หน้าหลัก บทความอนุรักษ์ ART000044: บทสัมภาษณ์เรื่องน้ำจากป่าสู่เมือง ศุกร์, ๓๐ กรกฏาคม ๒๕๕๓
สำรวจความคิดเห็น
ความคิดเห็นเกี่ยวกับเว็บใหม่ของมูลนิธิฯ: ความสามารถในการเข้าถึงเนื้อหาที่สนใจ
 
ART000044: บทสัมภาษณ์เรื่องน้ำจากป่าสู่เมือง PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ณัฐฐิณี เจรจาศิลป์   
ART000044-01บทสัมภาษณ์เรื่อง "น้ำจากป่าสู่เมือง"
คุณเจริญศักดิ์   ทรัพย์ประดิษฐ์

หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำ ปรับปรุงและบำรุงรักษา
โครงการชลประทานนครปฐม
วันที่  ๒๘ ตุลาคม ๒๕๔๘

บท สัมภาษณ์เรื่อง "น้ำจากป่าสู่เมือง" นี้ มีวัตถุประสงค์ในการเผยแพร่ความเข้าใจและความสำคัญของทรัพยากรน้ำต่อชีวิต ของผู้คนในเมืองที่อยู่อาศัยห่างไกลจากผืนป่าและขุนเขา ซึ่งเป็นโรงงานผลิตน้ำตามธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่มนุษย์ไม่สามารถสร้าง เครื่องผลิตน้ำเช่นนี้ได้ และชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ในการะบวนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ที่หล่อเลี้ยงสรรพชีวิตตลอดเส้นทางที่ไหลผ่านจนถึง "คนเมืองหลวง" กรุงเทพมหานคร อีกส่วนหนึ่งได้ดื่มกินในปัจจุบันนี้ ด้วยหวังให้ผู้อ่านได้ตระหนักรู้ถึงคุณแห่งธรรมชาติและผืนป่าตะวันตก รวมทั้งป่าทุ่งใหญ่นเรศวรที่เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารและแม่น้ำหลายสายที่เริ่มไหลอ่อนแรงลงทุกวัน ให้กลับไหลเชี่ยวแรงดังเช่นกาลในอดีตอีกครั้ง ด้วยการร่วมมือร่วมใจอนุรักษ์ พิทักษ์ธรรมชาติและสัตว์ป่าของผืนป่าตะวันตกร่วมกัน เพื่อประโยชน์แก่ลูกหลานไทยและประเทศชาติตลอดไป

หน้าที่ความรับผิดชอบของโครงการชลประทานนครปฐม
ก่อตั้งขึ้นเพื่อรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ และประสานงานกับหน่วยงานราชการต่างๆ ของทางจังหวัดตลอดจนหน่วยงานในพื้นที่ของกรมชลประทานจังหวัดนครปฐม ที่ดูแลในเขตลุ่มน้ำแม่กลองใหญ่ และลุ่มน้ำท่าจีน

การแบ่งเขตความรับผิดชอบ
แบ่งตามเขตลุ่มน้ำ และขอบข่ายการไหลของน้ำ ในเขตจังหวัดนครปฐม มี ๘ หน่วยงาน ทำหน้าที่ ส่งน้ำ ระบายน้ำ ขุดลอกคูคลอง บำรุงรักษา ฯลฯ ในพื้นที่ต่างๆ ได้แก่
- โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางเลน
- โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพนมทวน
- โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากำแพงแสน
- โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครปฐม
- โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครชุม
- โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาภาษีเจริญ
- โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระพิมล
- โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระยาบรรลือ
นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานก่อสร้างอีก ๓ หน่วยงาน ทำหน้าที่ก่อสร้างคูคลองส่งน้ำต่างๆ

กำลังพล เจ้าหน้าที่โครงการ
ประกอบด้วยข้าราชการ ๖ คน หัวหน้าโครงการ ๑ คน หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม ๑ คน หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา ๑ คน ฝ่ายธุรการ ๓ คน และลูกจ้างประจำตลอดจนพนักงานทั่วไปดูแลในส่วนต่างๆ รวมทั้งสิ้นประมาณ ๓๐ คน

ปริมาณน้ำในระบบที่ใช้ในการจัดการ
หน่วยงานต่างๆ ข้างต้นจะทำการคำนวณหาปริมาณความต้องการใช้น้ำต่อปีในแต่ละพื้นที่ที่ตนรับผิดชอบ โดยรวบรวมจากปริมาณความต้องการใช้น้ำเพื่อการต่างๆ แล้วแจ้งให้ทางโครงการทราบ เพื่อโครงการจะได้รวบรวมและประสานงานกับทางเขื่อนแม่กลอง ด้านปริมาณน้ำ และเวลาในการส่งน้ำไปยังโครงการต่างๆ ต่อไป

มีปัญหาการจัดส่งน้ำไม่เพียงพอกับความต้องการบ้างหรือไม่  และมีการดำเนินการแก้ไขอย่างไร
โดยภาพรวม น้ำที่มีอยู่ค่อนข้างเพียงพอแก่ความต้องการ เนื่องจากเหนือเขื่อนแม่กลองที่ท่าม่วง จะมีแหล่งน้ำจากเขื่อนใหญ่ ๒ แหล่งที่จ่ายน้ำมาให้คือ เขื่อนศรีนครินทร์และวชิราลงกรณ (เขาแหลม) ไหลมารวมกัน เพื่อส่งเข้าสู่ระบบชลประทาน เมื่อทางหน่วยงานต่างๆ แจ้งปริมาณความต้องการใช้น้ำมาแล้ว ทางเขื่อนจะคำนวณปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำว่าเพียงพอกับความต้องการทั้งหมดหรือไม่ หากไม่พอ เขื่อนจะแจ้งกลับมาให้เราประสานงานกับหน่วยงานเกษตรอำเภอ และเกษตรตำบล ให้ลดพื้นที่เพาะปลูกให้สัมพันธ์กับปริมาณน้ำที่สามารถจ่ายลงมาได้ โดยให้เฉลี่ยและจัดสรรกันเองว่าสามารถเพาะปลูกได้ครัวเรือนละกี่ไร่

ทราบว่าทั้งสองเขื่อนจ่ายน้ำทั้งเพื่อการเกษตรและเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า อยากทราบว่าใช้เกณฑ์ใดเป็นหลักในการปล่อยน้ำ
เริ่มต้นการก่อสร้างนั้น ใช้เกณฑ์การชลประทานเพื่อการเกษตรเป็นหลัก แต่ในความเป็นจริง ทางเขื่อนจะมีเกณฑ์สำหรับรองรับการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วย ปัญหาคือเมื่อเราแจ้งปริมาณความต้องการใช้น้ำของแต่ละสัปดาห์ไป เขาจะจ่ายน้ำมาทีเดียวเพื่อให้มีพลังงานเพียงพอสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า น้ำที่ปล่อยมาคราวเดียวในปริมาณมากจึงไหลออกสู่ทะเลสูญไปเป็นส่วนใหญ่ เมื่อน้ำที่ปล่อยไหลไปจนหมด ระดับน้ำที่เหลือจึงไม่เพียงพอสำหรับการเกษตรในเวลาต่อมา

เขื่อนแม่กลองทำหน้าที่จ่ายน้ำไปพื้นที่ของจังหวัดใดบ้าง
จ่ายน้ำไป ๔ จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี นครปฐม นอกจากนี้ยังจ่ายไปยังบางพื้นที่ของจังหวัดสุพรรณบุรี เช่นที่อำเภอสองพี่น้อง น้ำจะไหลไปเชื่อมกับคลองจระเข้สามพันไหลบรรจบลงแม่น้ำท่าจีน จังหวัดสมุทรสงคราม รับน้ำก่อนปล่อยออกสู่ทะเล ส่วนจังหวัดสมุทรสาครน้ำไปไม่ถึงเนื่องจากถูกกั้นด้วยแม่น้ำท่าจีน
ART000044-03(อธิบายประกอบแผนที่ภาพรวมของโครงการแม่กลองใหญ่ : ที่ตั้งของเขื่อนแม่กลอง และคลองชลประทานหลักที่ออกไปยังกำแพงแสน สองพี่น้อง ไปเชื่อมกับคลองจระเข้สามพัน และไหลไปรวมกับแม่น้ำท่าจีน)

คลองชลประทานส่วนใหญ่ที่เห็นนอกจากคลองปูนแล้ว เคยเห็นแบบที่เป็นคลองดินด้วย
คลองชลประทานมีทั้งที่เป็นส่ง และคลองระบาย ลงไปจนถึงสมุทรสงครามในความรับผิดชอบของโครงการดำเนินสะดวก ต่อเนื่องไปถึงโครงการชลประทานสมุทรสงครามซึ่งทำหน้าที่คอยระบายน้ำและดันน้ำเค็มไว้

คลองชลประทานส่วนใหญ่ที่เห็นนอกจากคลองปูนแล้ว เคยเห็นแบบที่เป็นคลองดินด้วย
คลองชลประทานมีทั้งที่เป็นส่ง และคลองระบาย ลงไปจนถึงสมุทรสงครามในความรับผิดชอบของโครงการดำเนินสะดวก ต่อเนื่องไปถึงโครงการชลประทานสมุทรสงครามซึ่งทำหน้าที่คอยระบายน้ำและดันน้ำเค็มไว้

คลองชลประทานส่วนใหญ่ที่เห็นนอกจากคลองปูนแล้ว เคยเห็นแบบที่เป็นคลองดินด้วย
คลองชลประทานมีทั้งที่เป็นส่ง และคลองระบาย ลงไปจนถึงสมุทรสงครามในความรับผิดชอบของโครงการดำเนินสะดวก ต่อเนื่องไปถึงโครงการชลประทานสมุทรสงครามซึ่งทำหน้าที่คอยระบายน้ำและดันน้ำเค็มไว้

๙๗๐ ล้านคิวที่ต้องปล่อยไปนี้ จะถูกนำไปใช้ในการเกษตรด้วยหรือไม่
สำหรับการเกษตร ต้องจ่ายน้ำประมาณ ๒-๓ พันล้านคิวต่อปี (อธิบายประกอบกราฟข้อมูลการใช้น้ำจังหวัดนครปฐม : เพื่อรักษาระบบนิเวศ ๙๗๗ ล้านคิว เพื่อการอุตสาหกรรม ๗๐ ล้านคิว เพื่อการอุปโภคบริโภค ๖๐ ล้านคิด เพื่อการเกษตรกรรม ๒ พันกว่าล้านคิว รวมทั้งสิ้น จังหวัดนครปฐมมีความต้องการการใช้น้ำ ๓ พันกว่าล้านคิวต่อปี)

ในแต่ละปี ข้อมูลความต้องการการใช้น้ำมีความผันแปรหรือไม่อย่างไร
มีความผันแปรน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย เนื่องจากระบบการเกษตรในแต่ละครัวเรือนมักไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ หรือผลิตผลทางการเกษตร ปริมาณการใช้น้ำในแต่ละปีจึงค่อนข้างคงที่ เช่น ครัวเรือนที่ปลูกพืชไร่ก็จะปลูกเรื่อยไปทุกปี ไม่เปลี่ยนไปปลูกข้าวเพราะจะเสียเวลาในการปรับพื้นที่และทำให้ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวยาวนานออกไปอีก ข้อมูลเหล่านี้ได้มาจากเกษตรจังหวัด ซึ่งเราจะรวบรวมตัวเลขเหล่านี้มาใช้ในการคำนวณหาปริมาณน้ำเพื่อจ่ายให้กับการเกษตรที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ โดยประมาณการต่อไร่ ต่อการเกษตรกรรมแต่ละรูปแบบ ต่อจำนวนครัวเรือน  แล้วนำไปรวมกับปริมาณน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค การอุตสาหกรรม และปริมาณน้ำขั้นต่ำเพื่อรักษาระบบนิเวศปากแม่น้ำ เป็นจำนวนน้ำที่จะต้องปล่อยออกไปต่อปี

ในอดีตเคยมีปัญหาการจ่ายน้ำไม่เพียงพอแก่ความต้องการหรือไม่
ไม่ค่อยประสบปัญหาเนื่องจากโครงการแม่กลองมีเขื่อนใหญ่ทั้งสองเขื่อนคอยหนุนอยู่ และมีฝนตกต่อเนื่องทุกปีจึงไม่มีปัญหาขาดแคลนน้ำ เคยมีปัญหาครั้งหนึ่งแต่ก็แก้ไขได้โดยการจ่ายน้ำน้อยลง แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตน้ำขาดแคลน ปริมาณน้ำในเขื่อนมีประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านคิว ซึ่งมากพอที่จะรองรับความต้องการใช้น้ำได้เป็นระยะเวลา ๒ ปี ในกรณีที่ไม่มีฝนตก

ปริมาณน้ำฝนในแต่ละปีพอดีกับปริมาตรของเขื่อนหรือไม่
ปกติเขื่อนจะเก็บน้ำที่ประมาณ ๘๐% ของความจุของเขื่อน ยังไม่เคยเก็บน้ำจนล้น ปกติมีการพิจารณาจากสภาพอากาศ หากฝนจะตกมากหรือจะมีพายุก็จะทยอยปล่อยน้ำลงไปก่อนเพื่อป้องกันเขื่อนพัง และพิจารณาจากระดับน้ำในเขื่อนประกอบด้วย หากระดับน้ำสูงขึ้นถึง ๓ - ๔ เมตร ภายใน ๕ วัน ต้องเตรียมตัวระบายออกเพราะเมื่อน้ำจากป่าหลากมาจะระบายออกไม่ทันเหมือนกรณีน้ำหลากท่วมเขื่อนที่เชียงใหม่

มีการพิจารณาต้นทุนในการผลิตน้ำต่อจำนวนประชากรในจังหวัดนครปฐมหรือไม่
กรมชลประทานจะคิด Benefit Cost ในด้านการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ ว่ามีความคุ้มทุนในการก่อสร้างหรือไม่อย่างไร ซึ่งส่วนใหญ่จะคุ้มทุนเนื่องจากรายได้แต่ละปีที่เกิดจากการเกษตร เมื่อนำมาหักลบกับค่าใช้จ่ายแล้วก็คุ้มค่า และเมื่อดำเนินการจริงก็ยังเกิดรายได้ที่ไม่ได้คาดคิด หรือเป็นรายได้ที่ไม่ได้เกิดจากวัตถุประสงค์ในการก่อสร้างโครงการ เช่น รายได้จากภาคอุตสาหกรรม รายได้จากการผลิตกระแสไฟฟ้า และการประปา ซึ่งหากนับจนถึงปัจจุบันนี้ เรียกได้ว่าคุ้มทุนแล้ว

เทศบาลนครปฐมรับน้ำดิบไปผลิตน้ำประปาด้วยหรือไม่ และต้องมีค่าใช้จ่ายช่วยเหลือให้กับกรมชลประทานหรือไม่อย่างไร
จริงๆ แล้ว เรามีการประกาศโดยกฎกระทรวงว่ากิจการหรือกิจกรรมใดที่ก่อให้เกิดรายได้ต้องจ่ายค่าน้ำเป็นราคาคิวละ ๕๐ สตางค์ ยกเว้นเพื่อการเกษตรจะได้รับการยกเว้นโดยรัฐ แต่จนถึงปัจจุบันชลประทานยังไม่ได้รับค่าน้ำจากฝ่ายผลิตน้ำประปา โดยฝ่ายผลิตน้ำประปาให้เหตุผลว่าขาดทุนเนื่องจากมีการใช้น้ำออกไปมากเพื่อการบรรเทาสาธารณภัย แต่ก็ไม่แจ้งตัวเลขรายได้ที่แท้จริง เราเคยเจรจากับเขาว่าที่เขาเก็บจากผู้ใช้น้ำคิวละ ๘ บาทควรจะเก็บคืนให้เราด้วยคิวละ ๕๐ สตางค์ แต่ส่วนใหญ่จะมีปัญหาอย่างนี้แทบทุกที่ หากเก็บได้บ้างก็เป็นส่วนน้อย ส่วนใหญ่จะให้เป็นเหมาจ่าย อย่างที่เพชรบุรี อำเภอชะอำเป็นเมืองท่องเที่ยว ใช้น้ำมาก แต่เหมาจ่ายมาให้เดือนละ ๕,๐๐๐ บาท แต่หากจะเก็บกันจริงๆ แล้วก็หลายหมื่น เพราะเขาใช้น้ำกันแสนกว่าคิว แสนคิวปกติคิดเป็นเงินราคา ๕๐,๐๐๐ บาท

ในส่วนของจังหวัดนครปฐมมีสถิติการจ่ายน้ำดิบให้ผลิตน้ำประปาเท่าไร
จริงๆ แล้วหน่วยงานส่งน้ำและบำรุงรักษานครปฐมไม่ได้ดูแลในส่วนนี้ ที่หัวคลองที่เป็นที่ตั้งโครงการจะเป็นผู้รับผิดชอบ แต่เท่าที่ทราบตัวเลขโดยประมาณแล้วจะใช้น้ำวันละหลายหมื่นคิว ส่วนประปากรุงเทพใช้น้ำ ประมาณ ๑,๓๐๐,๐๐๐ คิว

ปริมาณน้ำที่ส่งไปผลิตน้ำประปานี้นับรวมอยู่ในตัวเลขความต้องการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภคด้วยหรือเปล่า
ตัวเลข ๖๐ ล้านคิวที่เป็นความต้องการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภคนี้ คิดรวมกับปริมาณน้ำที่ส่งไปผลิตน้ำประปาแล้ว โดยคิดปริมาณการใช้น้ำโดยประมาณ ๒๐๐ ลิตรต่อคนต่อวัน คือ เอาจำนวนคนวัน ๓๐ วัน x ๑๒ เดือน  x ๒๐๐ ลิตร จะได้ปริมาณการใช้น้ำต่อคน x กับจำนวนประชากรในจังหวัดนครปฐม

น้ำในส่วนที่จ่ายให้ในโรงงานอุตสาหกรรมก็ต้องจ่ายผ่านโรงงานผลิตน้ำประปาด้วยหรือไม่ และจะสามารถคำนวณความต้องการใช้น้ำต่อปีได้อย่างไร
จริงๆ แล้วไม่มีสูตรสำเร็จในการคำนวณปริมาณน้ำเพื่อการอุตสาหกรรมที่ใช้อยู่จริง เนื่องจากแต่ละพื้นที่ใช้น้ำไม่เท่ากัน บางโรงงานก็ไม่ได้ใช้ การคำนวณจึงคิดในอัตรา ๕๐% ของการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค กล่าวคืออุปโภคบริโภค ๖๐ ล้านคิว ควรจะเป็นการใช้ในภาคอุตสาหกรรมประมาณ ๓๐ ล้านคิว

เคยเห็นที่คลองปูนบางแห่งจะมีท่อดูดน้ำจากคลอง น้ำจากท่อดูดนี้ถูกนำไปใช้ในส่วนไหนบ้าง
นำไปใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมบ้างบางส่วน แต่ที่มาขออนุญาตมีไม่กี่เจ้า เพราะโรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่จะใช้น้ำประปา ซึ่งอยู่ในสถิติ ๓๐ ล้านคิวดังกล่าวอยู่แล้ว

โรงงานอุตสาหกรรมที่ต่อท่อจากคลองนี้ต้องขออนุญาตด้วยหรือไม่
ตามระเบียบแล้วต้องมาขออนุญาตและจ่ายค่าน้ำคิวละ ๕๐ สตางค์ตามข้อกำหนด แต่ส่วนใหญ่ไม่สามารถเก็บเงินได้เพราะเขาใช้วิธีการต่อท่อลงไปที่บ่อของเขาและสูบน้ำที่บ่อของเขาเอง ส่วนเกษตรกรรมนั้นฟรีอยู่แล้ว ส่วนโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ไกลออกไม่สามารถต่อท่อได้ไป ก็มาขอสูบน้ำบ้าง อันนี้ก็ต้องจ่าย

คลองส่งน้ำเข้ากรุงเทพมีเส้นทางใดบ้าง
ART000044-04(อธิบายประกอบแผนที่ : ตรงมาจากกำแพงแสน ออกบางเลน)

เขื่อนแม่กลองได้น้ำจากทาง อ.สวนผึ้งด้วยหรือไม่
(อธิบายประกอบแผนที่ : มีแม่น้ำลำพาชีเป็นสาขาหนึ่งของแม่น้ำแควน้อย ไหลย้อนจากราชบุรีขึ้นไปยังจังหวัดกาญจนบุรี ไปรวมกับที่แม่น้ำแควน้อยทางด่านมะขามเตี้ย แล้วมาบรรจบกันที่หน้าเมือง : แสดงแผนที่ลุ่มน้ำแม่กลองทั้งหมด)

ในหนังสือรายงานกล่าวถึงแผนโครงการพัฒนาแหล่งน้ำระยะยาวในอนาคต
อันนี้เป็นโครงการที่เตรียมไว้สำหรับนำเสนอเมื่อมีโอกาสเพื่อจะดำเนินการในอนาคต รายงานโดยบรรดานักวิชาการ อาจารย์ นักศึกษา ที่เราได้ติดต่อให้ศึกษาวิเคราะห์ และลงเก็บข้อมูลในพื้นที่ เพื่อเสนอแนะความเป็นไปได้ในการดำเนินการตามโครงการต่างๆ ตามความเหมาะสม ในอนาคต

สิ่งที่ทางชลประทานต้องเสียค่าใช้จ่ายลงทุนมีอะไรบ้าง
การลงทุนในระบบชลประทานได้แก่ การขุดคลอง (อาจใช้คลองธรรมชาติเดิมได้ แต่ส่วนใหญ่จะใช้เป็นคลองระบาย เนื่องจากคลองธรรมชาติเดิมจะอยู่ในพื้นที่ต่ำที่สุดที่น้ำจะไปได้ แต่คลองส่งน้ำจะต้องอยู่ในพื้นที่ที่สูงที่สุดก่อนเพื่อรองรับการไหลของน้ำตาม Gravity เมื่อคลองส่งน้ำอยู่ในพื้นที่สูงแล้วก็จะไหลลงพื้นที่เกษตรกรรม ผ่านลงสู่คลองระบาย และไหลออกไปสู่ทะเลเองตามธรรมชาติ) ต่อมาก็จะมีค่าใช้จ่ายในการการทำท่อลอดถนนเมื่อมีถนนตัดขวาง ทำประตูระบายน้ำให้จ่ายน้ำได้ปริมาณมากน้อยตามที่ต้องการ ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา (การพังทลายของคันปูนหรือคันดินของคลองชลประทานเกิดได้หลายสาเหตุ ได้แก่ การกัดเซาะของน้ำ ความเร็วและแรงในการปล่อยน้ำ แรงดันของน้ำและแรงดันของดินที่ดันแผ่นปูนให้สไลด์ลงมาเมื่อระดับน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว การทรุดตัวของดินเป็นระยะเวลานานๆ ทำให้ดินนิ่มและจะพังลงมาเองโดยธรรมชาติ

มีการส่งทีมงานเข้าตรวจสอบและบำรุงรักษาอยู่เป็นประจำ หรือเข้าตรวจสอบแก้ไขเป็นกรณีไป และมีตางรางการเข้าบำรุงรักษาอย่างไร
ในนครปฐมมีคลองเยอะมาก จึงมีการแบ่งพื้นที่ความรับผิดชอบตามจุดต่างๆ เข้าตรวจสอบรายเดือน และรายสัปดาห์ มีพนักงานเปิดปิดน้ำ และรักษาคลองที่เข้าปฏิบัติงานตามตารางเวลาเปิดปิดน้ำ ก็จะตรวจสภาพคลองไปด้วยในตัว

มีอะไรฝากถึงคนในพื้นที่ที่มีบทบาทในการดูแลป่าต้นน้ำบ้าง
อยากบอกว่าคนที่ดูแลรักษาป่ามีผลต่อคนในเมืองเยอะมาก เพราะหากไม่มีป่า ก็ไม่มีน้ำ เพราะการเก็บกักน้ำที่ดีที่สุดโดยหลักๆ แล้วคือที่ผืนป่า เมื่อไม่มีป่าก็ไม่มีน้ำให้คนเมืองซึ่งใช้น้ำจากผืนป่าที่เขาดูแลอยู่ อยากให้ช่วยดูแลป่าไว้ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะถ้าคนดูแลป่าในส่วนนั้นดูแลดี คนทั้งประเทศก็จะมีความสุข

มีอะไรฝากถึงคนที่ใช้น้ำบ้าง ที่อาจมีโอกาสได้มาอ่านบทความจากการสัมภาษณ์ครั้งนี้
..อยากให้ใช้น้ำอย่างประหยัด นึกถึงคนอื่น นึกถึงอนาคต เพราะเรายังไม่รู้ว่าในอนาคตจะยังคงมีน้ำให้ใช้อยู่อย่างทุกวันนี้หรือไม่ และให้ช่วยการสอนลูกสอนหลานให้ใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อที่จะไม่เกิดวิกฤตน้ำเช่นที่เกิดที่ทับเสลา และสามารถแบ่งปันน้ำไปช่วยคนอื่นได้ด้วย ถือเป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง

ณัฐฐิณี เจรจาศิลป์ / สัมภาษณ์
ประนุช ภูมิพุก / ถ่ายภาพ
วันที่  ๒๘ ตุลาคม ๒๕๔๘