WESTERN FOREST CONSERVATION CLUB
151/11-12 Rajavidhi Rd., Prapathomchedi , Muang , Nakhon Pathom ,Thailand 73000

Thai Version Click Here

   


Sorry Under Translation!!

Seminar on forest, elephant and people
the way to live in harmony
December 20, 2006

 

                 วันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๔๙ นับเป็นอีกครั้งหนึ่งของความเจริญก้าวหน้าของภาคประชาชน ในการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ชมรมฯได้เดินทางไปร่วมประชุมสัมมนาเรื่อง ป่า ช้าง คน ที่ศูนย์รวมตะวัน ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ด้วยความสนับสนุนจากโรงแรม Banyan Tree กรุงทพฯเพื่อแสวงหาแนวทางและความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาราษฎรในพื้นที่เขตฯสลักพระ ที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่า โดยมี ดร.ศันสนีย์ กีรติวิริยาภรณ์ ทำหน้าที่ผู้ดำเนินการสัมมนาและมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญร่วมให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการสัมมนากับผู้เข้าร่วมการสัมมนา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นราษฎรในพื้นที่และกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต่างๆรวมทั้งเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระด้วย

 


                 การประชุมสัมมนาเริ่มต้นเมื่อเวลา ๑๓.๐๐ น. ด้วยการบรรยายเรื่องสภาวะแวดล้อมของโลกโดย ดร.จิรพล สินธุนาวา อุปนายกสมาคมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้ฉายภาพการนำเสนอประกอบคำบรรยายให้ผู้เข้าร่วมการสัมมนาได้ทราบถึงสาเหตุปัจจัยแวดล้อมต่างๆที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน และส่งผลกระทบต่อภาวการณ์เปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิของโลกในปัจจุบัน
(Earth warm) เช่น การตัดไม้ การจุดไฟเผาป่า และยังส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของโลกโดยรวม (Global Scale of Earth Environment)


                 "ป่าช่วยลดความแปรปรวนของบรรยากาศ ป่าช่วยดูดคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นวิธีลงทุนที่ถูกที่สุดเราควรช่วยกันรักษาต้นไม้และระบบนิเวศน์ของต้นไม้ไว้ ไม่มีหนทางใดที่จะดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้นอกจากต้นไม้ ต้องรักษาสัตว์ป่าให้รักษาต้นไม้ สัตว์ป่าช่วยปลูกป่า เมล็ดพันธุ์พืชที่สัตว์ป่ากินเข้าไปจะถูกหมักด้วยกรดที่มีเฉพาะในสัตว์ป่า เมื่อสัตว์ป่าถ่ายมูลพร้อมเมล็ดพันธุ์พืชออกมา จึงเท่ากับว่าสัตว์ป่าช่วยปลูกป่า ประชาชนชาวบ้านต้องช่วยกันรักษาสัตว์ป่าไว้เพื่อให้มันได้ทำหน้าที่ปลูกป่า หากเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงกิจกรรมก่อให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ ก็ให้ช่วยกันรักษาส่งเสริมป่าไม้และสัตว์ป่า ปัญหาโลกร้อนเป็นเรื่องที่คนทั้งโลกต้องร่วมมือช่วยกันแก้ไข"
              ภาพยนตร์อุทกภัยครั้งที่ผ่านมาที่ อ.ปาย ที่ อ.จิรพล นำมาฉายให้ผู้เข้าร่วมการสัมมนาแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของน้ำป่าที่เกิดจากความแปรปรวนผิดปรกติของสภาพแวดล้อม และกล่าวเสริมว่า "ประเทศไทยเป็นแชมป์ไฟป่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค.." แล้วแสดงภาพก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดเนื่องมาจากไฟป่าและมีผลต่อภาวะอากาศ เชื่อมโยงไปยังปริมาณน้ำป่าในฤดูฝน


                 อ.จิรพล กล่าวเสริมในตอนท้ายของการบรรยายว่า "ปีนี้ผมหนักใจสุด ต่อภาวะของสิ่งแวดล้อม ไฟป่าที่จะเกิดขึ้นในปีนี้น่าเป็นห่วง ไฟป่าส่งผลเสียมากต่อไปในอนาคตหลายปี ในปีที่ผ่านมา เป็นปีเอลนิโญ
(El Nino phinomena) เกิดน้ำท่วมในประเทศไทยมาก ซึ่งเกิดจากอิทธิพลลมตะวันออกเฉียงใต้พัดเอาความชื้นจากอ่าวไทยเข้ามา ปีหน้าจะเป็นปีลานีญา (La nina phenomena) อากาศจะร้อนและแล้ง จะเกิดไฟป่าในผืนป่าตะวันตกมากขึ้น ช้างจะลงเร็วขึ้นเนื่องจากร้อนและแล้ง ความขัดแย้งช้างกับชาวบ้านจะเกิดขึ้นอีก ช้างจะออกกลางคืน.." อ.ป.ท. อ.บ.ต. ต้องช่วยประชาสัมพันธ์ให้ลูกบ้าน ชุมชน เข้าใจผลเสียหายของไฟป่า การเก็บของป่าเช่นเผาป่าเอาผักหวาน ส่งผลเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก

                 ก่อนจบการบรรยาย อ.จิรพลกล่าวเน้นว่า  และเสนอให้ อ.บ.ต. เสนอโครงการเสริมรายได้ชุมชนแก่คนที่ขาดรายได้ เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนกับช้าง และจะเชิญ อ.บ.ต.ร่วมประชุมในโอกาสต่อไป

               ในช่วงท้ายของการบรรยายได้มีคำถามจากประชาชนผู้เข้าร่วมการสัมมนาว่า ทำอย่างไรไม่ให้คนเผาป่า ซึ่ง อ.จิรพล ชี้แจงว่า "เป็นคำถามตอบยาก ต้องอาศัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น องค์การบริหารส่วนตำบลช่วยประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจ ให้ความรู้กับชุมชม ถึงผลพวงจากการเผาป่า หากโลกร้อน ป่าไม้ลด อาหารช้างลด ก็จะเกิดปัญหากับคน"


                 ติดตามด้วยการบรรยายของคุณจิตตินทร์ ฤทธิวัฒน์ เจ้าหน้าที่เครือข่ายอนุรักษ์ช้าง กาญจนบุรี ซึ่งได้ฉายภาพนำเสนอประกอบคำบรรยายของข้อมูลในพื้นที่หมู่บ้านต่างๆในเขตฯสลักพระ ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากช้างป่าที่ลงมาหากินและทำลายพืชผลเกษตรของชาวบ้าน ซึ่งได้เก็บรวบรวมมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ และทำการวิเคราะห์ในแง่มุมต่างๆ

                คุณจิตติน ฤทธ์รัตน์ ทำงานในโครงการอนุรักษ์ช้างป่าในผืนป่าตะวันตก อดีตทำงานกับเดอะเนชั่นเรื่องสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันคุณจิตตินเป็นเจ้าหน้าที่เครือข่ายอนุรักษ์ช้าง กาญจนบุรี "..เดิมตั้งใจจะดำเนินงานในผืนป่าตะวันตกแต่ขนาดพื้นที่ใหญ่เกินไปจึงลดขนาดเหลือที่ป่าสลักพระ ดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือกับกรมฯ ได้รับความสนับสนุนจากทุนต่างชาติ อังกฤษ และบริษัทฯในประเทศไทย ปัจจุบันระบบนิเวศป่าสลักพระป่วย พยายามจะดำเนินงานในระยะแรกมีกำหนด ๗ ปี ซึ่งชาวบ้านต้องอดทน โครงการบรรเทาปัญหาระหว่างคนและช้างในพื้นที่โครงการป่าสลักพระซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ของผืนป่าตะวันตก จะช่วยรักษาป่าที่อยู่ชั้นในด้วย ดังนั้นเราต้องช่วยกันรักษาปกป้องป่ารอบๆนอกด้วย.."

                 ที่ผ่านมาได้ทำการสำรวจพื้นที่บุกรุกของช้าง จัดทำแผนที่ทำกินของประชาชนด้วย GPS ทำให้รู้ว่าช้างใช้เส้นทางไหน ไร่ชาวบ้านอยู่ที่ไหน และศึกษาพื้นที่รอยต่อเพื่อลดปัญหาช้างใช้พื้นที่ใกล้คน พื้นที่สำรวจช้าง ที่ดำเนินการอยู่เช่น เขาแดง วังด้ง ท่ามะนาว ช่องสะเดา

                 ข้อมูลการสำรวจครอบคลุมฤดูร้อนและฝน มี ๒๐ หมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากช้าง ทางด้านตะวันตกของเขตฯ ในปี ๒๕๔๖ ที่ท่ามะนาวเกิดปัญหาช้างครั้งแรก ๓ อำเภอที่ได้รับผลกระทบ คือ บ่อพลอย อ.เมือง และ อ.ศรีสวัสดิ์ ที่ตำบลวังด้งได้รับผลกระทบมากที่สุด

                ความเข้มข้นปัญหาเกิดขึ้นมากในบริเวณพื้นที่ ๑ ถึง ๑.๕ กม. จากแนวเขต ข้อมูลมีส่วนช่วยในการตัดสินใจเลือกพื้นที่ในการดำเนินงานแก้ปัญหา ในเดือน พ.ค. ๒๕๔๙ มีรายงานปัญหาช้าง ๔๐ ครั้ง เดือน เม.ย. ซึ่งเป็นฤดูมะม่วงออกลูกจำนวนครั้งของปัญหาก็เพิ่มขึ้นอีกครั้ง และลดลงในเดือน ก.ย. ซึ่งมีการติดตั้งมีรั้วไฟฟ้า

                ต่อมามีการล้อมรั้วไฟฟ้าพื้นที่ช้างเข้าบ่อยๆ ท่ามะนาวมีรายงานปัญหาช้างมากที่สุด ๗๐ ครั้ง มากที่สุดเดือน พ.ค. เมื่อเริ่มต้นฤดูฝนจำนวนครั้งของปัญหาก็ลดลง และในเดือน ก.ย. เนื่องจากมีการล้อมรั้วไฟฟ้าจำนวนครั้งของปัญหาที่เกิดขึ้นก็ลดลงมากที่สุด

                ส่วนการนับจำนวนช้างนั้นทำจากการสำรวจรอยเท้าด้วยการวัด ส่วนมากพบตัวเดียวหรือสองตัว ซึ่งมักจะเป็นตัวผู้ รายงานการพบเห็นช้างของชาวบ้าน ๕๐% จาก ๗๐ ครั้ง ช้างมา ๑-๒ ตัว

               การศึกษาในอินเดีย ช้างโขลงลงกินพืชไร่ตามเส้นทาง ช้างโทนกิน อ้อย กล้วย มะละกอฮาวาย สาเหตุที่ช้างกินมะละกอคือมีคนเอามะละกอและมะม่วงให้ช้างกิน และอีกสาเหตุหนึ่งคือชาวบ้านทิ้งมะละกอที่ขายไม่ได้ไว้ในไร่
                จากการศึกษาพื้นที่เสียหายจากพื้นที่ทั้งหมดแบ่งเป็น อ้อย ๗% มะม่วง ๔% มะละกอ ๑๒% มูลค่าความเสียหายของพืชผลคือมะละกอที่มีพื้นที่ปลูกน้อยแต่ผลผลิตมีราคาสูง ส่วนอ้อยเป็นพืชที่มีพื้นที่ปลูกมาก แต่มีราคาผลผลิตถูกกว่า

                ปัญหาช้างเป็นปัญหาสังคม ต้องแก้ในมิติทางสังคม ไม่ใช่ให้หน่วยงานราชการแก้ไขฝ่ายเดียว ต้องร่วมมือกัน จากการไปดูงานที่กุยบุรี ดูแนวทางความร่วมมือของชาวบ้าน เพื่อการประชุมวางแผนการดำเนินงานก่อให้เกิดความร่วมมือกับประชาชนในท้องที่อย่างน้อยสองกลุ่มคือ กลุ่มคุณมานพ บ้านวังด้ง กลุ่มอนุรักษ์ช้างแควใหญ่ และกลุ่มอนุรักษ์ช้างศรีสวัสดิ์

                คุณจิตตินทร์ สรุปในตอนท้ายว่า "จากการไปดูงานที่เคนยาประเทศกำลังพัฒนาเช่นไทย มีความเห็นเหมือนกันว่า ชุมชนท้องถิ่นต้องร่วมกันแก้ไขการแก้ไขปัญหาระยะยาว ชุมชนท้องถิ่นต้องมีส่วนร่วม การเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบจะช่วยแก้ไขปัญหาร่วมกันได้.."

                  คุณสุนชัย ลิมปะพยอม อ.บ.ต.วังด้ง ตัวแทนประชาชนกล่าวว่าหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบ มีทั้งหมดหกหมู่บ้านคือ หมู่ที่ ๒ ๔ ๖ ๗ ๘ และ ๑๐ พืชที่ถูกทำลายได้แก่ อ้อย ข้าวโพด กล้วย ส่วนมันนั้นไม่ใช่เป้าหมายของช้าง ขอให้เขตฯสลักพระช่วยสนับสนุนการแก้ไขปัญหาของชาวบ้านด้วย เพราะเท่าที่ผ่านมามีปัญหามาก เช่น รถ คน ไม่พอ เสนอให้ใช้วิทยุสื่อสารเป็นเครื่องมือในการประสานงาน

                 "..สองปีที่ผ่านมาผลกระทบจากช้างเพิ่มมากขึ้น ประชากรช้างเพิ่มมากขึ้น มีลูกช้างเกิดขึ้นมาก นักอนุรักษ์ชอบช้าง แต่ชาวไร่ไม่ชอบ พอชาวบ้านขับไล่ช้างไปแล้ว คนกลับบ้านพัก ช้างก็จะกลับมาอีก.. "

                  รั้วไฟฟ้ากันช้างที่ใช้แบตเตอร์รี่ที่นำมาใช้ป้องกันช้างป่านี้ ชาวไร่บางคนทำได้ผล บางคนก็ไม่ได้ผล ไปดูงานที่กุยบุรี ป่าไม้สนับสนุนจัดหาอุปกรณ์เครื่องมือให้ เช่น รั้ว และแบตเตอร์รี่ แต่ที่วังด้ง อ.บ.ต.ต้องหางบมาช่วย ที่ อ.กุยบุรี การไฟฟ้าประจวบฯจัดหาโซล่าร์เซลล์มาติดตั้งให้ห้าสิบกว่าจุด ใช้ชารจ์แบตเตอร์รี่ คุณสุนชัยวิงวอนขอให้ทางการหางบช่วยท้องถิ่นในการแก้ปัญหาด้วย

                 ต่อด้วยการบรรยายและฉายภาพนำเสนอประกอบของ ดร.มัทนา ศรีกระจ่าง หัวหน้าศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ผู้เชี่ยวชาญศึกษาช้างป่าได้นำเสนอข้อมูลของช้างป่าโดยเน้นพูดแทนช้าง ข้อมูลนักวิจัยของกรมฯและเพื่อนบ้าน สลักพระเป็นพื้นที่แรกที่มีปัญหาช้าง ปี ๓๒-๓๓ เริ่มเกิดปัญหา บางปีมาก บางปีน้อย เขตฯภูวัว เกิดปัญหาเช่นกัน สาเหคุการเสียชีวิตของช้างมากสุดคือการโดนยิงตายจากปัญหาการทำลายพืชไร่ ช้างทำลายข้าวของทรัพย์สินร้านค้าที่ภูกระดึง ช้างถูกรถชนที่แก่งกระจานและอ่างฤานัย จากการให้อาหารและทำโป่งข้างทางเกิดเหตุ ๒๐ พื้นที่ เขตฯ ๘ แห่ง อุทยาน ๑๒ แห่ง แนวโน้มปัญหาเพิ่มมากขึ้น


                   "..ช้างและคนต่างต้องการน้ำ ช้างและคนใช้พื้นที่เดียวกัน ช้างต้องการน้ำมาก เพื่อกินและระบายความร้อน เนื่องจากต่อมเหงื่อน้อย บนเขาช้างอยู่ไม่ได้ ช้างชอบอยู่พื้นราบที่มีแหล่งอาหารและน้ำ อาหารหลักของช้าคือ ใบไผ่ หญ้า ไม่ใช่มะม่วง การปลูกป่าในทุ่งหญ้า ทำให้ทุ่งหญ้าลดลง อาหารช้างป่าจึงลดลงด้วย พื้นที่เกษตรกรรมที่อยู่ใกล้ป่าจูงใจให้ช้างออกจากพื้นที่หากินในป่า จากการศึกษาพฤติกรรมช้างตัวผู้ลงไร่มากกว่าโขลงช้างตัวเมีย.."

                   "..ก่อนสร้างเขื่อน ชาวบ้านอยู่ข้างแม่น้ำแควใหญ่ ช้างก็อยู่ในที่ป่าที่เกิดปัญหาทุกวันนี้ ซึ่งเดิมคือที่อยู่ของช้าง คนปลูกบ้านขวางชิดที่อยู่ช้าง มีที่ไม่กี่แห่งที่ช้างอยู่โดยไม่รบกวนคน เช่น ห้วยขาแข้ง ๑๐๐ กม. คุณชมชื่น สิริขำแก้ว และคุณชลิตา คงฤทธิ์ กำลังทำการศึกษาประชากรช้างโดยใช้รหัสพันธุกรรม ประชากรช้างสลักพระมีประมาณ ๑๐๐-๑๒๐ ตัว ประชากรช้างป่าห้วยขาแข้งมีประมาณ ๕๐๐ ตัว ประชากรช้างขาแข้งและอ่างฤานัยเพิ่มในอัตราปีละ ๑๐ % พื้นที่ที่คนได้รับผลกระทบจากช้างป่าในประเทศอีกสามแห่งคือ ป่าละอู ที่ราบลุ่มแม่น้ำปราณกุยบุรี และที่ราบลุ่มคลองกุย

                    ช้างตัวผู้ที่กุยบุรีอยู่รวมเป็นฝูง พื้นที่เกษตรใกล้พื้นที่ป่ามักเกิดปัญหา ช้างไม่ออกจากป่ามาไกล
ช้างชอบอยู่ที่ใกล้น้ำไหล หุบเขาที่มีร่องห้วย ช้างได้โปรตีนมาจากไผ่ไร่-ไผ่นวล ๑๖% หญ้าขจรจบ ๑๔%

                    การแก้ปัญหาด้วยการปรับปรุงแหล่งอาหารแหล่งน้ำ ทำฝายชะลอความชุ่มชื้น ส่งผลให้ช้างไว้ใจคนมากขึ้น ประชากรช้างมากขึ้น เป็นการรักษาตามอาการ พอช้างออกมาคนผลักดันกลับเข้าไป นี่ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา ต้องคิดวิธีแก้ในทั้งสามมิติ ป่า ช้าง และคน แบบองค์รวมที่มีความสัมพันธ์กัน ช้างเป็นสัตว์ตัวใหญ่กินเยอะเดินได้ไกลใช้พลังงานน้อย ช้างปรับตัวได้ดี เช่น เรียนรู้การพังรั้วไฟฟ้า วิธีคิดแก้ปัญหาไม่มีวิธีใดยั่งยืน ต้องเปลี่ยนไปตามความเหมาะสม

                 ช่วงนี้ชาวบ้านผู้ร่วมการสัมมนาเสนอวิธีแก้ปัญหาด้วยการ ๑.สร้างแหล่งน้ำแหล่งอาหารในป่า ๒.ย้ายช้างไปที่อื่นในป่าสมบูรณ์ แต่วิธีแก้ปัญหาติดที่ราชการ ขุดสระน้ำให้ช้างในป่าไม่ได้ ต้องขุดในที่ชาวไร่

                  และในช่วงท้ายของการบรรยายในส่วนของ ดร.มัทนา ผู้เข้าร่วมการสัมมนาได้ตั้งคำถามหลายประเด็น นำไปสู่การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อปัญหาในมุมกว้างและลงลึกในรายละเอียด ข้อเสนอวิธีการในการแก้ไขปัญหาหลายประเด็น ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของเขตฯรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระและหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบโดยตรง เช่นปัญหาความไม่พร้อมของเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขปัญหา ขาดเครื่องมือ อุปกรณ์ ยานพาหนะ น้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงอำนาจการตัดสินใจและนโยบายในการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม ฯลฯ


                 และต่อเนื่องปิดท้ายด้วย การตอบข้อซักถามของนายนิพนธ์ สงวนญาติ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ซึ่งได้ให้คำชี้แจงต่อคำถามในเรื่องต่างๆโดยเน้นถึงแนวทางการดำเนินงานของเขตฯสลักพระในปี ๒๕๔๕-๒๕๔๖ ที่กำลังจัดทำแผนโครงการเสนอขออนุมัติจากจังหวัด และในปีที่ผ่านมาเขตฯสลักพระได้ดำเนินการก่อสร้างฝายแม้ว
(check dam) ในพื้นที่ไปแล้วสองร้อยกว่าฝายเพื่อกักเก็บน้ำให้แก่สัตว์ป่า ซึ่งในประเด็นนี้"ลุงวี" ผู้ได้รับผลกระทบจากช้างป่าเข้ากินและทำลายพืชไร่มากที่สุดผู้หนึ่งให้ข้อเสนอว่า ควรจัดทำเขื่อนขนาดเล็กตามลำห้วยเป็นระยะๆเพื่อกักเก็บน้ำให้ได้ปริมาณ เพื่อช้างป่าจะได้ใช้ประโยชน์ร่วมด้วยเพื่อที่จะได้บรรเทาผลกระทบจากช้างป่าในการออกจากป่ามาหาแหล่งน้ำนอกป่า

                 หัวหน้าฯนิพนธ์ สงวนญาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ "..พูดกันมาปีครึ่งแล้วทั้ง อ.บ.ต. ผู้ว่าฯ ดร. นักวิชาการ ป่าสลักพระหน้าแล้งห้วยแห้งไม่เหมือนป่าห้วยขาแข้ง ปีที่แล้วได้งบมาทำฝายแม้ว (check dam) ๓๐๐ ฝาย แต่ต้องทำในที่มีความสูงจึงจะได้ผล ปีนี้จะเสนอของบประมาณทำ ๒๐๐ ฝาย และจะลองทำตามแบบที่ชาวบ้านเสนอมา ขณะนี้เขตฯสลักพระกำลังเขียนโครงการของบปี ๒๔๕๐ ปลูกพืชอาหารช้างที่ทุ่งสลักพระ ๑,๐๐๐ ไร่ ทุ่งนาบอน ๕๐๐ ไร่ และเขียนโครงการของบปี ๒๕๕๑ สำหรับทุ่งนาบอนอีก ๕๐๐ ไร่.."

                    เมื่อหมดคำถามจากผู้เข้าร่วมการสัมมนาแล้ว ดร.ศันสนีย์ กีรติวิริยาภรณ์ ผู้ดำเนินการสัมมนาจึงกล่าวสรุปก่อนปิดการประชุมว่า การแก้ไขปัญหาลดผลกระทบความขัดแย้งเรื่อง ช้าง กับ คน คงจะต้องร่วมมือช่วยเหลือกันแบบบูรณาการ ชาวบ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรพัฒนาเอกชน รวมทั้งภาครัฐจึงจะแก้ไขปัญหาได้

                 หลังยุติการสัมมนาเมื่อเวลา ๑๖.๓๐ น. แล้ว  ตัวแทนจากโรงแรมบันยัน ทรี กรุงเทพฯ ได้มอบเงินสนับสนุนการดำเนินงานอนุรักษ์แก่สมาคมพัฒนาคุณภาพและสิ่งแวดล้อม และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท นอกเหนือจากที่ได้นำพนักงานเจ้าหน้าที่ของโรงแรมยี่สิบกว่าท่านร่วมกิจกรรมอนุรักษ์ทำการก่อสร้างฝายแม้ว(check dam)เพื่อกักเก็บน้ำให้สัตว์ป่าและช้างป่า ทำโป่งเทียมเพื่อเป็นแหล่งอาหารเสริมแก่สัตว์ป่า และปลูกต้นไม้ที่หน่วยสลักพระเพื่อเพิ่มปริมาณต้นไม้แก่ผืนป่าสลักพระ ซึ่งเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศอีกด้วย

บินนาน / รายงาน

 

   

Thai Version Click Here


WFCC Projects Supporter


Supporter of " Help Save Thungyai ,
Thai Natural Heritage of the World " Project.

Decade Activities

Album of Previous Activities

Support WFCC Projects

Suggest WFCC to your friends

About WFCC  Activities  Wildlife Sanctuary  Bird  Photo Gallery  Support Projects  Main Page


Last Edited

09/02/2007 03:22:35 -0500

better view with Internet Explorer  version 4.0 or higher
resolution 1024x768 or higher
Copyright 1995 by WFCC
151/11-12 Rajavidhi Road , Prapathomchedi , Muang , Nakhonpathom , Thailand  73000
Tel
66+34210453 Fax 66+13042034 
email : info@thungyai.org      msn : wfcc1@hotmail.com


Web design by Centroid's Web Syndicate Service
Warning: The Image on this site are protected by digital watermark technology.
All rights reserved .Reproduction in whole or in part in any form or medium without express written permission of WFCC is prohibited.