียงเพื่อใช้กินและ จะได้มีแรงกำลังในการทำงาน ไปอีกกี่ตัว? นี่นับเป็นการสูญเสียโอกาสในการปกป้องชีวิตสัตว์ป่าจากผู้ลักลอบล่าและค้าสัตว์ป่าใจร้ายหรือไม่?

ใน ความเป็นจริงแล้ว ภาวะปัญหาดังกล่าวมิได้เกิดขึ้นทุกเมื่อเชื่อวัน หากแต่เกิดขึ้นในบางครั้งบางคราวช่วงฤดูฝนตามผืนป่าต่างๆทั่วไป ที่เจ้าหน้าที่เหล่านั้นต้องประสบความยากลำบากเรื่องเสบียงอาหารการกินใน ระหว่างฤดูฝนเท่านั้น  และคงไม่มีใครสามารถให้คำตอบที่ชัดเจนถูกใจทุกคนได้เป็นแน่ หากสอบถามขอความเห็นจากผู้มีอาชีพและประสบการณ์แตกต่างกันสักสิบคน บางทีเราอาจจะได้ความเห็นไม่เหมือนกันเลยสักคนเดียวก็เป็นได้ คงต้องฝากคำถามนี้ไว้กับผู้มีหน้าที่บริหารจัดการและกำหนดนโยบายการจัดการ ผืนป่า และทรัพยากรของประเทศ เพราะว่าบางทีคำตอบที่สร้างสรรค์ นโยบายแผนงานดีๆซึ่งจะขับเคลื่อนการดำเนินไปยังผู้ปฏิบัติงานส่วนล่างสุดของ โครงสร้างกำลังพลของกรมอุทยานฯที่รอรับคำสั่งอยู่ตามผืนป่าต่างๆนั้น อาจจะถูกเขียนไว้เรียบร้อยแล้วก็ได้ หรือหากแต่บางทีอาจจะยังต้องรอ ผู้มีความมุ่งมั่นในอุดมการณ์และตระหนักว่าควรจะวางแนวการจัดการทรัพยากร ธรรมชาติของประเทศอย่างไรในวันนี้ เพื่อที่จะรักษาทรัพยากรธรรมชาติสัตว์ป่าและผืนป่าของประเทศให้ยั่งยืนต่อไป เพื่อประโยชน์แก่ประเทศและลูกหลานในอีกสามสิบสี่สิบปีข้างหน้า ดังเช่นข้าราชการกรมป่าไม้และนักอนุรักษ์ที่ล่วงลับไปแล้วในอดีต ที่ได้เคยช่วยกันวางรากฐานเป้าหมายกรอบการดำเนินงานและแนวทางในการบริหาร จัดการทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้ ให้เรายังมีผืนป่าเหลือรอดสืบมาให้พวกเราได้ดูแลกันในวันนี้

สิ่ง ที่ชมรมฯพอทำได้ในวันนี้ ก็คือช่วยเหลือเกื้อกูลกันไปตามมีตามเกิด ถึงแม้ชมรมฯกำลังจะน้อยแต่ถือหลักว่า "มีใช้ยังดีกว่าไม่มี" จะมากจะน้อยเราก็ช่วยกันไปไม่นิ่งดูดายคอยเติมกำลังใจให้กัน อย่างน้อยที่สุดความสนับสนุนเล็กๆน้อยๆนี้ ก็ยังช่วยเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนพิทักษ์ป่าทั้งหลายให้ไม่ รู้สึกโดดเดี่ยว อบอุ่นใจที่ยังมีกลุ่มคนที่เข้าใจและเห็นใจในการปฏิบัติหน้าที่อันสำคัญและ มีเกียรติของเขาเหล่านั้น  ข้าวปลาอาหารเครื่องมือเครื่องใช้อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือในการทำงานที่ จำเป็นขาดแคลนและต้องการต่างๆ ถูกทยอยจัดหาและส่งมอบไปยังเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนตามหน่วยพิทักษ์ป่าต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา และจะยังดำเนินต่อไปตราบเท่าที่ยังมีผืนป่าและสัตว์ป่าให้เราดูแลรักษา

แต่ไม่ว่าชีวิตความเป็นอยู่จะแร้นแค้นอย่างไรก็ตาม ก็ยังมีลูกจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนพิทักษ์ป่าที่ยังคงเต็มเปี่ยม ด้วยอุดมการณ์ที่เกิดแต่ตัวและได้รับการถ่ายทอดปณิธานสืบต่อกันมา ที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ในผืนป่าต่างๆดังเช่น "นายเข่ง" ลูกจ้างเขตฯทุ่งใหญ่ ที่เข้าทำงานตั้งแต่ปี ๒๕๒๗ ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านประสบการณ์ทำงานในทุกสภาวะตามกาลเวลาที่หมุนเวียนเปลี่ยนไป พร้อมกับข้าราชการและหัวหน้าเขตฯที่ผ่านมาผ่านไปกว่ายี่สิบปี ซึ่งยังคงมุ่งมั่นทำงานรักษาป่าไม้และสัตว์ป่าของผืนป่าทุ่งใหญ่อย่างมั่นคง ไม่เปลี่ยนแปลง แม้จะมีการศึกษาน้อยแต่ก็เข้าใจถึงบทบาทภาระหน้าที่ "รักษาป่า" ของตนเองดี อีกทั้งได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างดีแล้วผู้หนึ่ง นับเป็นบุคคลากรที่มีค่าของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และนับเป็นอีกหนึ่งของความภาคภูมิใจของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร และชมรมอนุรักษ์ป่าตะวันตกด้วย

กรณีครูซีแปดและเหมืองบรองดี้ อีกบทเรียนรอยแผลของป่าทุ่งใหญ่

ต้นปี ๒๕๓๘ มีกลุ่มคณะล่าสัตว์ประกอบด้วยข้าราชการครูซีแปดและเพื่อนข้าราชการเข้ามาใน เขตฯทุ่งใหญ่โดยอ้างชื่อหัวหน้าเขตฯวิทยา ตั้งแค็มป์ที่พักอยู่ที่ตอนบนของห้วยเซซาโว่แล้วออกทำการล่าสัตว์ป่าในเวลา กลางคืน ได้ยินเสียงสับเขียงดังโป๊กๆหลังจากที่คณะล่าสัตว์ป่าไปส่องสัตว์กลับมาโดย ไม่สนใจเจ้าหน้าที่สองนายที่เฝ้ารักษาพื้นที่บริเวณนั้น (ที่นายจิตติ สวัสดิ์สาย วางกำลังไว้ตามจุดต่างๆรวมทั้งที่ห้วยเซซาโว่ด้วย) นายเข่งจึงชักชวนนายทุ่งออกเดินเท้าจากห้วยเซซาโว่ไปรายงานนายประพนธ์ หอฉอย หัวหน้าหน่วยฯแม่กะสะ ซึ่งอยู่ห่างออกไปเก้ากิโลเมตร ท่ามกลางความมืดในยามค่ำคืนหลังจากที่ได้ยินเสียงปืนของคณะล่าสัตว์ดังขึ้นอีกหลายครั้ง

หลังจากที่ปลุกหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าแม่กะสะและรายงานเหตุการณ์ให้ทราบแล้ว จึงเร่งรัดออกเดินทางด้วยรถประจำหน่วยฯลงเขามายังหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยซ่งไท้ และมาถึงเมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืนแล้ว จึงปลุกนายจิตติ ผู้ช่วยฯประสิทธ์และผู้ช่วยฯมนตรี แล้วรายงานเหตุการณ์ให้ทราบ ระหว่างขับรถเดินทางลงมาจากหน่วยฯแม่กะสะในคืนนั้น มีกระทิงตัวหนึ่งกระโดดข้ามตัดหน้ารถที่ด่านกระทิงบนเขาดงวี่ ทำให้ฝากระโปรงรถบุบและรถคันดังกล่าวยังจอดอยู่ที่หน่วยฯแม่กะสะในสภาพนั้น ต่อมาอีกหลายปี

หลังทราบเหตุการณ์ไม่ปรกติแล้ว เจ้าหน้าที่เขตฯทุ่งใหญ่จึงออกเดินทางขึ้นเขาไปจอดซุ่มที่ทุ่งเซซาโว่ในคืนนั้น รอจนรุ่งเช้าจึงนำกำลังเข้าตรวจค้นจับกุมคณะล่าสัตว์ป่า ยึดอาวุธปืนล่าสัตว์และซากสัตว์ป่าได้จำนวนหนึ่ง ที่ถังแช่น้ำแข็งนอกจากมีเลือดสัตว์ป่าเปรอะอยู่ทั่วไปแล้ว ยังพบซากสัตว์ป่าอัดแน่นในถังแช่น้ำแข็งนั้นด้วย รวมทั้งเครื่องในสัตว์ป่าที่อยู่ในหม้อต้นที่กองไฟอีกหนึ่งหม้อ

คณะเจ้าหน้าที่เขตฯทุ่งใหญ่จึงควบคุมตัวคณะล่าสัตว์ป่าลงมาเขียนบันทึก การจับกุมที่หน่วยพิทักษ์ป่าห้วยซ่งไท้ เสร็จแล้วจึงควบคุมตัวคณะล่าสัตว์ป่าลงมาที่หน่วยพิทักษ์ป่าทินวยเพื่อนำส่ง เจ้าพนักงานตำรวจท้องที่อำเภอสังขละบุรีต่อไป แต่เกิดเหตุผิดพลาดผู้ต้องหาไม่ได้ตามเจ้าหน้าที่เขตฯทุ่งใหญ่ไปที่ สภอ.เมืองสังขละบุรี หลบหนีไประหว่างทาง ซึ่งภายหลังเจ้าพนักงานตำรวจได้สอบสวนติดตามคณะล่าสัตว์ป่ามาให้นายเข่ง -เจ้าหน้าที่เขตฯทุ่งใหญ่ชี้ตัวได้สองคน ส่วนที่เหลือในคณะล่าสัตว์ป่านั้นรอดพ้นจากคดีไปได้ทั้งหมด

ระหว่างที่เป็นคดีความอยู่นั้น นายเข่งถูกอิทธิพลเถื่อนกดดัน มีคนงานจากเหมืองออกไล่ล่าตามหานายเข่งในเขตฯทุ่งใหญ่ (สมัยนั้นยังมีการประกอบกิจการเหมืองแร่อยู่ในเขตฯทุ่งใหญ่และภัยมืดอิทธิพล เถื่อนเป็นเรื่องที่กฎหมายบ้านเมืองเอื้อมมือไปไม่ถึง) จนนายเข่งต้องหลบลี้หนีภัยมืดไปอยู่หน่วยพิทักษ์ป่าใกล้ชายแดนพม่าระยะหนึ่ง ด้วยเหตุผลความไม่ปลอดภัยของชีวิต จนเมื่อมีการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วยงานกว่า ๓๐๐ นาย บุกทลายจับกุมคนงานเหมืองบรองดี้ ซึ่งแอบลักลอบล่าสัตว์ป่า ในปลายปี ๒๕๓๘ ซึ่งหัวหน้าฯเอิบ เชิงสะอาด ปฏิบัติหน้าที่สายตรวจกรมป่าไม้ในขณะนั้นได้ร่วมในภารกิจครั้งนี้ด้วย และสามารถยึดอาวุธล่าสัตว์และซากสัตว์ป่าได้จำนวนมากมายซึ่งต้องใช้รถบรรทุก กระบะถึงสองคันในการขนย้าย แล้วนายเข่งจึงย้ายกลับมายังภูมิลำเนาถิ่นอาศัยที่บ้านจะแกและปฏิบัติ หน้าที่พิทักษ์ป่าทุ่งใหญ่ต่อเนื่องมา จนเมื่อเวลาผ่านไปเหตุการณ์ภัยมืดที่คุกคามชีวิตจึงสงบลง

ปัจจุบัน "นายเข่ง" ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานราชการ ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช
และปฏิบัติหน้าที่เฝ้ารักษาป่าทุ่งใหญ่แทนคนไทยอยู่ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร

Share this:

CONVERSATION