image1 image2 image3

ร่วมอนุรักษ์ ป่าทุ่งใหญ่ ห้วยขาแข้ง | ร่วมเป็นแรง พัฒนา ป่าตะวันตก | ร่วมอุดมการณ์ วาดฝัน ให้ป่าปรก | ร่วมสืบสาน ป่ามรดก โลกและไทย

ปักหลักที่เขื่อนเขาแหลม โครงการสร้างด่านตรวจทางน้ำ ห้วยบีคลี่ ตอนที่ ๑



๑๐ ธันวาคม ๒๕๔๘: เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๔๘ วันรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ชมรมฯได้ทำการส่งมอบด่านตรวจสัตว์น้ำห้วยบีคลี่แก่หน่วยป้องกันและปราบปราม การประมงน้ำจืดเขื่อนวชิราลงกรณ  กรมประมง โดยคณะเจ้าหน้าที่ออกเดินทางจากสำนักงานชมรมฯเมื่อเวลา ๒๓.๔๕ น. วันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๔๘ บรรทุกแผ่นยางปูพื้นดูร่าฟลอร์และท่อร้อยสายไฟไว้บนหลังคารถรวมทั้งแบตเตอร์ รี่จำนวนสองลูกพร้อมอุปกรณ์เครื่องมือและสัมภาระเสบียงอาหาร เดินทางถึงหน่วยป้องกันฯเมื่อเวลา ๓.๓๐ น. วันเสาร์ที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๔๘

หลังกินข้าวต้มมื้อเช้าที่หน่วยป้องกันฯจัดเตรียมไว้ให้แล้ว คณะเจ้าหน้าที่หน่วยฯป้องกันฯและชมรมฯจึงออกเดินทางไปยังจุดเก็บรักษาแพด่าน ตรวจฯ ที่ทางหน่วยป้องกันฯได้ทำการลากจูงมาเก็บรักษาไว้ หน่วยป้องกันฯได้ทำการประดับธงชาติและธงฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี ทั้งเรือตรวจประมงเขาแหลม๒ และด่านตรวจฯดูสวยงามสมกับเป็นสมบัติและสถานที่ของทางราชการ แล้วนายวีระ รัตนะจินดา หัวหน้าศูนย์ป้องกันและปราบปรามการประมงน้ำจืดภาคตะวันตก เป็นตัวแทนกรมประมงรับมอบด่านตรวจห้วยบีคลี่จากนายเทเวศร์ อุตวิชัย ประธานชมรมฯ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ชมรมฯอ่านรายงานการก่อสร้างแล้ว และชมรมฯยังได้มอบภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระ บรมราชินีนาถแก่หัวหน้าศูนย์ฯเพื่อติดตั้งไว้ที่ด่านตรวจฯด้วย

แล้วนายวีระ รัตนะจินดา จึงได้กล่าวขอบคุณที่ชมรมฯได้ก่อสร้างและมอบด่านตรวจฯแก่หน่วยป้องกันและ ปราบปรามการประมงน้ำจืดเขื่อนวชิราลงกรณ ซึ่งทางราชการจะได้นำไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ในการปกป้อง รักษาห้วยบีคลี่ ตลอดจนพื้นที่รับผิดชอบในอ่างเก็บน้ำเขื่อนเขาแหลมต่อไป แล้วเจ้าหน้าที่ชมรมฯจึงได้นำนายวีระ ลงด่านตรวจฯเพื่อเยี่ยมชมพร้อมทั้งให้คำอธิบายถึงการก่อสร้าง และอุปกรณ์ติดตั้งประจำด่านตรวจทั้งระบบวิทยุสื่อสารและระบบพลังงานแสง อาทิตย์ ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจ

จนเมื่อเวลา ๑๑.๐๐ น. เรือตรวจประมงเขาแหลมสอง ความยาว ๓๓ ฟุต กว้าง ๙ ฟุต กินน้ำลึก ๒ ฟุต กำลัง ๒๕๐ แรงม้า ความเร็ว ๒๒ นอต ซึ่งพึ่งจะทำการซ่อมเพลาขับมาก่อนหน้านี้ก็เริ่มทำการลากจูงด่านตรวจฯไปยัง ห้วยบีคลี่ ด้วยความเร็วประมาณ ๑๐ กม./ชม. สาเหตุที่ไม่สามารถเพิ่มความเร็วในการลากจูงได้มากกว่านี้เนื่องจากแพด่าน ตรวจฯต้านน้ำ เมื่อเรือตรวจประมงเขาแหลม๒ เริ่มตั้งลำได้แล้วก็เดินเครื่องยนต์มุ่งหน้าขึ้นเหนือไปยังอำเภอสังขละบุรี ที่อยู่ห่างออกไปประมาณหนึ่งร้อยกิโลเมตร ซึ่งคงต้องใช้เวลามากกว่า ๑๐ ชั่วโมง กว่าจะถึงจุดหยุดพักในคืนนี้ แล้วภาพของหน่วยป้องกันเขื่อนที่๔ (ห้วยเขย่ง) ที่ตั้งอยู่ตีนเขายาว ซึ่งเป็นสถานที่ก่อสร้างด่านตรวจฯระยะสุดท้ายก็เริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นเมื่อ เรือลากจูงแล่นผ่านเข้าใกล้ ทำให้หวนนึกถึงคืนวันในการก่อสร้างด่านตรวจฯเมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งยังคงแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำของผู้ร่วมงาน

ระหว่างที่เรือเคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆ "เจ้านัท" ที่พยายามหาเวลามาร่วมภารกิจครั้งนี้อย่างยิ่งยวดหลังจากที่ล้มเหลมมาหลาย ครั้งเนื่องจากเป็นคนมีภาระมากก็ทำการปูแผ่นพื้นดูร่าล์ฟลอร์ที่ "พี่อ๋อย" ควักเงินส่วนตัวบริจาคซื้อมาให้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประจำด่านได้รับความสะดวกยามหลับนอน แล้วภาพวิถีชีวิตของราษฎรที่ยังชีพพึ่งพาอาศัยทรัพยากรในอ่างเก็บน้ำเขื่อน เขาแหลมก็ปรากฏขึ้นเป็นระยะๆ ตลอดเส้นทางที่เรือลากจูงแล่นผ่านไป ภาพปลายไม้ที่ถูกน้ำท่วมอยู่กลางร่องน้ำ ชวน ให้หวนนึกถึงภาพในอดีตเมื่อครั้งที่ยังไม่มีการสร้างเขื่อนเขาแหลมที่ได้ กลืนกินแม่น้ำแควน้อยและพรรณไม้และผืนป่าที่เคยอุดมสมบูรณ์ คงเหลือทิ้งไว้เพียงปลายไม้ใหญ่ที่ถูกน้ำท่วมเมื่อมีการสร้างเขื่อนแล้วไว้ เป็นอนุสรณ์

"เจ้านัท" เองก็คงคิดได้ไม่แตกต่างจากเราๆทั้งหลายนักเมื่อได้มีโอกาสปลีกหนีชีวิตใน เมืองกรุงที่วุ่นวายเร่งรีบนับตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นในตอนเช้าจวบกระทั่งมืด ค่ำในแต่ละวัน ชีวิตที่ต้องแข่งขัน ชิงจังหวะ ทั้งในแง่ของการทำงานและชีวิตส่วนตัว ซึ่งยิ่งนานวันผ่านไปก็ยิ่งดูเหมือนว่ายากที่จะปลีกหนีวงจรแห่งชีวิตของคน เมืองกรุงอันศิวิไลซ์และยุ่งเหยิงสับสนนี้ กว่าจะรู้สึกถึงความแตกต่างของชีวิตที่สงบเรียบง่ายตรงไปตรงมาได้ก็ต่อเมื่อ ได้มีโอกาสมาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันรื่นรมย์และความคิดของตนที่จะแจ่มชัดใส กระจ่างขึ้นดังเช่นผืนน้ำที่สะท้อนภาพก้อนเมฆบนท้องฟ้าและเรือลำเล็กที่ลอย สงบนิ่งอยู่บนผืนน้ำที่มีขุนเขา ผืนน้ำและท้องฟ้าเป็นฉากหลัง

Share this:

CONVERSATION