![]() |
||||
|
|
||||
|
วันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๔๙ นับเป็นอีกครั้งหนึ่งของความเจริญก้าวหน้าของภาคประชาชน ในการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ชมรมฯได้เดินทางไปร่วมประชุมสัมมนาเรื่อง ป่า ช้าง คน ที่ศูนย์รวมตะวัน ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ด้วยความสนับสนุนจากโรงแรม Banyan Tree กรุงทพฯเพื่อแสวงหาแนวทางและความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาราษฎรในพื้นที่เขตฯสลักพระ ที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่า โดยมี ดร.ศันสนีย์ กีรติวิริยาภรณ์ ทำหน้าที่ผู้ดำเนินการสัมมนาและมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญร่วมให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการสัมมนากับผู้เข้าร่วมการสัมมนา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นราษฎรในพื้นที่และกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต่างๆรวมทั้งเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระด้วย
ก่อนจบการบรรยาย อ.จิรพลกล่าวเน้นว่า และเสนอให้ อ.บ.ต. เสนอโครงการเสริมรายได้ชุมชนแก่คนที่ขาดรายได้ เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนกับช้าง และจะเชิญ อ.บ.ต.ร่วมประชุมในโอกาสต่อไป ในช่วงท้ายของการบรรยายได้มีคำถามจากประชาชนผู้เข้าร่วมการสัมมนาว่า ทำอย่างไรไม่ให้คนเผาป่า ซึ่ง อ.จิรพล ชี้แจงว่า "เป็นคำถามตอบยาก ต้องอาศัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น องค์การบริหารส่วนตำบลช่วยประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจ ให้ความรู้กับชุมชม ถึงผลพวงจากการเผาป่า หากโลกร้อน ป่าไม้ลด อาหารช้างลด ก็จะเกิดปัญหากับคน"
คุณจิตติน ฤทธ์รัตน์ ทำงานในโครงการอนุรักษ์ช้างป่าในผืนป่าตะวันตก อดีตทำงานกับเดอะเนชั่นเรื่องสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันคุณจิตตินเป็นเจ้าหน้าที่เครือข่ายอนุรักษ์ช้าง กาญจนบุรี "..เดิมตั้งใจจะดำเนินงานในผืนป่าตะวันตกแต่ขนาดพื้นที่ใหญ่เกินไปจึงลดขนาดเหลือที่ป่าสลักพระ ดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือกับกรมฯ ได้รับความสนับสนุนจากทุนต่างชาติ อังกฤษ และบริษัทฯในประเทศไทย ปัจจุบันระบบนิเวศป่าสลักพระป่วย พยายามจะดำเนินงานในระยะแรกมีกำหนด ๗ ปี ซึ่งชาวบ้านต้องอดทน โครงการบรรเทาปัญหาระหว่างคนและช้างในพื้นที่โครงการป่าสลักพระซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ของผืนป่าตะวันตก จะช่วยรักษาป่าที่อยู่ชั้นในด้วย ดังนั้นเราต้องช่วยกันรักษาปกป้องป่ารอบๆนอกด้วย.." ที่ผ่านมาได้ทำการสำรวจพื้นที่บุกรุกของช้าง จัดทำแผนที่ทำกินของประชาชนด้วย GPS ทำให้รู้ว่าช้างใช้เส้นทางไหน ไร่ชาวบ้านอยู่ที่ไหน และศึกษาพื้นที่รอยต่อเพื่อลดปัญหาช้างใช้พื้นที่ใกล้คน พื้นที่สำรวจช้าง ที่ดำเนินการอยู่เช่น เขาแดง วังด้ง ท่ามะนาว ช่องสะเดา ข้อมูลการสำรวจครอบคลุมฤดูร้อนและฝน มี ๒๐ หมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากช้าง ทางด้านตะวันตกของเขตฯ ในปี ๒๕๔๖ ที่ท่ามะนาวเกิดปัญหาช้างครั้งแรก ๓ อำเภอที่ได้รับผลกระทบ คือ บ่อพลอย อ.เมือง และ อ.ศรีสวัสดิ์ ที่ตำบลวังด้งได้รับผลกระทบมากที่สุด ความเข้มข้นปัญหาเกิดขึ้นมากในบริเวณพื้นที่ ๑ ถึง ๑.๕ กม. จากแนวเขต ข้อมูลมีส่วนช่วยในการตัดสินใจเลือกพื้นที่ในการดำเนินงานแก้ปัญหา ในเดือน พ.ค. ๒๕๔๙ มีรายงานปัญหาช้าง ๔๐ ครั้ง เดือน เม.ย. ซึ่งเป็นฤดูมะม่วงออกลูกจำนวนครั้งของปัญหาก็เพิ่มขึ้นอีกครั้ง และลดลงในเดือน ก.ย. ซึ่งมีการติดตั้งมีรั้วไฟฟ้า ต่อมามีการล้อมรั้วไฟฟ้าพื้นที่ช้างเข้าบ่อยๆ ท่ามะนาวมีรายงานปัญหาช้างมากที่สุด ๗๐ ครั้ง มากที่สุดเดือน พ.ค. เมื่อเริ่มต้นฤดูฝนจำนวนครั้งของปัญหาก็ลดลง และในเดือน ก.ย. เนื่องจากมีการล้อมรั้วไฟฟ้าจำนวนครั้งของปัญหาที่เกิดขึ้นก็ลดลงมากที่สุด ส่วนการนับจำนวนช้างนั้นทำจากการสำรวจรอยเท้าด้วยการวัด ส่วนมากพบตัวเดียวหรือสองตัว ซึ่งมักจะเป็นตัวผู้ รายงานการพบเห็นช้างของชาวบ้าน ๕๐% จาก ๗๐ ครั้ง ช้างมา ๑-๒ ตัว
การศึกษาในอินเดีย ช้างโขลงลงกินพืชไร่ตามเส้นทาง ช้างโทนกิน
อ้อย กล้วย มะละกอฮาวาย
สาเหตุที่ช้างกินมะละกอคือมีคนเอามะละกอและมะม่วงให้ช้างกิน
และอีกสาเหตุหนึ่งคือชาวบ้านทิ้งมะละกอที่ขายไม่ได้ไว้ในไร่
ปัญหาช้างเป็นปัญหาสังคม ต้องแก้ในมิติทางสังคม
ไม่ใช่ให้หน่วยงานราชการแก้ไขฝ่ายเดียว ต้องร่วมมือกัน
จากการไปดูงานที่กุยบุรี ดูแนวทางความร่วมมือของชาวบ้าน
เพื่อการประชุมวางแผนการดำเนินงานก่อให้เกิดความร่วมมือกับประชาชนในท้องที่อย่างน้อยสองกลุ่มคือ
กลุ่มคุณมานพ บ้านวังด้ง กลุ่มอนุรักษ์ช้างแควใหญ่ และกลุ่มอนุรักษ์ช้างศรีสวัสดิ์ คุณสุนชัย ลิมปะพยอม อ.บ.ต.วังด้ง ตัวแทนประชาชนกล่าวว่าหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบ มีทั้งหมดหกหมู่บ้านคือ หมู่ที่ ๒ ๔ ๖ ๗ ๘ และ ๑๐ พืชที่ถูกทำลายได้แก่ อ้อย ข้าวโพด กล้วย ส่วนมันนั้นไม่ใช่เป้าหมายของช้าง ขอให้เขตฯสลักพระช่วยสนับสนุนการแก้ไขปัญหาของชาวบ้านด้วย เพราะเท่าที่ผ่านมามีปัญหามาก เช่น รถ คน ไม่พอ เสนอให้ใช้วิทยุสื่อสารเป็นเครื่องมือในการประสานงาน "..สองปีที่ผ่านมาผลกระทบจากช้างเพิ่มมากขึ้น ประชากรช้างเพิ่มมากขึ้น มีลูกช้างเกิดขึ้นมาก นักอนุรักษ์ชอบช้าง แต่ชาวไร่ไม่ชอบ พอชาวบ้านขับไล่ช้างไปแล้ว คนกลับบ้านพัก ช้างก็จะกลับมาอีก.. " รั้วไฟฟ้ากันช้างที่ใช้แบตเตอร์รี่ที่นำมาใช้ป้องกันช้างป่านี้ ชาวไร่บางคนทำได้ผล บางคนก็ไม่ได้ผล ไปดูงานที่กุยบุรี ป่าไม้สนับสนุนจัดหาอุปกรณ์เครื่องมือให้ เช่น รั้ว และแบตเตอร์รี่ แต่ที่วังด้ง อ.บ.ต.ต้องหางบมาช่วย ที่ อ.กุยบุรี การไฟฟ้าประจวบฯจัดหาโซล่าร์เซลล์มาติดตั้งให้ห้าสิบกว่าจุด ใช้ชารจ์แบตเตอร์รี่ คุณสุนชัยวิงวอนขอให้ทางการหางบช่วยท้องถิ่นในการแก้ปัญหาด้วย ต่อด้วยการบรรยายและฉายภาพนำเสนอประกอบของ ดร.มัทนา ศรีกระจ่าง หัวหน้าศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ผู้เชี่ยวชาญศึกษาช้างป่าได้นำเสนอข้อมูลของช้างป่าโดยเน้นพูดแทนช้าง ข้อมูลนักวิจัยของกรมฯและเพื่อนบ้าน สลักพระเป็นพื้นที่แรกที่มีปัญหาช้าง ปี ๓๒-๓๓ เริ่มเกิดปัญหา บางปีมาก บางปีน้อย เขตฯภูวัว เกิดปัญหาเช่นกัน สาเหคุการเสียชีวิตของช้างมากสุดคือการโดนยิงตายจากปัญหาการทำลายพืชไร่ ช้างทำลายข้าวของทรัพย์สินร้านค้าที่ภูกระดึง ช้างถูกรถชนที่แก่งกระจานและอ่างฤานัย จากการให้อาหารและทำโป่งข้างทางเกิดเหตุ ๒๐ พื้นที่ เขตฯ ๘ แห่ง อุทยาน ๑๒ แห่ง แนวโน้มปัญหาเพิ่มมากขึ้น
และในช่วงท้ายของการบรรยายในส่วนของ ดร.มัทนา ผู้เข้าร่วมการสัมมนาได้ตั้งคำถามหลายประเด็น นำไปสู่การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อปัญหาในมุมกว้างและลงลึกในรายละเอียด ข้อเสนอวิธีการในการแก้ไขปัญหาหลายประเด็น ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของเขตฯรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระและหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบโดยตรง เช่นปัญหาความไม่พร้อมของเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขปัญหา ขาดเครื่องมือ อุปกรณ์ ยานพาหนะ น้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงอำนาจการตัดสินใจและนโยบายในการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม ฯลฯ
หัวหน้าฯนิพนธ์ สงวนญาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ "..พูดกันมาปีครึ่งแล้วทั้ง อ.บ.ต. ผู้ว่าฯ ดร. นักวิชาการ ป่าสลักพระหน้าแล้งห้วยแห้งไม่เหมือนป่าห้วยขาแข้ง ปีที่แล้วได้งบมาทำฝายแม้ว (check dam) ๓๐๐ ฝาย แต่ต้องทำในที่มีความสูงจึงจะได้ผล ปีนี้จะเสนอของบประมาณทำ ๒๐๐ ฝาย และจะลองทำตามแบบที่ชาวบ้านเสนอมา ขณะนี้เขตฯสลักพระกำลังเขียนโครงการของบปี ๒๔๕๐ ปลูกพืชอาหารช้างที่ทุ่งสลักพระ ๑,๐๐๐ ไร่ ทุ่งนาบอน ๕๐๐ ไร่ และเขียนโครงการของบปี ๒๕๕๑ สำหรับทุ่งนาบอนอีก ๕๐๐ ไร่.." เมื่อหมดคำถามจากผู้เข้าร่วมการสัมมนาแล้ว ดร.ศันสนีย์ กีรติวิริยาภรณ์ ผู้ดำเนินการสัมมนาจึงกล่าวสรุปก่อนปิดการประชุมว่า การแก้ไขปัญหาลดผลกระทบความขัดแย้งเรื่อง ช้าง กับ คน คงจะต้องร่วมมือช่วยเหลือกันแบบบูรณาการ ชาวบ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรพัฒนาเอกชน รวมทั้งภาครัฐจึงจะแก้ไขปัญหาได้
หลังยุติการสัมมนาเมื่อเวลา ๑๖.๓๐ น. แล้ว ตัวแทนจากโรงแรมบันยัน ทรี กรุงเทพฯ ได้มอบเงินสนับสนุนการดำเนินงานอนุรักษ์แก่สมาคมพัฒนาคุณภาพและสิ่งแวดล้อม และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท นอกเหนือจากที่ได้นำพนักงานเจ้าหน้าที่ของโรงแรมยี่สิบกว่าท่านร่วมกิจกรรมอนุรักษ์ทำการก่อสร้างฝายแม้ว(check dam)เพื่อกักเก็บน้ำให้สัตว์ป่าและช้างป่า ทำโป่งเทียมเพื่อเป็นแหล่งอาหารเสริมแก่สัตว์ป่า และปลูกต้นไม้ที่หน่วยสลักพระเพื่อเพิ่มปริมาณต้นไม้แก่ผืนป่าสลักพระ ซึ่งเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศอีกด้วย บินนาน / รายงาน
|
||||
|
About WFCC Activities Wildlife Sanctuary Bird Photo Gallery Support Projects Main Page
|
||||