หน้าหลัก บทความอนุรักษ์ ART000042: กรรม ศุกร์, ๓๐ กรกฏาคม ๒๕๕๓
สำรวจความคิดเห็น
ความคิดเห็นเกี่ยวกับเว็บใหม่ของมูลนิธิฯ: ความสามารถในการเข้าถึงเนื้อหาที่สนใจ
 
ART000042: กรรม PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย บินนาน   
ART000042-01 กรรม (กัมม์) คือการกระทำ (action, deed, volition) กรรมต้องมี เจตนาเช่นมีหลักทั่วไปอยู่ว่า “เจตนาหํ ภิกฺขเว กมฺมํ วทามิ” เรา (ตถาคต) กล่าวว่าการกระทำที่จัดเป็นกรรม ต้องประกอบด้วยเจตนา

กรรม
กุศลกรรม กรรมดี/บุญ
อกุศลกรรม กรรมชั่ว/บาป

กรรม
กายกรรม () คือ ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในประเวณี
วจีกรรม () คือ ไม่พูดปด ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดเพ้อเจ้อ
มโนกรรม () คือ ไม่โลภอยากได้ของเขา ไม่พยาบาทปองร้ายเขา เห็นชอบตามคลองธรรม

กรรม ๑๒ ได้ทั้งฝ่ายกุศลและอกุศล แบ่งเป็น หมวด คือ
กรรมหมวดที่ : กรรมให้ผลตามคราว/ตามเวลา (ปากกาล) มี
กรรมหมวดที่ : กรรมให้ผลตามหน้าที่ (ตามกิจ) จำแนก เป็น
กรรมหมวดที่ : กรรมให้ผลตามลำดับความแรงของการให้ผล
(ปากทานปริยาย) จำแนกออกไปเป็น

กรรมหมวดที่ : กรรมให้ผลตามคราว/ตามเวลา (ปากกาล) มี คือ

ทิฏฐธัมมเวทนียกรรม กรรมให้ผลในปัจจุบันในชาตินี้ ภพนี้
อุปปัชชเวทนียกรรม กรรมให้ผลในชาติหน้า/ภพหน้า
อปราปริยเวทนียกรรม กรรมให้ผลในภพต่อ ๆ ไป ในชาติต่อ ๆ ไป
อโหสิกรรม กรรมเลิกให้ผล ไม่ให้ผล ไม่มีผลอีกแล้ว

กรรมหมวดที่ : กรรมให้ผลตามกิจ (โดยกิจ) ให้ผลตามหน้าที่ จำแนกออกไปเป็น มี

ชนกกรรม กรรมแต่งให้เกิด กรรมที่เป็นตัวนำให้เกิด
อุปัตถัมภกกรรม กรรมสนับสนุน หรือซ้ำเติมต่อจากชนกกรรม
อุปปีฬกกรรม กรรมบีบคั้น กรรมที่มาให้ผลบีบคั้น ผลแห่งชนกกรรม และอุปัตถัมภกกรรม ให้แปรเปลี่ยนทุเลาลงไป บั่นทอนวิบากมิให้เป็นนาน
อุปฆาตกกรรม กรรมตัดรอน เป็นกรรมที่แรง เป็นกรรมฝ่ายตรงข้าม กับชนกกรรมและอุปัตถัมภกกรรม เข้าตัดรอนผลของกรรมทั้ง นั้น (ชนกกรรม และอุปัตถัมภกกรรม) ให้ขาดไปทีเดียว เช่นเกิดในตระกูลสูง มีความมั่งคั่งแต่อายุสั้นเป็นต้น

กรรมหมวดที่ : กรรมที่ให้ผลตามลำดับความแรง แห่งการให้ผลของกรรม (ปากทานปริยาย) จำแนกออกไปเป็น คือ

. ครุกรรม กรรมหนัก ให้ผลก่อน กรรมหนักในทางกุศล ได้แก่สมาบัติ กรรมหนักในทางอกุศลได้แก่อนันตริยกรรม
. พหุลกรรม หรือ อาจิณณกรรม กรรมที่ทำมากคือทำบ่อย จนเป็นการชินชา ให้ผลรองลงมาจากครุกรรม
. อาสันนกรรม คือ กรรมจวนเจียน หรือกรรมที่ใกล้จะตาย (กรรมทำเมื่อจวนจะตาย) จับใจอยู่ใหม่ ๆ ถ้าไม่มีกรรม ข้อต้น ( ข้อก่อน) คือ ครุกรรม และพหุลกรรม หรืออาจิณณกรรม ก็จะให้ผลก่อน
. กตัตตากรรม หรือ กตัตตาวาปนกรรม กรรมสักแต่ว่าทำ คือกรรมที่ทำด้วยอ่อนเจตนา หรือมิใช่เจตนาอย่างนั้นโดยตรง ต่อเมื่อไม่มีกรรมอื่นให้ผลแล้วกรรมนี้จึงจะให้ผล

กรรม ๑๒ หรือกรรม หมวดๆ ละ นี้ มิได้มาในพระบาลีในรูปนี้ โดยตรง พระอาจารย์ในสมัยต่อมา เช่นพระพุทธโฆษาจารย์ เป็นต้น ได้รวบรวมจัดเรียงเป็นแบบอย่างไว้ในภายหลัง

ผลร้ายผลดีต่าง ๆ เนื่องจากกรรม คือการกระทำของสัตว์จากจูฬกัมมวิภังคสูตร สูตรว่าด้วยการจำแนกกรรมสูตรเล็ก

ผลดีของกรรม

. มีอายุยืนเพราะ ไม่ฆ่าสัตว์
. มีโรคน้อยเพราะ ไม่เบียดเบียนสัตว์
. มีผิวพรรณดีเพราะ ไม่ขี้โกรธ
. มีศักดามากเพราะ ไม่มักริษยา
. มีโภคทรัพย์มากเพราะ ให้ทาน
. เกิดในตระกูลสูงเพราะ ไม่กระด้าง ถือตัว แต่รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน
. มีปัญญาดีเพราะ เข้าไปหาผู้รู้ครูอาจารย์ สมณพราหมณ์ ไต่ถามเรื่องกุศล อกุศล เป็นต้น

ผลร้ายของกรรม

. มีอายุน้อยเพราะ ฆ่าสัตว์
. มีโรคมากเพราะ เบียดเบียนสัตว์
. มีผิวพรรณทรามเพราะ ขี้โกรธ
. มีศักดาน้อยเพราะ มักริษยา
. มีโภคทรัพย์น้อยเพราะ ไม่ให้ทาน
. เกิดในตระกูลต่ำเพราะ กระด้าง ถือตัว ไม่อ่อนน้อมถ่อมตน
. มีปัญญาทราม เพราะไม่เข้าไปหาผู้รู้ครูอาจารย์ สมณพราหมณ์ ไต่ถามเรื่องกุศล อกุศล เป็นต้น

คำถามคำตอบเรื่องผลร้ายผลดีของกรรมนี้ ผู้ถามคือ สุภมาณพ บุตรแห่งโตเตยยพราหมณ์ เข้าไปทูลถามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขณะประทับอยู่ ณ เชตวนาราม