image1 image2 image3

ร่วมอนุรักษ์ ป่าทุ่งใหญ่ ห้วยขาแข้ง | ร่วมเป็นแรง พัฒนา ป่าตะวันตก | ร่วมอุดมการณ์ วาดฝัน ให้ป่าปรก | ร่วมสืบสาน ป่ามรดก โลกและไทย

การก่อสร้างสถานีวิทยุสื่อสารแม่ข่ายทุ่งใหญ่ (เขาพระฤๅษี) ระยะที่ ๔ ครั้งที่ ๑



๒๓ ธ.ค. ๔๗
หมอโนมาช่วยคัดแยกยาและเวชภัณฑ์ จำนวนมากลงกล่อง เพื่อนำส่งแจกจ่ายแก่หน่วยฯพิทักษ์ป่าต่างๆ โดยแต่ละกล่องบรรจุยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นและใช้บ่อยจำนวน ๑๕ รายการ ซึ่งหมอโนใช้เวลากว่า ๓ ชั่วโมง จึงสามารถคัดแยกและบรรจุลงกล่อง พร้อมทั้งเขียนรายชื่อยาและการใช้กำกับลงกล่อง ช่างอั๋น และ ช่างเล็ก ช่วยกันขนวัสดุอุปกรณ์เครื่องมือขึ้นยานพาหนะจนเต็มเพียบเช่นเดิม แล้วออกเดินทางเมื่อเวลา ๒๓.๓๐ น. ระหว่างทางแวะรับลุงแก๊สที่หมู่บ้านกรุงไทย จ.กาญจนบุรี เพื่อร่วมเดินทางเข้าเขตฯกลับที่ตั้งด้วยกันถึงไทรโยคน้อยเมื่อเวลาประมาณตีสี่ จอดรถเพื่อกินก๋วยเตี๋ยวเจ้าประจำคนละชามอากาศเย็นสบายแล้วเดินทางต่อ

๒๔ ธ.ค. ๔๗
เรามาถึงเขตฯทุ่งใหญ่แต่เช้า เส้นทางผ่านหมู่บ้านต่างๆที่ผ่านมาได้รับการปรับปรุงบดอัดสภาพดีมาก ทำให้การเดินทางใช้ระยะเวลาน้อยลงกว่าเดิมมาก เมื่อจอดยานพาหนะที่บริเวณบ้านพักคนงานแล้ว ช่วยกันนำผ้าห่ม และยา ลงจากเพลิงพยัคฆ์ โดยมีเจ้าหน้าที่หน่วยฯ มาช่วยกันขนถ่ายสัมภาระต่างๆลง นายฉลอง จำปาเงิน ทำหน้าที่รับมอบผ้าห่มจำนวน ๖๐ ผืน เวชภัณฑ์ จำนวน ๒๓ กล่อง เพื่อแจกจ่ายแก่เจ้าหน้าที่ตามหน่วยพิทักษ์ป่าต่างๆ และแผ่นป้ายทองเหลืองประวัติ "อีแก่" เพื่อติดตั้งที่ อนุสรณ์ "อีแก่" บริเวณหน้าเขตฯ และภาพพิมพ์ไวนิลทุ่งใหญ่ ขนาด ๔x ๑.๒ เมตร เพื่อติดตั้ง ณ อาคารศูนย์ข้อมูลนิทรรศการสำนักงานเขตฯทุ่งใหญ่ เรากินมื้อเช้าที่โรงครัว ตามคำเชื้อเชิญของพี่พเยาว์ โดยมีป้าน้อยเป็นผู้ปรุงข้าวต้มให้คนละ ๑ ชาม แล้วออกเดินทางต่อ

มาถึงหน่วยฯทิคอง ก่อน เที่ยง ส่งลุงแก๊สลงที่นี่พร้อมมอบผ้าห่มกันหนาวให้ ๑ ผืน และเวชภัณฑ์ประจำหน่วย ๑ กล่อง ระหว่างทางลุงแก๊สรายงานให้ทราบว่าไฟฉายรุ่นใหม่ที่ชมรมฯมอบให้ทดลองใช้ เมื่อเดือนที่แล้ว ประสิทธิภาพดีมากเป็นที่ถูกใจ เพราะไม่ต้องเปลืองสตางค์ซื้อถ่านไฟฉายอีกให้แสงสว่างพอเพียงยามค่ำคืนใน บริเวณบ้านพักได้ดี

ออกเดินทางมาถึงหน่วยฯมหาราชหลังเที่ยงเล็กน้อย พบพี่จิตติ ลุงพนม นายแป๊ะ พี่แหมว น้องกุ้ง ลูกกวาง และเจ้าหน้าที่ใหม่อีก ๒ นาย ทำการแจกจ่ายผ้าห่มและเวชภัณฑ์ประจำหน่วย แล้วกินมื้อเที่ยงที่นี่ ก่อนออกเดินทางต่อไป โดยรับพี่จิตติ นานแป๊ะ ลุงพนม และเจ้าหน้าอีก ๒ นาย ถึงเขาพระฤๅษีเราเดินเท้าขึ้นเขา ขณะที่พี่จิตติขับเพลิงพยัคฆ์ขึ้นเขา แล้วช่วยกันขนถ่ายวัสดุเครื่องมือลง ช่างอั๋นเดินลงไหล่เขาไปทำการตีผังและตรวจสอบแนวเสาและก้นหลุมอีกครั้ง พี่จิตติกับนายแป๊ะและลงพนม ช่วยกันหาระดับน้ำก้นหลุม แล้วตอกหมุดระดับพื้นก้นหลุม แล้วขับรถลงเขาไปเอาน้ำที่ห้วยเซซาโว่ ขึ้นเขามา เพื่อใช้สำหรับการผสมคอนกรีตเทพื้นก้นหลุมอาคารสถานีวิทยุฯในวันรุ่งขึ้น กว่าจะเสร็จงานวันแรก ก็เย็นมากแล้ว เราถึงหน่วยฯเซซาโว่ก่อนค่ำเล็กน้อย หลังมื้อค่ำ เราหารือกันถึงแผนการทำงานในวันรุ่งขึ้น แล้งจึงแยกย้ายกันพักผ่อน เนื่องจากอิดโรยจากการเดินทางข้ามคืน อากาศหนาวเย็นประมาณ ๑๕ องศา

๒๕ ธ.ค. ๔๗
พี่จิตติตื่นแต่เช้ามือ เราต่างทยอยแล้วมานั่งล้อมวงผิงไฟเอาไออุ่น ต้มกาแฟสนทนากัน เมื่อฟ้าสางแล้ว หลังจากมื้อเช้า เรามุ่งหน้าขึ้นเขาโดยทิ้งช่างอั๋น ช่างเล็ก นายโบว์ นายอ่อง และพี่เสือ ซึ่งเขตฯส่งมาสนธิกำลังจากหน่วยแม่กะสะ ไว้ที่หน่วยเซซาโว่ เพื่อแยกกันทำงานกั้นฝาไม้เฌอร่าบ้านพักหน่วยฯ ส่วนที่เหลือขึ้นเขาไปกับรถเพื่อทำงานคอนเทคอนกรีตก้นหลุมอาคารสถานีวิทยุฯ งานคอนกรีตยังคงเป็นงานหนักที่ต้องใช้แรงงานและความร่วมมือร่วมใจเช่นเดิม ครั้งนี้ เราต้องผสมคอนกรีตที่ยอดเขาแล้วตักใส่กระป๋องเดินหิ้วลงไหล่เขา ทำให้เสียเวลามากกว่าภารกิจครั้งก่อนๆ งานค่อยๆคืบหน้าไปทีละหลุม ตั้งแต่เช้า เรื่อยมาจนถึงเย็น กว่าจะส่งปูนในกระป๋องสุดท้ายลงหลุมไปได้ก็เย็นมากแล้ว วัสดุก่อสร้างที่เตรียมมาก็หมดลงพอดี พร้อมกับน้ำที่ขนขึ้นเขามาจากห้วยเซซาโว่ด้วยเช่นกัน เราเดินเท้าลงจากเขาหลังจากที่เก็บสัมภาระเครื่องมือเข้าที่ทางเรียบร้อย แล้ว มาถึงหน่วยฯเมื่อสิ้นแสงอาทิตย์ไปพักใหญ่ ลงห้วยอาบน้ำล้างน้ำปูนที่กัดมือเท้าออกมาทั้งวันแล้วค่อยรู้สึกสบายตัวขึ้น ข้าฯเดินแวะไปดูช่างอั๋น ช่างเล็ก และลูกมือช่วยกันซอยโครงเหล็กเพื่อยึดฝาไม้เฌอร่าบ้านพักเจ้าหน้าที่ชั้น ล่างเสร็จแล้วแต่ยังไม่ได้ซอยโครงเหล็กซีลายน์สำหรับยึดแผ่นเฌอร่า ดูท่าแล้วคงต้องใช้เวลาพรุ่งนี้อีกทั้งวัน

๒๖ ธ.ค.๔๗
อากาศเมื่อคืนหนาวมาก ประมาณ ๑๐ องศา เราตื่นแต่เช้าเนื่องจากเช้านี้มีฝูงชะนีมาอาศัยอยู่ในดงไม้ข้างราวป่าหลังหน่วยฯ และส่งเสียงกู่ร้องโวหกเหวกแต่เช้า พอแสงอาทิตย์เริ่มจับที่ปลายขอบฟ้าเสียงนกร้องก็ส่งเสียงร้องกันระงมไปทั้งราวป่า เรานั่งดื่มกาแฟข้างกองไฟและฟังเสียงนกร้องไปพลาง ซึ่งฟังดูคล้ายเสียงดนตรีเหมือนกัน

หลังมื้อเช้าแล้ว พี่จิตติขับเพลิงพยัคฆ์ลงไปสำนักงานเขตฯทุ่งใหญ่กับนายแป๊ะ เพื่อนำหินทรายที่ชมรมฯส่งเข้ามาล่วงหน้าแล้ว แต่เขตฯทุ่งใหญ่ไม่มีรถขนถ่ายขึ้นมาส่งที่เซซาโว่เพื่อใช้เทพื้นห้องวันพรุ่งนี้ กำลังที่เหลือทั้งหมดอยู่ที่หน่วยฯช่วยกันทำงานปรับปรุงบ้านพักหน่วยฯ เราแบ่งงานออกเป็นสองทีม ช่างเล็ก ๑ ทีม และช่างอั๋น อีก ๑ ทีม ช่วยกันตั้งวงกบหน้าต่างและซอยโครงสำหรับยึดแผ่นไม้เฌอร่า งานดำเนินไปอย่างเร่งรีบตามสไตล์ช่างอั๋นทั้งวัน เราได้หยุดพักเป็นช่วงสั้นๆ ครั้งละประมาณ ๕ นาที เมื่อต้องมีการสลับใช้เครื่องสว่านกับเครื่องตัดเหล็ก เนื่องจากเครื่องปั่นไฟเบนซินเคลื่อนที่มีอยู่เพียงตัวเดียว ซึ่งเป็นเครื่องที่ชมรมฯ มอบให้เขตฯเมื่อ ๔ ปี ก่อน ซึ่งนับว่าถูกนำมาใช้งานอย่างคุ้มค่าอีกครั้งในภารกิจครั้งนี้

งานซอยโครงซีลายยึดแผ่นไม้เฌอร่าตั้งวงกบเป็นงานที่ต้องใช้ไหวพริบปฏิภาณ ซึ่งช่างอั๋นและช่างเล็กเป็นช่างชำนาญงานมีทักษะเชิงช่างแก้ไขปัญหาขัดข้อง ต่างๆหน้างานตลอดเวลา งานดำเนินไปอย่างต่อเนื่องจนเวลาบ่ายสองโมงนายตาลหัวหน้าหน่วยฯแม่กะสะก็ขับรถเข้ามาถึงหน่วยฯเพื่อพักรถ ก่อนออกเดินทางต่อไปยังจุดหมาย ข้าฯมอบเวชภัณฑ์และยาจำนวน ๓ กล่อง สำหรับหน่วยฯแม่กะสะ จะแก และเดอลู ไปกับนายตาลเพื่อนำไปแจกจ่ายต่อ พวกเราทำงานตามที่ช่างอั๋นและช่างเล็กสั่งการตลอดเวลาต่อไป จนเมื่อพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ช่างอั๋นก็สั่งให้พี่เสือดับเครื่องปั่นไฟและยุติงานในวันนั้น ซึ่งพอดีกับที่พี่จิตติกับนายแป๊ะขับรถลงเขามาถึงหน่วยพร้อมกับวัสดุก่อ สร้างหนึ่งคันรถ เราต่างดีใจที่จะได้หยุดพักหลังจากที่ก้มๆเงยๆปีนขึ้นๆ ลงๆนั่งร้านมาตลอดทั้งวันจนปวดเมื่อยไปทั้งตัว พวกเราต่างทยอยเดินไปที่ข้างห้วยเพื่ออาบน้ำแล้วมานั่งกินมื้อค่ำท่ามกลาง แสงเทียนในความมืดข้างห้วยเซซาโว่และหารือกันถึงเรื่องงานเทพื้นวันพรุ่งนี้ พี่จิตติเดินมาบอกผมว่าวันนี้เป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่าซึ่งข้าฯเกือบลืมไป แล้ว คืนนั้นพวกเราจึงนั่งเสวนากันหลายเรื่องอยู่ข้างกองไฟท่ามกลางอุณหภูมิที่ ทยอยลดลงรวมทั้งเรื่องอนาคตทุ่งใหญ่กับสังคมที่เปลี่ยนไป หลายคนสนับสนุนความคิดเรื่องงานวิชาการสัตว์ป่า ที่อาจช่วยเผยแพร่และปลูกฝังสำนึกรักษ์ธรรมชาติเพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วม สืบสานผืนป่าทุ่งใหญ่จากคนที่อาศัยอยู่ในป่ารอบๆป่าและผู้มาเยือนป่าตลอดจน ผู้ที่ไม่เคยมาป่า ข้าฯเองร่วมสนับสนุนความคิดนี้เต็มที่

๒๗ ธ.ค.๔๗
อากาศ หนาวเย็นมากจนข้านอนไม่ค่อยหลับ ได้ยินเสียงพี่จิตติติดเครื่องยนต์วิ่งรถลงไปสำนักงานเขตฯแต่เช้ามืด โดยมีนายแป๊ะติดรถไปด้วยและไม่ได้กินมื้อเช้า เพื่อขนวัสดุก่อสร้างส่วนที่เหลือขึ้นมาส่งอีก ข้าฯจึงลุกตื่นขึ้นมานั่งรอแสงพระอาทิตย์ที่ข้างกองไฟหน้าโรงครัว หลังมื้อเช้าแล้วพวกเราเร่งรัดงานติดตั้งผนังกั้นห้องไม้ฝาเฌอร่าต่อ งานคืบหน้าไปอย่างรวดเร็วก่อนเราจะหยุดพักกินมื้อเที่ยงเมื่อเวลาบ่ายโมง ผนังบ้านพักสองด้านก็ติดตั้งเรียบร้อยแล้ว เราพักกินมื้อเที่ยงครึ่งชั่วโมงแล้วเร่งรัดงานต่อทันที จนเมื่อเวลาประมาณบ่ายสามโมงครึ่งงานติดตั้งผนังไม้เฌอร่าก็ดำเนินไปได้ ประมาณ๘๐%  ข้าฯจึงแยกทีมงานออกมาทำการประกอบชั้นเหล็กวางวัสดุอุปกรณ์ที่จัดทำมาจากใน เมือง ชั้นเหล็กสองชั้น กว้าง ๔ เมตร สูง ๒ เมตร ถูกประกอบขึ้นจากนอตนับร้อยตัว สองชั่วโมงผ่านไปงานประกอบชั้นเหล็กก็เรียบร้อย เราช่วยกันหามชั้นเหล็กเข้าใต้บ้านพักตรงตำแหน่งที่เตรียมไว้ แล้วข้าฯจึงเริ่มทำการคัดแยกกองวัสดุอุปกรณ์ที่สุมกองอยู่ที่พื้นใต้บ้านพัก เป็นกลุ่ม พวก ตามประเภทของวัสดุและเครื่องมือต่างๆ วัสดุเครื่องมือก่อสร้างที่ชมรมฯจัดซื้อมาให้จำนวนมากที่ถูกกองสุมไว้ ถูกคัดแยกและจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบวางและแขวนอยู่บนชั้นเหล็ก เพื่อสะดวกในการหยิบใช้ และตรวจเช็ค ดูเหมือนร้านขายวัสดุย่อมๆเลยทีเดียว

หกโมงเย็น งานกั้นฝาผนังเฌอร่าบ้านพักและประกอบชั้นเหล็กวางอุปกรณ์ก็สำเร็จเรียบร้อย เราดับเครื่องปั่นไฟแล้วเดินออกห่างจากบ้านพักหน่วยฯมายืนดูผลงานที่ร่วมกันทำมาอยู่พักใหญ่ หลังจากชื่นชมผลงานตัวเองจนหายเหนื่อยแล้ว ต่างพากันหยิบผ้าขาวม้าเดินไปอาบน้ำที่ห้วยด้วยเกรงว่าอากาศจะเย็นและจะคร้านอาบน้ำดังเช่นเมื่อวานนี้อีก ระหว่างกำลังเดินไปอาบน้ำกันอยู่นั้น พี่จิตติก็ขับรถลงเขามาพอดีพร้อมกับหินทรายเต็มกระบะรถอีกครั้ง

ค่ำนั้น ระหว่างมื้ออาหารเราหารือกันว่า พรุ่งนี้จะเริ่มงานเทพื้นห้องที่กั้นฝาไม้เฌอร่าแต่เช้ามืด ซึ่งทุกคนต่างเห็นด้วย เราจึงแยกย้ายกันเข้านอนเร็วกว่าทุกวัน ซึ่งเป็นการดีเนื่องจากอากาศหนาวเย็นมาก การที่ซุกตัวอยู่ในถุงนอนหรือผ้าห่ม น่าจะดีกว่านั่งตากลมและน้ำค้างแน่นอน

๒๘ ธ.ค.๔๗
พี่จิตติตื่นตั้งแต่ตีห้า ข้าฯมองลอดหน้าต่างเห็นแสงไฟฉายตวัดไปมามุ่งหน้าไปที่โรงครัวข้างห้วย จึงลุกขึ้นเดินตามลงมา พี่จิตติก่อไฟตั้งน้ำต้มกาแฟ ระหว่างนั้นช่างอั๋นและเจ้าหน้าที่ต่างทยอยเดินลงมาสมทบที่โรงครัวตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น เราเริ่มงานผสมปูนโดยใช้ไฟฉายช่วยกันส่องอยู่พักใหญ่ จนแสงพระอาทิตย์เริ่มจับที่ขอบฟ้า ปูนกระป๋องแรกก็ถูกเทลงพื้นห้อง โดยพี่จิตติรับหน้าที่ปาดปูน เราหยุดพักกินมื้อเช้าเมื่อปูนกระบะแรกเทลงพื้นห้องหมดแล้ว และกลับมารวมพลสู้งานปูนต่อทันที เราผสมปูนอีกสองกระบะ ใช้เวลาประมาณสามชั่วโมง งานเทปูนพื้นห้องพักก็สำเร็จเรียบร้อย หลังจากเก็บล้างอุปกรณ์เครื่องมือเรียบร้อยแล้ว เราก็มารวมพลที่ข้างบ้านพักหน่วยเซซาโว่เพื่อบันทึกภาพไว้เป็นที่ระลึก ก่อนออกเดินทางกลับ ชมรมฯ มอบผ้าห่มกันหนาวให้นายทิตย์จิต และนายโบว์ เจ้าหน้าที่หน่วยเซซาโว่ พร้อมทั้งเวชภัณฑ์และยาประจำหน่วย ๑ กล่อง แล้วขึ้นรถแยกย้ายออกเดินทางกลับที่ตั้งเมื่อเวลาสิบโมง และเมื่อก่อนเที่ยงวันเล็กน้อย เรามาถึงหน่วยฯมหาราช และกินมื้อเที่ยงเป็นมาม่าคนละชาม พบผู้ช่วยฯธวัชแจ้ง ให้ทราบว่ามีข่าวแผ่นดินไหวทางใต้ของไทยและมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากประมาณ ๔๐๐ กว่าคน จากเหตุคลื่นยักษ์สึนามิ ข้าฯสอบถามรายละเอียดเพราะไม่คุ้นเคยกับคำว่า สึนามิมาก่อนและนึกถึงเพื่อนรักคนหนึ่งซึ่งอยู่บนเกาะพีพีมาแปดปี แต่ยังคิดไม่ออกว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มีลักษณะอย่างไร และส่งผลอย่างไรต่อชะตาชีวิตของเพื่อนรักหรือไม่

เรากล่าวคำลาและออกเดินทางต่อมาถึงสำนักงานเขตฯทุ่งใหญ่เมื่อเวลาประมาณบ่าย สอง เมื่ออกมาถึง อ.ทองผาภูมิ ได้รับโทรศัพท์จากชมรมฯแจ้งว่าให้เร่งรัดการเดินทางเนื่องจากพี่อ๋อยประธาน ชมรมฯและพี่นกซึ่งออกเดินทางมาจาก อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ กำลังมุ่งหน้ามาที่สำนักงานชมรมฯเพื่อจะเดินทางลงใต้ไปเกาะพีพีเพื่อไปค้นหา ติดตามเพื่อนรักที่ประสบเหตุจากคลื่นสึนามิ ข้าฯเร่งรัดเวลาตลอดการเดินทางขากลับ ในสมองพลางครุ่นคิดถึงชะตากรรมของเพื่อน และกลับมาถึงสำนักงานชมรมฯเมื่อเวลาก่อนหกโมงเย็นเล็กน้อย แล้วเปลี่ยนขึ้นรถพี่อ๋อยออกเดินทางต่อลงใต้ไปตามหาเพื่อนที่เกาะพีพีทันทีเมื่อเวลาทุ่มเศษ

Share this:

CONVERSATION