image1 image2 image3

ร่วมอนุรักษ์ ป่าทุ่งใหญ่ ห้วยขาแข้ง | ร่วมเป็นแรง พัฒนา ป่าตะวันตก | ร่วมอุดมการณ์ วาดฝัน ให้ป่าปรก | ร่วมสืบสาน ป่ามรดก โลกและไทย

การสัมมนาทางวิชาการเรื่อง สัตว์ป่าเมืองไทย ครั้งที่ 38

 การสัมมนาทางวิชาการเรื่อง สัตว์ป่าเมืองไทย ครั้งที่ 38
หัวข้อ:
มุ่งสู่การอนุรักษ์สัตว์ป่าแบบแม่นยำ

(Towards Precision Wildlife Conservation)

สัตว์ป่า เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถทดแทนได้ในตัวเอง (Renewable resources) สามารถอำนวยประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อสังคมและประเทศไทย ได้เช่นเดียวกับทรัพยากรธรรมชาติประเภทอื่นๆ แต่ผลจากการนำทรัพยากรสัตว์ป่าของประเทศมาใช้ประโยชน์โดยขาดการจัดการบนพื้นฐานของวิชาการ จึงส่งผลให้สัตว์ป่าได้ลดจำนวนลง และสูญพันธุ์ไปแล้ว เช่น เนื้อสมัน บางชนิดหมดไปจากธรรมชาติ เช่น แรด ละองละมั่ง นกช้อนหอยใหญ่ และนกกระเรียน จวบจนกระทั่ง ปี พ.ศ. 2503 ประเทศไทยได้ประกาศใช้ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อเป็นแนวทางที่ใช้จัดการและคุ้มครองให้ทรัพยากรสัตว์ป่าให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ถึงกระนั้นก็ตาม ปัญหาการคุกคามต่อการคงอยู่ของสัตว์ป่านั้นยังคงเกิดอยู่อย่างต่อเนื่อง อาทิ การสูญเสียถิ่นที่อาศัยที่เหมาะสม อันเนื่องมาจากการขยายตัวรุกเข้าไปตั้งถิ่นฐาน การขยายพื้นที่เกษตรในพื้นที่ดินป่าไม้โดยเฉพาะในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง การสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ธรรมชาติ การทำลายแหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งหากิน และแหล่งหลบภัยของสัตว์ป่า การลักลอบล่าสัตว์ป่าโดยตรง การลักลอบค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย และการลักลอบล่าเพื่อการยังชีพของราษฎรชนบท การทำลายสัตว์ป่าโดยทางอ้อม เช่น การระบายน้ำออกจากบึงหรือพรุ ปัญหาการใช้ปุ๋ย สารเคมีในด้านการเกษตร และการใช้ยาปราบศัตรูพืช และถูกชะล้างลงสู่แหล่งน้ำ ปัญหาแหล่งน้ำเน่าเสีย เป็นต้น. . . .

โดยนัยเหตุดังกล่าวข้างต้น การพิจารณาทบทวนบทเรียนต่างๆ ที่ได้เกิดย้อนหลังไปในอดีตกว่า 50 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ได้มี การออกกฎหมายเพื่อคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อที่อนาคตจะได้สร้างนโยบาย แนวทางปฏิบัติรวมทั้งกลไก และฐานข้อมูลวิชาการ และสิ่งที่สำคัญยิ่งในกลไกที่นำให้เกิดงานวิชาการ คือ การสร้างทรัพยากรบุคคลทางด้านนี้ และโดยความจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาศักยภาพของบุคลให้เกิดความชำนาญในการดำเนินงาน และการใช้วิชาการด้านสัตว์ป่า รวมทั้งการร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนที่เห็นความสำคัญเรื่องนี้

ในงานด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า แหล่งที่อาศัยของสัตว์ป่า และสภาพแวดล้อมธรรมชาติ ต้องอาศัยข้อมูลและความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และไม่เฉพาะกับหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น ที่จะดำเนินการในเรื่องต่างๆ ดังกล่าวมาแล้วได้สัมฤทธิ์ผล แต่ต้องอาศัยความร่วมมือและประสานการดำเนินงานวิชาการให้เป็นรูปธรรมจากหลายๆ ฝ่ายร่วมกัน

ดังนั้นคณะวนศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะเป็นสถาบันทางวิชาการ โดยได้ทำการเปิดสอน และทำการวิจัยเกี่ยวกับศาสตร์ด้านสัตว์ป่า มานานกว่า 30 ปี ได้ตระหนักถึงภาระความรับผิดชอบและหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นอย่างดี จึงได้จัดให้มีการสัมมนาเรื่อง สัตว์ป่าเมืองไทย ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมแนวความคิดต่างๆ ของนักบริหาร นักวิชาการ ผู้เกี่ยวข้อง ผู้สอน และผู้สนใจ และเสนอต่อหน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทำให้การดำเนินงานด้านการจัดการคุ้มครองและการอนุรักษ์สัตว์ป่ามีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเห็นได้จากการจัดให้มีการสัมมนาในเรื่องสัตว์ป่าเมืองไทยมาแล้วนับตั้งแต่ปี 2523 เป็นต้นมา รวม 37 ครั้งมาแล้วนั้น โดยในแต่ละครั้งมีบุคคลต่างๆ ทั้งจากภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ได้เข้าร่วมประชุมและเสนอผลงาน ปกติอยู่ในช่วงจำนวนระหว่าง 200 – 300 คนโดยมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนได้จากมีผู้เข้าสัมมนาฯล้นห้องประชุมที่มีความจุประมาณ 350 ที่ ตั้งแต่ครั้งที่ 30 พ.ศ. 2552 เป็นต้นมา พร้อมทั้งได้มีการจัดพิมพ์เอกสารการสัมมนา เรื่องสัตว์ป่าเมืองไทย และพัฒนาไปเป็นวารสารสัตว์ป่าเมืองไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 จวบปัจจุบันวารสารนี้อยู่ในฐานข้อมูลของศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI) ในวารสารกลุ่มที่ 1 และยังได้มีการจัดส่งวารสารสัตว์ป่าเมืองไทย ไปยังสถาบันการศึกษา ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ ซึ่งนับได้ว่าเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการดำเนินงาน การศึกษา และพัฒนาการวิจัยสัตว์ป่าทั้งทางตรงและทางอ้อม และพร้อมๆกันกับปัจจุบันได้พัฒนาเป็น e-journal ซึ่งผู้สนใจสามารถ download จาก Website www.jwt-bioff.forest.ku.ac.th ได้อีกทางหนึ่งด้วย


Share this:

CONVERSATION