|
The Central Radio Network
Communication Station Construction Project
Commemorative Construction Projects
to Celebrate 30th Anniversary of
Thungyai Naresuan Wildlife Sanctuary Establishment

Stage#5 April
13 - 18,
2005
During April 13 - 18, 2005
: WFCC continued
its last stage of the central radio network
construction as planned and ended its great mission of
constructing the central radio network station of Thungyai
which connected all its radio stations of wildlife
checkpoints and stations throughout
the wildlife sanctuary, building up a huge radio network
that is unseen by eyes but heard by ears.
The central radio network station is the heart of
Thungyai radio network system which help and reinforce
all activities in the wildlife sanctuary, standing as
another solid guarantee to preserve and conserve
wildlife and nature of the wildlife sanctuary for years
to come.
Sorry Under
Translation!!
April 13, 2005
11 am.. คณะเจ้าหน้าที่ชมรมฯ และอาสาสมัคร ออกเดินทางจากสำนักงานชมรมฯ
มุ่งหน้าหน่วยฯเกิงสะดา ถึงเมื่อเวลา ๑๗.๑๕ น. เพื่อรับนายอำนาจ ฝั่นเฝือ
เพื่อร่วมภารกิจในครั้งนี้ ตามที่ได้ฝากให้หัวหน้าฯเอิบ ได้ทำการนัดหมายสั่งการให้
และทำการติดตั้งจุดรับส่งสัญญาณโทรศัพท์ระบบ
GSM
เพื่อเพิ่มเชื่อมการสื่อสารระบบเครือข่ายวิทยุสื่อสารเขตฯทุ่งใหญ่เข้ากับระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่
GSM หลังจากตั้งเสาวิทยุความสูง ๑๒ เมตร และสายอากาศแบบยากิ
๑๖ อีลีเม็นท์แล้ว ปรากฏว่าเครื่องโทรศัพท์บกพร่อง
รับสัญญาณได้อ่อนเกินกว่าจะมีเสถียรภาพใช้งานได้
จึงนำโทรศัพท์มือถือกลับเพื่อเปลี่ยนเครื่องใหม่และจะนำมาทดสอบอีกครั้งในภารกิจครั้งต่อไป
ก่อนเดินทางออกจากหน่วยฯเกิงสดา ชมรมฯ ส่งคืนเครื่องวิทยุสื่อสารหน่วยฯเกาะสะเดิ่งที่ชำรุดใช้งานไม่ได้และชมรมฯ
สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงแก่นายเตือน เจ้าหน้าที่หน่วยฯ เพื่อส่งมอบต่อไป
พร้อมกับมอบสมุดบันทึกและปากกาแก่เจ้าหน้าที่วิทยุสื่อสารประจำหน่วยฯจำนวนหนึ่ง
เพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่
คณะเจ้าหน้าที่ฯ
เดินทางถึงหน่วยฯสะเนพ่องเมื่อเวลา ๑๙.๑๐ น.
เพื่อรอภารกิจการปรับปรุงแก้ไขระบบวิทยุสื่อสารหน่วยฯที่ชำรุดไม่สามารถรับส่งสัญญาณวิทยุได้ในวันรุ่งขึ้น
นายทูล กองแพง หัวหน้าหน่วยฯ นายณรงค์ นายลิง
ให้การต้อนรับจัดหาที่พักบ้านพักคนงานให้ ๑ ห้อง แล้วช่วยกันเตรียมอาหารมื้อค่ำ
หลังอาหารแล้ว ข้าฯ แยกเข้าพักผ่อนทันที เพราะเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางไกล
ขณะที่สมาชิกฯ ส่วนที่เหลือเดินลงไปห้วยโรคีหน้าหน่วยเพื่ออาบน้ำ
แล้วผูกเปลนอนที่ใต้ต้นมะม่วงข้างด่านตรวจฯ
April 14, 2005
หกนาฬิกาเศษ ข้าฯตื่นขึ้นพร้อมกับการนอนพักอย่างเต็มอิ่ม
เดินไปที่โรงครัวหากาแฟเช้า ขณะที่สมาชิกฯและเจ้าหน้าที่หน่วยฯต่างก็ตื่นแต่เช้า
มาประชุมปรึกษาหารือกันถึงปัญหาของระบบวิทยุสื่อสารหน่วย และแนวทางการแก้ไข
ครูประนุชนำแผนที่และเข็มทิศออกมากาง เพื่อกำหนดตำแหน่งสถานีวิทยุหน่วยฯ สะเนพ่องและเกิงสะดา
เพื่อหาพิกัดและทิศทาง
หลังจากที่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเข้าใจแผนการทำงานและเตรียมพร้อมแล้ว นายอำนาจ
ก็เริ่มทำการปีนขึ้นยอดเสาวิทยุหน่วยฯพร้อมอุปกรณ์เครื่องมือจำเป็นพร้อมทั้งเข็มขัดนิรภัยอย่างช้าๆ
ระหว่างที่นายอำนาจทำการปรับแก้ไขทิศทางสายอากาศและอุปกรณ์อยู่บนยอดเสาวิทยุ
เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินก็แจ้งพิกัดทิศทางที่อ่านจากแผนที่และเข็มทิศผ่านทางวิทยุมือถือ
หลังจากเวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง ภารกิจการปรับปรุงแก้ไขก็สำเร็จ
และเมื่อนายอำนาจไต่ลงจากยอดเสาถึงพื้นดินเรียบร้อยแล้ว นายลิง
เจ้าหน้าที่วิทยุสื่อสารหน่วยฯก็ทำการทดสอบการทำงานของระบบวิทยุสื่อสารหน่วยฯ
กับสถานีวิทยุสื่อสารหน่วยฯข้างเคียงอื่นๆ
เมื่อผลการทำงานของระบบกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว
ภารกิจการปรับปรุงแก้ไขระบบวิทยุสื่อสารหน่วยสะเนพ่องก็สำเร็จลง
หลังจากกินมื้อเช้าที่มีผักมันหมูต้มกับน้ำพริกและไข่เจียวแล้ว คณะเจ้าหน้าที่ฯ
ก็เร่งรัดออกเดินทางมุ่งหน้าสำนักงานเขตฯทุ่งใหญ่ ข้าฯแยกเดินทางมุ่งหน้าไปบ้านคลิตี้ล่างเพื่อเยี่ยมไข้นายโบว์
ลูกหน่วยฯเซซาโว่ที่ประสบอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติหน้าที่ถูกอาวุธปืน
ได้รับบาดเจ็บที่ขา ระหว่างที่หลงทางอยู่แถวหมู่บ้านบังเอิญพบนายอุ๊เจ้าหน้าที่เขตฯทุ่งใหญ่ขี่รถผ่านมา
จึงขอแรงให้ช่วยนำทางไปบ้านนายโบว์ ระหว่างที่นั่งสนทนากับนายโบว์อยู่นั้น นายรัตนชัย
เขยชัย หัวหน้าหน่วยฯจะแก กับนายทัช ก็เดินขึ้นเรือนมาร่วมสนทนาด้วย
ก่อนเดินทางกลับ เจ้าหน้าที่ชมรมฯ มอบเงินช่วยเหลือค่าเดินทางไปพบแพทย์แก่นายโบว์จำนวน
๕๐๐ บาท แล้วออกเดินทางต่อถึงเขตฯทุ่งใหญ่เมื่อเวลาบ่ายโมงเศษ
แวะตรวจสอบดูความคืบหน้าการก่อสร้างห้องน้ำบริการนักท่องเที่ยวที่หน้าด่านตรวจฯที่ชมรมฯสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างแล้ว
จ่ายค่าธรรมเนียมเข้าเขตฯ แล้วเข้าพบหัวหน้าเอิบฯที่บ้านพัก
หลังจากหารือเรื่องภารกิจงานก่อสร้างฯและขอสนับสนุนยานพาหนะและกำลังพลร่วมสนธิกำลังสนับสนุนการก่อสร้างฯ
แล้วจึงขนวัสดุก่อสร้างที่นายครรชิต เสือใจ
เจ้าหน้าที่เขตฯนำรถหกล้อไปบรรทุกมาจากสำนักงานชมรมฯ
เมื่อวันก่อนและกองไว้ที่โรงรถหลังบ้านพักคนงานขึ้นยานพาหนะชมรมฯ
แล้วออกเดินทางมุ่งหน้าหน่วยฯมหาราช
ถึงหน่วยฯมหาราชเมื่อเวลาห้าโมงเย็น
พบหัวหน้าไพบูลย์นั่งสนทนากับเจ้าหน้าที่หน้าบ้านพักคนงาน
จึงชวนกันไปนั่งสนทนาถึงแผนงานและภารกิจต่างๆต่อที่โรงครัวข้างห้วยซ่งไท้
ระหว่างทางพบคณะนักดูนก ครูตุ่มที่เคยพบกันเมื่อสามปีก่อน
อาศัยโรงรถข้างโรงครัวเป็นที่พัก พบสมาชิกเก่าหลายท่านจึงสนทนากันพักใหญ่
ในคณะมีคุณหมอเกษียณราชการสูงอายุท่านหนึ่ง อายุ ๖๗ ปี แต่แข็งแรง
หน้าตาแจ่มใสเบิกบาน จนคนอายุสี่สิบกว่าอย่างข้าฯ
อดอิจฉาในพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ทั้งกายและใจไม่ได้ ช่างโสเข้าครัว
เตรียมอาหารมื้อค่ำโดยมีพี่แหมวและน้องกุ้งคอยให้ความช่วยเหลือ หลังมื้อค่ำแล้ว
เราสนทนากันต่อสักพักแล้วจึงชวนกันลงห้วยซ่งไท้อาบน้ำแล้วแยกย้ายกันเข้านอน
โดยอาศัยโรงครัวผูกเปลและกางเต็นท์หลบฝนและน้ำค้าง
April 15, 2005
เสียงชะนีกูร้องเรียกปลุกให้ตื่นคละกับเสียงนกที่ร้องเจี๊ยวจ๊าว
ข้าฯมุดออกมาจากเต็นท์เห็นสมาชิกฯท่านอื่นๆนั่งดื่มกาแฟกันหมดแล้ว
กลุ่มดูนกครูตุ่มก็แยกย้ายออกไปดูนกแต่เช้า หลังกาแฟถ้วยแรกแล้ว
เราช่วยกันขนถ่ายกระจกบานเกล็ดจำนวนสองร้อยกว่าบานลงจากรถ
และหินกาบจำนวนห้าสิบกิโลลงมากองไว้ที่ข้างอาคารเพื่อทำการติดตั้งผนังภายนอกอาคาร
หัวหน้าไพบูลย์กางเต็นท์นอนอยู่ในอาคารนิทรรศการเมื่อคืนนี้
เราจึงช่วยกันย้ายขยับเต็นท์เพื่อที่เจ้าหน้าที่ฯจะได้ติดตั้งกระจกได้
หลังมื้อเช้าแล้ว ช่างชัยก็เดินทางเข้าเขตฯมาสมทบ
แล้วจึงออกเดินทางร่วมกันโดยช่างชัยทิ้งรถไว้ที่หน่วยฯมหาราช
บ่ายสี่โมงเศษ
คณะเจ้าหน้าที่ฯเดินทางถึงหน่วยฯเซซาโว่ พบนายทิตย์จิต และนายเจ๊าะ
พร้อมครอบครัวอยู่เฝ้ารักษาหน่วยฯ สมาชิกฯขนย้ายสัมภาระเข้าที่พัก
และขนวัสดุที่บรรทุกมาลงจากรถ สักครู่ฝนก็เทลงมาอย่างหนัก นานประมาณชั่วโมงเศษ
ทำให้พวกเราต่างรู้สึกโชคดีที่ไม่โดนฝนขณะที่กำลังขึ้นเขา ไม่เช่นนั้น
คงต้องเสียเวลากับอุปสรรคเส้นทางอย่างมาก เนื่องจากรถบรรทุกวัสดุมาเต็มพิกัด
มีน้ำหนักมาก สมาชิกฯส่วนหนึ่งนั่งสนทนาอยู่ที่โรงครัว ครูประนุชกับน้องนัทช่วยกันเตรียมป้ายทองเหลืองประวัติสถานีอยู่ที่ระเบียงบ้านพัก
ช่างโสเข้าครัวเตรียมอาหาร ข้าฯเดินตรวจสอบดูห้องน้ำหน่วยฯที่พี่จิตติ
ช่วยทำการติดตั้งสุขภัณฑ์และปูพื้นหินกาบที่นำมาจากข้างศาลพระฤๅษีฝีมือประณีต งดงาม
ไม่แพ้ช่างในเมืองเลย ประมาณหกโมงเย็น Mr. Rob
ก็พาคณะฝ่าสายฝนกลับเข้ามาถึงหน่วยฯ เมื่อได้พบกันและแนะนำตัวกันแล้ว
เรานั่งสนทนากันในเรื่องงานวิจัยพรรณไม้ของ Mr.Dave และ
Mr. Martin โดยมีนายป้อ นายเต้ และนายอิท เจ้าหน้าที่
WWF
ที่เคยพบกันเมื่อสองปีก่อนเมื่อครั้งมาทำวิจัยเรื่องหมีร่วมวงสนทนาด้วย
หลังมื้อค่ำแล้ว ข้าฯรู้สึกไม่ค่อยสบาย
แต่ก็นั่งสนทนากับสมาชิกอยู่บนเรือนสักพักจึงแยกตัวเข้านอนในห้องพักเดียวกับช่างโส
ซึ่งนอนกรนเสียงดังเหมือนข้าฯ สมาชิกส่วนที่เหลือนอนเรียงกันที่โถงพักบนเรือน
สมาชิกคณะ Mr. Rob ส่วนหนึ่งผูกเปลนอนอยู่ใต้เรือนสามเปล
อีกสามเปลผูกอยู่ที่โรงครัวข้างห้วยเซซาโว่
April 16, 2005
หกโมงเช้า เสียงชะนีสองฝูงร้องกู่เรียกปลุกให้ลุกจากที่นอน
เรามาขลุกรวมกันอยู่ที่ครัว เรานั่งดื่มกาแฟสนทนารวมกันทั้งฝรั่งและคนไทย
ที่จริงแล้ว
Mr. Rob
พูดและเขียนภาษาไทยได้ในระดับดีมาก
ด้วยเพราะอยู่อาศัยในประเทศไทยมานาน อีกทั้งได้ภรรยาเป็นคนไทยอีกด้วย เรื่องนี้
ข้าฯ คิดว่าเป็นการขาดดุลทางด้านทรัพยากรบุคคลของประเทศ ส่วน Mr. Dave
เป็นอาจารย์ปริญญาโทสอนวิชาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่สถาบัน
AIT ซึ่งก็พูดภาษาไทยได้เช่นกัน และเช่นเดียวกับ Mr.
Martin
ข้าฯเห็นว่าเป็นโอกาสได้ฝึกฝนภาษาที่เคยมีโอกาสร่ำเรียนมาซึ่งส่วนมากลืมกลับเข้าหม้อคืนอาจารย์ไปเกือบหมดแล้ว
จึงพยายามส่งสำเนียงภาษาฝรั่งแบบ broken English , snake snake fish fish
เท่าที่พอจำได้ Mr. Rob
ผงกหัวแสดงความเข้าใจ ในข้อความที่ข้าฯสื่อสาร ทั้งๆที่อาจจะฟังข้าฯ ไม่เข้าใจเลย
แต่อาจเป็นมารยาท ช่วยรักษาหน้าข้าฯก็ได้ การได้พบกับ Mr. Rob
ที่พูดและเขียนไทยได้ชัดอีกครั้ง ทำให้ข้าฯ
เกิดความอยากที่จะพูดและเขียนภาษาของ Mr. Rob
ให้ได้เช่นเดียวกัน แต่ดูเหมือนคงจะเป็นไปไม่ได้แล้ว เพราะมีเพื่อนเคยบอกว่า
ด้วยวัยขนาดข้าฯ เซลล์สมองส่วนมากกำลังตายลงทุกวัน
คงไม่มีเซลล์สมองฉลาดเกิดใหม่อีกแล้ว
หลังจากกินมื้อเช้าแล้ว
คณะเจ้าหน้าที่ฯ ก็เดินทางขึ้นเขา โดยช่างโสได้เตรียมข้าวผัดสำหรับมื้อเที่ยงขึ้นรถไปด้วย
เราเริ่มงานจากการช่วยกันแบกขนวัสดุอุปกรณ์เครื่องมือลงเขาไปยังสถานีฯ
แล้วช่างอั๋นก็เริ่มงานปรับปรุงติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ทันที
โดยการตัดสายไฟอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ชุดเดิมออก
แล้วถอดแผงรับพลังงานฯออกอย่างระมัดระวัง แล้วถอนเสาตั้งแผง ขณะที่ช่างชัย
เดินลงเขาไปยังสถานี
ทำการติดตั้งแผงควบคุมการประจุกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ชุดใหม่
จัดเตรียมทางเข้าออกสายเมนและระบบไฟฟ้า แผงควบคุม สวิทช์ปลั๊กเบรคเกอร์
สายไฟสำหรับประจุกระแสไฟฟ้า รวมทั้งเดินสายระบบไฟฟ้าในสถานี และติดตั้งดวงโคม
ในสถานี ใต้อาคาร และในห้องน้ำ
ช่างอั๋นแกะกล่องบรรจุแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์ชุดใหม่จำนวนสองแผงออกจากกล่อง
แล้วประกอบเข้ากับขาตั้งแผงรับพลังงานฯที่จัดทำมา
ขณะที่ลุงพนมขุดหลุมสำหรับตั้งเสารับแผงพลังงานฯ
เมื่อพร้อมแล้วจึงช่วยกันยกเสาแผงรับพลังงานฯตั้งลงหลุม แล้วทำการยึดรัดเสา
หาดิ่งและระดับ แล้วปรับทิศทาง นายเบิ้มโรยสายเมนไฟฟ้าขนาดเบอร์สี่
ลงจากยอดเขาไปยังสถานี ครูประนุช น้องลูกนัท กับนายพัน ช่วยกันร้อยสายไฟลงท่อ
แล้วขุดดินตามแนวสายไฟ ฝังท่อที่ร้อยสายไฟ
โดยใช้เทปพันรัดตามรอยต่อท่อทุกจุดกันน้ำไหลเข้าท่อ แล้วกลบฝัง ระหว่างนั้น
นายทุ่งก็เดินขึ้นเขามาสมทบ สอบถามแล้วทราบว่า นายเจริญ หัวหน้าหน่วยฯแม่กะสะ
ขับพามาส่งเพื่อเป็นกำลังร่วมภารกิจด้วยกัน
หลังจากที่ช่างชัย
ตามงานไฟฟ้าไปใต้อาคารแล้ว นายประนุชกับน้องลูกนัทก็ยึดพื้นที่สถานี
ดำเนินการปูพื้นกระเบื้องยางสถานีทันที หลังจากผ่านไปชั่วโมงเศษ
เมื่องานปูกระเบื้องยางพื้นอาคารดำเนินไปได้หนึ่งในสาม ครูประนุช ก็แจ้งให้ทราบว่า
กาวหมดกระป๋องแล้ว ทำให้งานปูกระเบื้องยางต้องหยุดลง
รอดำเนินการต่อในภารกิจครั้งต่อไป
ช่างอั๋นจึงเปลี่ยนมาติดตั้งโครงเหล็กระเบียงหน้าอาคาร โดยมีพี่จิตติ คอยช่วยเหลือ
และให้ข้อสังเกตเมื่อพยายามขันร้อยนอตและรูไม่ตรงกันว่า คานรับน่าจะสลับด้านกัน
ช่างอั๋นเอามือเกาหัวแกร๊กๆและพบว่า ข้อทักท้วงของพี่จิตติถูกต้อง
จึงต้องรื้อจานเหล็กออกมาสลับด้านแล้วประกอบใหม่อีกครั้ง
งานประกอบโครงเหล็กคานรับระเบียงหน้าดำเนินไปอย่างรวดเร็ว
เพราะมีลูกมือช่วยขันนอตสี่ห้าคน
ก่อนเที่ยงช่างอั๋นก็เอาแผ่นไม้มาปูแล้วทำการเจาะยึดนอต เรียบร้อย
ทำให้เราสามารถเดินเข้าออกอาคารทางด้านหน้าได้ หลังจากที่ต้องปีนขึ้นๆลงๆมาตลอด
และก็ได้ทำการฉลองระเบียงหน้าโดยการ
นั่งทานข้าวอย่างสบายใจเป็นครั้งแรกในเที่ยงวันนั้น
แทนการนั่งกินข้าวใต้ท้องรถอย่างที่ผ่านมา
ช่วงบ่าย
ช่างอั๋นเริ่มงานซอยโครงคร่าวผนังห้องน้ำใต้อาคาร ในขณะที่ ลุงพนม นายทุ่ง นายซิ่ง
ช่วยกันปรับหน้าดินบริเวณห้องน้ำลงอีก
เย็นวันนั้นพวกเราชุลมุนอยู่กันใต้ถุนสถานีจนกระทั่งเย็น จนกระทั่งได้เวลาเลิกงาน
เมื่อกลับไปถึงหน่วยฯ แล้ว ข้าฯชวนช่างชัย นายพัน และช่างอั๋น
ออกไปชมพระอาทิตย์ตกดินที่ทุ่งเซซาโว่ ระหว่างที่อยู่ในทุ่ง พบเก้งสองตัว
ยืนกินหญ้าระบัดอยู่ห่างออกไปไม่ไกล ประมาณห้าสิบเมตร ช่างอั๋นอยากดูกระทิง
พยายามเดินไปที่รังนอนกระทิงที่อยู่ชายป่าด้านทิศตะวันออก ข้าฯเกรงว่าจะเกิดอันตราย
จึงทัดทานไว้ เพราะสภาพโดยรอบเป็นป่าทุ่ง ไม่มีที่หลบภัย
หลังยืนชมพระอาทิตย์ตกดินแล้ว เราเดินทอดน่องลงเนินเขากลับหน่วยฯ
แล้วนั่งสนทนากันอยู่ที่โรงครัวข้างห้วย จนกระทั่งเริ่มมืด Mr. Rob
ก็นำคณะกลับเข้าหน่วยฯ ดูเหมือนว่า คณะ Mr. Rob
จะพยายามทำงานแข่งกับเวลาทุกวัน
เพราะเห็นกลับเข้าที่พักหลังพระอาทิตย์ตกดินแล้วทุกวัน ระหว่างที่รอกินมื้อค่ำ
เรานั่งสนทนากันในเรื่องทั่วๆไป
ทุกคืนหลังมื้อค่ำ คณะ
Mr. Rob จะทำการจดบันทึกรายงาน ปรึกษาหารือกันอยู่ที่โรงครัว
ภายใต้แสงเทียนทุกคืน ข้าฯเข้านอนแต่หัวค่ำ เนื่องจากป่วย ไอหนัก มีน้ำมูกไหล ตะนุ๊
ภรรยานายจิตที่เคยทำงานเป็นผู้ช่วยแพทย์อยู่ที่ศูนย์อพยพนุโพ
นำยาแก้ไอมาให้หนึ่งขวด ข้าดื่มไปสามฝา แล้วเข้านอน หลับไปพักใหญ่
ตื่นขึ้นมาเวลาเท่าใดจำไม่ได้ ยืนมองจากหน้าต่างบนเรือนชั้นสอง ยังมองเห็นคณะ
Mr. Rob ยังนั่งประชุมกันอยู่ที่โรงครัวภายใต้แสงเทียน
ช่างเป็นภาพที่ชวนดูอย่างยิ่ง
ที่เห็นกลุ่มคนที่ทำงานมุ่งมั่นทุ่มเทแก่งานอย่างแท้จริง
April 17, 2005
เช่นวันก่อน เสียงชะนีที่ชายป่า และบนหัวเขา กู่ร้องตะโกนปลุก
ให้มานั่งกินกาแฟที่โรงครัวข้างห้วย เช้านี้ข้าฯ รู้สึกดีขึ้นบ้างแต่ก็ยังป่วยอยู่
ร้อนใน เหงือกบวม หลังมื้อเช้าที่ข้าฯกินไม่ค่อยได้แล้ว
เราขึ้นเขาแล้วเริ่มงานติดตั้งรางน้ำฝนชายคา โดยนายพัน กับนายเจ๊าะ
ทำหน้าที่ติดตั้งอยู่บนบันไดระเบียงหลัง ประมาณหนึ่งชั่วโมงผ่านไป
นายพันก็นำปืนยิงซิลิโคนมายาแนวรอยต่อรางน้ำฝน
วันนี้นายอำนาจ
ซึ่งป่วยมาสองวันแล้ว มีอาการดีขึ้น
แข็งแรงและมั่นใจที่จะภารกิจงานบนความสูงได้อีกครั้ง ครูประนุชจึงช่วยนายอำนาจ
ในการเตรียมสายอากาศไดโพล ๘ อีลีเม็นท์ ตั้งความถี่ไว้ที่ช่องสองเพื่อนำขึ้นติดตั้ง
และเมื่อพร้อมแล้ว นายอำนาจพร้อมอุปกรณ์ก็ปีนขึ้นยอดเสาวิทยุอีกครั้ง
แล้วจึงค่อยๆดึงเชือกที่มัดไว้กับสายอากาศขึ้นไป โดยมีครูประนุช กับนายเจ๊าะปีนขึ้นตามไปช่วยประคองน้ำหนักสายอากาศ
และช่วยรั้งน้ำหนักไว้ขณะที่นายอำนาจพยายามติดตั้งขายึดสายอากาศกับเสาวิทยุไว้
และเมื่อนายอำนาจยึดสายอากาศกับเสาวิทยุได้แล้ว นายเจ๊าะกับครูประนุชก็ปีนลงจากเสาวิทยุ
ปล่อยให้นายอำนาจภารกิจงานที่เหลือต่อ
จนเมื่อนายอำนาจทำการติดตั้งสายอากาศและสายสัญญาณเรียบร้อย และจัดเก็บพันเทป
สายรัดสายอากาศกับเสาวิทยุเสร็จแล้ว จึงค่อยๆปีนลงเสาถึงพื้นดิน
แล้วช่างชัยจึงทำการติดตั้งเครื่องวิทยุสื่อสารและเชื่อมสายอากาศ
แล้วทดสอบการทำงานของระบบ
ผลการทดสอบการทำงานของเครื่องวิทยุทั้งสองเครื่องกับสายอากาศสองต้นที่ตั้งช่องความถี่ไว้ที่ช่องหนึ่งและช่องสอง
โดยการเรียกขานสถานีลูกข่ายต่างๆสลับกันไปมาทั้งสองเครื่อง
ผลการทดสอบอยู่ในเกณฑ์ดียกเว้น
มีสัญญาณรบกวนจากช่องที่หนึ่งไปที่ช่องที่สองของเครื่องวิทยุที่สถานีฯ
อันเนื่องมาจาก สายอากาศทั้งสองต้น ติดตั้งอยู่ในระดับเดียวกัน
ซึ่งจะต้องทำการแก้ไขปรับปรุงอีกครั้ง ในภารกิจครั้งต่อไป
หลังมื้อเที่ยง พี่จิตติ
นำช่างชัย นายอำนาจ และน้องลูกนัท เดินทางกลับไปหน่วยฯมหาราช
เนื่องจากช่างชัยติดภารกิจ ส่วนนายอำนาจเสร็จสิ้นภารกิจงานความสูงแล้ว
และยังมีอาการป่วยอยู่
จึงมอบหมายให้ช่างชัยดำเนินการส่งนายอำนาจต่อไปยังสำนักงานเขตฯ
บ่ายนั้นเราดำเนินงานต่อโดยการปรับดินด้านหลังอาคารเพื่อตั้งถังบรรจุน้ำฝนจำนวนสี่ลูก
งานขุดดินดำเนินไปเรื่อยๆจนกระทั่งบ่าย
เมื่อเรียบร้อยแล้วจึงทำการขนย้ายถังน้ำลงจากยอดเขามาเรียงไว้
แล้วต่อท่อพีวีซีขนาดสี่นิ้วจากปลายรางน้ำฝนแหย่ลงถัง ช่วงบ่าย
เจ้าหน้าที่ต้องทำงานหนักช่วยกันแบกขนย้ายหินทรายที่พี่จิตติ
นำมาไว้บนยอดเขาลงมาที่สถานีที่อยู่ด้านล่าง เพื่อเตรียมไว้ใช้งานปูนในวันพรุ่งนี้
งานขนย้ายวัสดุดำเนินไปตลอดบ่ายนั้นจนกระทั่งเย็น
ระหว่างนั้น นายจิตติ ครูประนุช และนายจิต
ก็สลับช่วยกันเซาะร่องเสาติดตั้งป้ายชื่อสถานี
หลังจากที่ใช้ความพยายามมาตั้งแต่เมื่อวานนี้
ในที่สุดงานเซาะร่องเสาป้ายชื่อสถานีก็สำเร็จเมื่อใกล้เลิกงานในช่วงเย็น
พอดีกับที่ลุงบุญกับนายซิ่งเดินทางมาถึงตีนเขาสถานีฯ
จึงแจ้งให้มุ่งหน้าไปรอที่หน่วยฯเลย
เมื่อกลับถึงที่พัก ข้าฯ
ตรวจดูวัสดุที่ลุงบุญนำขนส่งมาให้เพิ่มเติม ลุงบุญแจ้งว่า
แบ่งท่อน้ำพีวีซีไว้ที่หน่วยมหาราชจำนวน ๔๘ เส้น พร้อมข้อต่อ
เพื่อหน่วยฯมหาราชใช้ต่อน้ำไปยังห้องน้ำด่านตรวจฯ
ตามที่พี่จิตติแจ้งรายการขอความสนับสนุนมายังชมรมฯ เมื่อเดือนก่อน และเช่นทุกวัน
Mr. Rob นำคณะวิจัยกลับเข้าที่พักหลังพระอาทิตย์ตกดินแล้ว
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของภารกิจงานสำรวจของคณะ Mr. Rob ข้าฯ
สอบถามถึงความคืบหน้าของงานสำรวจฯ Mr. Rob บอกว่า
คืบหน้าไปมาก แต่ยังไม่เสร็จ จะกลับมาทำต่อเมื่อหาเวลาได้อีกครั้ง
หลังกินมื้อค่ำแล้ว ข้าฯ นั่งสนทนากับสมาชิกสักพักแล้วจึงแยกเข้านอน
เนื่องจากปวดเหงือกร้อนใน และเริ่มไอ มีไข้ อากาศไม่ร้อนไม่หนาวประมาณ ๒๒ องศา
April 18, 2005
เช้าวันนี้ ข้าฯรู้สึกไม่สบายอย่างมาก ไม่อยากอาหาร
แต่ด้วยวันนี้มีงานคอนกรีตซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้กำลัง ยังไงก็ต้องขึ้นเขาไปช่วยกัน
และวันนี้เป็นวันที่คณะ
Mr. Rob
จะเดินทางกลับแล้ว แม้ว่าภารกิจงานตีแปลงวิจัยติด tag
ต้นไม้ยังไม่สำเร็จ แต่ทีมงาน Mr. Rob
จะหาเวลามาสานต่องานในโอกาสต่อไป เช้านี้ข้าฯ จึงชวนนายป้อและนายเต้สนทนาเรื่องงูและสัตว์เลื้อยคลานจากหนังสือคู่มือ
ที่ Mr. Rob นำติดตัวมาด้วย ทั้งนายเต้ และนายป้อ
เป็นผู้มีความรู้กว้างขวางไม่เฉพาะเรื่องพรรณไม้
หากแต่เรื่องสัตว์เลื้อยคลานก็มีประสบการณ์และความรู้ไม่น้อยไปกว่ากันทีเดียว
การสนทนากับผู้มีความรู้จริงเป็นเรื่องที่ข้าฯชื่นชอบ
เพราะพลอยจะได้เก็บเกี่ยวความรู้เล็กๆน้อยๆไปด้วย
หลังกินมื้อเช้าแล้ว
ข้าฯกล่าวอำลา Mr. Rob และคณะ ด้วยหวังจะได้มีโอกาสพบกันอีก
แล้วจึงขึ้นเพลิงพยัคฆ์พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ฯ มุ่งหน้าขึ้นเขาไปพร้อมกับถังน้ำขนาด
๑,๕๐๐ ลิตร ที่เจ้าหน้าที่ช่วยกันตักน้ำใส่ไว้ครึ่งถังเมื่อตอนเช้านี้
เพื่อนำไปใช้บนยอดเขาในวันนี้ โดยมีน้าหำกับนายซิ่งยืนอยู่ท้ายรถประคองถังน้ำอยู่หลังรถ
แม้ลุงบุญจะเป็นผู้มีทักษะความสามารถในการขับขี่รถอย่างสูงด้วยประสบการณ์ขับขี่รถในทุกสภาพถนนของป่าทุ่งใหญ่มานานปี
แต่น้ำในถังก็ยังกระฉอกไปมาเนื่องจากถังน้ำไม่มีฝาปิด และเมื่อถึงตีนเขาสถานีวิทยุฯ
น้าหำก็เปียกปอนไปทั้งตัวอย่างกับไปเล่นน้ำสงกรานต์มาแต่เช้า
เมื่อรถน้ำถึงยอดเขาแล้ว
พี่จิตติทำหน้าที่ตักน้ำถ่ายถังจากบนรถลงถังน้ำอีกใบ ระหว่างนั้น ช่างอั๋น ช่างโส
ก็เตรียมผสมคอนกรีตเทพื้นห้องน้ำสถานีฯ เมื่อช่างโสทำการวางท่อระบายน้ำลงบ่อเกระบ่อซึมแล้ว
จึงให้เจ้าหน้าที่ฯนำสายยางไปต่อน้ำจากถังน้ำบนยอดเขาแล้วดูดน้ำลงมาใช้งานที่สถานี
วิธีนี้ ทำให้ประหยัดแรงงานเดินขึ้นลงเขาเพื่อขนน้ำได้มาก
เมื่อส่วนผสมของวัสดุก่อสร้างถูกผสมลงในกระบะคลุกเคล้ากับน้ำจนได้ที่แล้ว
งานเทคอนกรีตพื้นห้องน้ำก็เริ่มต้นขึ้น จนกระทั่งการติดตั้งสุขภัณฑ์แล้วเสร็จ
แล้วจึงเทคอนกรีตหล่อฐานเสาเหล็กอาคารสถานีวิทยุฯอีกสี่ต้น
เพื่อป้องกันเสาเหล็กจากความชื้นของดิน เพื่อยืดอายุการใช้งาน
ช่างอั๋นกับนายซิ่งลงมือช่วยกันถ่ายระดับพื้นระเบียงหลัง
และยึดแผ่นไม้เฌอร่ารัดขอบระเบียงหลัง แล้วให้นายซิ่งช่วยเจาะพื้นระเบียงหลังด้วยน๊อตเกลียวปล่อย
เพื่อใช้ยึดผิวหน้าปูนทรายที่จะเททับหน้าเพื่อปูกระเบื้อง
เมื่องานปูนห้องน้ำใต้อาคารเสร็จแล้ว ช่างโสก็เตรียมผสมปูนทราย
แล้วส่งให้ช่างอั๋นทางระเบียงหลังเพื่อปูแผ่นกระเบื้องที่ช่างชัยนำมามอบให้สามกล่องและพี่ชุ้น
สถาปนิกเพื่อนพี่อ๋อยที่อยู่ ก.ท.ม. มอบมาแผ่นหินขนาดเดียวกันมาให้อีกสามกล่อง
ระหว่างนั่งดูการทำงานอันชุลมุนวุ่นวายอยู่นั้น ข้าฯพลันรู้สึกหนาว
ช่างอั๋นเอายาลดไข้ให้ข้าฯกินสองเม็ด
ครูประนุชช่วยเดินขึ้นเขาไปเอาเสื้อเดินป่าช่างอั๋นที่อยู่ในรถมาให้ข้าฯสวมกันหนาว
ข้ารู้สึกอ่อนเพลียนั่งหลับๆตื่นๆอยู่บนเก้าอี้พักใหญ่
และกลับมารู้สึกดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปชั่วโมงเศษ
งานปูกระเบื้องเป็นงานที่ต้องใช้เวลา งานจึงคืบหน้าไปอย่างช้าๆ
จนกระทั่งถึงเวลาเที่ยง งานคืบหน้าไปได้ครึ่งหนึ่ง หลังกินมื้อเที่ยงแล้ว
เราทำงานต่อโดยไม่หยุดพัก
ลุงบุญทำหน้าที่ตัดแผ่นหินที่ใช้เข้ามุมด้วยเครื่องเจียรตัดที่ได้พลังงานไฟฟ้าจากเครื่องปั่นไฟเคลื่อนที่ของพี่อ๋อยที่ยืมมา
แต่ไม่รู้ว่าด้วยเหตุใดที่จู่ๆ
เครื่องปั่นไฟก็หยุดทำงานลงไปเฉยๆโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
ทำให้ลุงบุญต้องใช้คีมกับค้อนค่อยๆสกัดแผ่นหินให้ได้ขนาดตามที่ต้องการ
และเมื่อหินแผ่นสุดท้ายถูกติดตั้งลงบนพื้นระเบียงหลังแล้ว
ช่างอั๋นก็ยืนชื่นชมดูผลงานการปูกระเบื้องของตนเองอยู่ที่บันไดระเบียงนั่นเอง
และคงคิดได้ว่า ช่างเหล็กก็ทำงานปูนได้เช่นเดียวกัน
ประมาณบายสี่โมงเมื่องานทุกอย่างในภารกิจครั้งนี้เสร็จสิ้นหมดแล้ว
เจ้าหน้าที่ทั้งหมดก็มาช่วยกันประกอบป้ายชื่อสถานีเข้ากับเสา
แล้วช่วยกันยกเดินขึ้นเขา ไปยังตำแหน่งที่นายทุ่งได้ขุดไว้ข้างเสาวิทยุสถานีฯ
แล้วช่วยกันประคองปักเสาป้ายชื่อสถานีวิทยุฯลงหลุม แล้วเทคอนกรีตที่ช่างโสเตรียมไว้หล่อฐานเสาทั้งสองข้าง
โดยใช้ไม้ไผ่ผูกยึดประคองเสาป้ายไว้กับเสาวิทยุและต้นไม้ที่ยืนต้นอยู่ข้างๆ
ครูประนุชลงมือทาสีแผ่นไม้ป้ายชื่อด้านหลัง
ซึ่งมีแผ่นทองเหลืองกัดข้อความประวัติย่อการก่อสร้างสถานีวิทยุฯ ที่ครูประนุชน้องนัทและช่างอั๋นช่วยกันลงสีขัดเงามาตลอดสามวันที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่ฯส่วนที่เหลือช่วยกันรื้อเพิงพักไม้ไผ่สถานีวิทยุชั่วคราว
ซึ่งนับเป็นการสิ้นสุดยุติการทำงานของสถานีทอสอบที่นายนิทัศน์กับนายเสือสร้างไว้ตั้งแต่ปลายปี
๒๕๔๖
และเป็นการเริ่มต้นการทำงานของสถานีวิทยุสื่อสารแม่ข่ายทุ่งใหญ่อย่างไม่เป็นทางการ
ระหว่างนั้นได้ยินเสียงผู้หญิงตะโกนเรียกอยู่ที่ตีนเขาสองสามครั้ง
นายจิตกู่ตะโกนกลับไปสองครั้ง แล้วเสียงก็เงียบไป
และเมื่อการติดตั้งป้ายชื่อสถานีวิทยุฯเรียบร้อยแล้ว
คณะเจ้าหน้าที่ฯก็มารวมกันถ่ายภาพที่ระลึกเป็นครั้งสุดท้ายของภารกิจงานก่อสร้างสถานีวิทยุสื่อสารแม่ข่ายทุ่งใหญ่
ที่ใช้เวลาในการดำเนินงานมาตลอดเจ็ดเดือนที่ผ่านมา
ด้วยเงินทุนและวัสดุอุปกรณ์เครื่องมือจำนวนมากมาย ผ่านอุปสรรคปัญหานานับประการที่คอยบั่นทอนกำลังใจ
แต่ด้วยความพยายาม มานะบากบั่น มุ่งมั่นสามัคคี ของเจ้าหน้าที่
พี่น้องลูกจ้างเขตฯทุ่งใหญ่ และเจ้าหน้าที่ชมรมฯและอาสาสมัคร
และความทุ่มเทของพิทักษ์ป่านายจิตติ สวัสดิ์สาย
กอปรกับการให้ความสนับสนุนและกำลังใจจากหัวหน้าฯเอิบ เชิงสะอาด
ในที่สุดการเดินทางของความฝันอันยาวนานของเขตฯทุ่งใหญ่
ที่จะมีระบบเครือข่ายวิทยุสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพของตนเองก็มาถึงจุดหมาย
เรายืนชมธรรมชาติรอบๆเขาพระฤๅษีอยู่บนยอดเขานั้น
ขณะที่เมฆฝนเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมหลายพื้นที่รอบๆเขา
และสายฝนก็เทลงมามองเห็นทั้งด้านทิศเหนือ และทิศใต้ ทิศตะวันออก ตะวันตก
แต่ฝนกลับไม่ตกที่ยอดเขา ซึ่งในวันรุ่งขึ้นจึงทราบจากรายงานทางวิทยุว่า
เมื่อวานนี้ฝนตกครอบคลุมพื้นที่เขตฯทุ่งใหญ่อย่างกว้างขวางและมีปริมาณน้ำฝนมาก
น้ำในห้วยจำนวนมากเปลี่ยนเป็นสีขุ่น แต่ที่ยอดเขาพระฤๅษีกลับไม่มีฝนตก
คณะเจ้าหน้าที่ฯทยอยเดินลงจากยอดเขา
จึงพบหญิงกลางคนกับพระหนึ่งรูปยืนรออยู่ที่ตีนเขาแจ้งว่า โดยสารรถนายเจ้งขึ้นมา
รถเสียอยู่ที่ตีนเขาตะเลอะเซอะ
ลุงบุญว่าควรพาคณะเจ้าหน้าที่มุ่งหน้ากลับหน่วยฯเซซาโว่ก่อน
เมื่อรถผ่านศาลพระฤๅษีลงทุ่งได้สักครู่ เราก็ต้องวิ่งผ่านสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก
และพบชายหนุ่มกับหญิงสาวคู่หนึ่งนั่งมอเตอร์ไซค์ตากฝนอยู่ข้างหน้า
และมีเด็กเล็กสองคนประคองอยู่ในอกเสื้อ
จึงหยุดรถให้ผู้หญิงที่เป็นแม่เด็กขึ้นรถไปด้วยพร้อมกับลูกชายสองคน คนโตอายุขวบเศษ
คนเล็กสี่เดือน ส่วนชายหนุ่มที่เป็นพ่อ ขี่รถมอเตอร์ไซค์ตากฝนลงเขาตามมา
เมื่อถึงหน่วยฯแล้ว
ข้าชวนประนุชรีบลงไปอาบน้ำที่ห้วย เพราะน้ำเริ่มขุ่นแล้ว เนื่องจากฝนตกหนัก
กอปรกับตัวเปียกฝนมา หลังจากที่ขึ้นจากห้วยเดินไปที่บ้านพักแล้ว
น้ำในห้วยก็เปลี่ยนเป็นสีขุ่นเข้ม จนไม่สามารถลงอาบน้ำได้ ข้าฯกินยาลดไข้ แก้ไอ
แล้วเข้านอน ในห้องพักเดิม ปรากฏว่า ช่างโส ได้ย้ายเครื่องนอนออกไปข้างนอกโถงแล้ว
พระที่รับโดยสารมาเมื่อเย็นมานอนแทนที่ ข้าฯจึงได้นอนใกล้พระ และแข่งกันไอจนหลับไป
ตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเวลาสามทุ่มเศษ เพราะรู้สึกหิวเนื่องจากไม่ได้กินมื้อค่ำ
พอดีพบนายเจ้งก็เดินเท้าฝ่าความมืดเข้ามายังหน่วย แจ้งว่า
กู้รถขึ้นมาถึงหลังทุ่งแล้ว แต่รถตกร่องลึก เอาลงมาไม่ได้ จึงเดินเท้าลงเขามา ช่างโสต้มน้ำซุปร้อนใส่พริกไทยให้ข้าหนึ่งชาม
ข้าฯดื่มจนหมดแล้วจึงเข้านอนอีกครั้ง
คืนนั้นสองผัวเมียและนายเจ้งค้างแรมที่ห้องพักชั้นล่าง
April 19, 2005
ข้าฯ ตื่นแต่เช้า ตามปกติของเช้าวันสุดท้ายที่จะต้องเดินทางออกจากหน่วยฯ
เพื่อได้มีเวลาสนทนาในช่วงเช้ากับพี่ๆน้องๆ เพราะรู้ดีว่า กว่าจะได้กลับมาพบกันอีก
คงอีกนาน เพราะชีวิตเป็นเรื่องไม่แน่นอน บางคนในรอบหนึ่งปีได้พบหน้ากันเพียง ๑
ครั้ง ก็มี ทั้งที่ข้าฯ ก็เดินทางเข้าออกเขตฯภารกิจงานต่อเนื่องตลอดทุกเดือนทั้งปี
ข้าใช้เวลาช่วงเช้าตรู่วันสุดท้ายในห้วยเซซาโว่กับลุงบุญ นั่งสนทนากันหลายเรื่อง
รวมทั้งเรื่องการพัฒนาปลูกฝังอุดมการณ์อนุรักษ์แก่เจ้าหน้าที่รุ่นใหม่
ตลอดจนอุปสรรคปัญหาที่บั่นทอนกำลังใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทั้งหลาย
ซึ่งบางเรื่องก็เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี แต่ก็มีอีกหลายเรื่องที่ยังรอการแก้ไข
ซึ่งคงต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจอย่างแท้จริงจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการร่วมกันแก้ปัญหา
กาแฟเช้าวันนี้ เงียบเหงาลงไปเล็กน้อย ด้วยคณะนักวิจัย นำโดย
Mr. Rob , Dave , Martin นายอิท นายป้อ และนายเต้ จาก
WWF
ที่มาทำแปลงสำรวจวิจัยพันธุ์ไม้ในเขตฯทุ่งใหญ่ได้จากไปตั้งแต่เมื่อวานตอนสายแล้ว
หลังมื้อเช้าแล้ว
ลุงบุญขับเพลิงพยัคฆ์ขึ้นเขาไปกู้รถนายเจ้งที่ตกร่องอยู่บนหลังทุ่งกลับลงมาที่หน่วยฯ
หลังจากที่นายเจ้งเปลี่ยนยางแล้ว
ก็ออกเดินทางล่วงหน้าไปบ้านจะแกพร้อมพระและหญิงกลางคน
ตามด้วยสองผัวเมียกับลูกเล็กสองคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ตามหลังไป
เราช่วยกันลำเลียงท่อน้ำประปาใต้สถานีฯขึ้นรถเพลิงพยัคฆ์เพื่อนำส่งไปยังหน่วยฯทิไล่ป้าเพื่อก่อสร้างระบบประปาภูเขา
ในขณะที่ลุงบุญก็ลำเลียงสังกะสีใต้สถานีฯ
ขึ้นรถกลับไปปลูกสร้างบ้านพักคนงานที่เขตฯเช่นกัน ก่อนแยกย้ายจากกัน ชมรมฯ
ได้แจกจ่ายเสบียงอาหารจำนวนหนึ่ง มีปลากระป๋อง น้ำปลา
และไฟฉายที่ไม่ต้องใช้ถ่านไฟฉาย มอบแก่เจ้าหน้าที่ที่มาร่วมภารกิจ
ตามโครงการนำร่องลดการใช้ถ่านไฟฉายในเขตฯทุ่งใหญ่ของชมรมฯ
หลังจากที่รถของลุงบุญพร้อมเจ้าหน้าที่ฯส่วนใหญ่ออกเดินทางกลับไปเขตฯสักพักใหญ่แล้ว
คณะเจ้าหน้าที่ชมรมฯ พร้อมนายทุ่ง ก็ออกเดินทางบ่ายหน้าขึ้นเหนือมุ่งหน้าหน่วยฯจะแก
คณะฯ ออกเดินทางมาถึงห้วยไก่
พบชายหนุ่มกับภรรยา พร้อมเด็กเล็กสองคน
ที่ขี่รถมอเตอร์ไซค์ออกจากหน่วยฯมาก่อนหน้าอีกครั้ง
ยืนรออยู่ข้างทางตรงหน้าหนองน้ำบนทางรถ ข้าฯ หยุดรถสอบถามดู จึงทราบว่า
รถจักรยานยนต์วิ่งลงไปในหนองน้ำ ทำให้เครื่องยนต์ชำรุด ลูกสูบติด
จำเป็นต้องทิ้งรถไว้ และขอโดยสารไปกับคณะเจ้าหน้าที่ชมรมฯ
เพื่อเดินทางไปยังหมู่บ้านจะแก ข้าฯ
จึงจัดที่นั่งให้ทั้งครอบครัวโดยสารรถคันเดียวกับข้าฯ แล้วให้ครูประนุชกับนายทุ่ง
ย้ายไปนั่งหลังกระบะเพลิงพยัคฆ์แทน ระหว่างเดินทางข้าฯ สอบถามเพิ่มเติมจึงทราบว่า
ทั้งคู่ต้องเดินทางไปร่วมพิธีไหว้ผีที่หมู่บ้านเลตังคู้(หมู่บ้านฤๅษี)
ซึ่งจัดให้มีขึ้นปีละหนึ่งครั้ง ตามความเชื่อที่ว่า
ลูกบ้านที่ไม่ไปร่วมงานพิธีดังกล่าว จะประสบความเจ็บป่วยบ่อยๆ ข้าฯ
หวนนึกถึงเส้นทางเท้าจากหน่วยฯแม่น้ำสุริยะ
ที่อยู่สุดแผนที่ด้านตะวันตกเฉียงเหนือของเขตฯทุ่งใหญ่
และมีเขาสูงชันลูกใหญ่กั้นขวางแบ่งแนวเขตจังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดตาก
และนึกถึงสภาพสองผัวเมีย ที่ต้องกระเตงลูกอ่อนสองคน เดินเท้าจากบ้านจะแก
แวะค้างแรมที่หน่วยฯห้วยเดอลู
แล้วจึงเดินเท้าแบกลูกขึ้นเขาท่ามกลางต้นวสันต์ฤดูแล้ว
ทำให้อดชื่นชมในความอดทนมุ่งมั่นของสองผัวเมียไม่ได้
แต่ก็อดห่วงสุขภาพเด็กเล็กทั้งสองที่ยังช่วยตัวเองไม่ได้
ถึงหน่วยฯแม่กะสะ แวะส่งนายทุ่ง
พบนายเสือและลุงเซอะ อยู่เฝ้ารักษาหน่วยฯ ข้าฯ
เดินไปตรวจดูรถจักรยานยนต์สถานีวิทยุสื่อสารทุ่งใหญ่ที่จอดชำรุด
รอการประกอบอะไหล่ที่นายเจริญ นำไปซ่อมในเมือง ด้วยความหวังว่า
รถจักรยานยนต์คันนี้จะกลับมาปฏิบัติหน้าที่โดยเร็ววัน
เพื่อให้การทำงานของสถานีวิทยุสื่อสารแม่ข่ายทุ่งใหญ่ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ
คณะเจ้าหน้าที่ชมรมฯ อำลาเจ้าหน้าที่หน่วยฯแล้วออกเดินทางมุ่งหน้าหน่วยฯจะแกต่อไป
เส้นทางช่วงนี้ส่วนมากเป็นที่ราบ มีหนองน้ำและทางเบี่ยงเป็นช่วงๆ
สภาพโดยทั่วไปยังดีกว่าเมื่อฤดูฝนปีที่แล้ว ที่ชมรมฯ
ภารกิจสนับสนุนการเดินทางสำรวจนกของคุณติ๊ก
มูลนิธิอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย
ระหว่างทางได้รับสัญญาณวิทยุจากสถานีเขาพระฤๅษี แจ้งว่า มารดานายนิทัศน์ สุวรรณ์
เสียชีวิตแล้ว จะฌาปนกิจศพในวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๔๘
คณะเจ้าหน้าที่ฯ
มาถึงหน่วยฯจะแกเมื่อเวลาหลังเที่ยงเล็กน้อย พบนายวิชัย ไทรสังขกมล - ไทซ่า
อยู่เฝ้ารักษาหน่วยฯ เราหารือเรื่องการปรับปรุง การบริหารกำลังหน่วยฯเดอลู
ซึ่งยังไม่เรียบร้อยสักพัก
แล้วจึงเดินสำรวจโรงครัวหน่วยฯที่อยู่ใต้ต้นขานางข้างห้วยน้ำมุดหลังหน่วยฯที่กำลังปรับปรุงใหม่
ซึ่งมีสภาพดีขึ้นกว่าเดิมมาก
ผู้โดยสารที่ติดรถมาก็มีญาติมารับขึ้นรถมอเตอร์ไซค์เข้าหมู่บ้านไปแล้ว
ซึ่งแท้ที่จริงก็เป็นหลานชายของไทซ่านั่นเอง
คณะเจ้าหน้าที่ฯเดินทางต่อเข้าหมู่บ้านจะแก
แวะที่บ้านหมอผ่องเพื่อซื้อเสบียงอาหารแห้งเพิ่มเติม ได้ข้าวไร่มา ๑ ปี๊บ
จากบ้านคุณมะขาม ภรรยาอาจารย์ด้วง ราคาปี๊บละ ๑๘๐ บาท ส่วนเสบียงอาหารไม่มี
แต่ได้ขนมขบเคี้ยว ไมโล โอวัลตินกับน้ำตาลข้นมาเพิ่มเติม
ตกลงวันนี้อดข้าวกลางวันกัน ๑ มื้อ
หลังจากที่สนทนากับหมอผ่องและภรรยาสักพักแล้ว
คณะเจ้าหน้าที่ชมรมฯ จึงออกเดินทางต่อมุ่งหน้าจุดสกัดพุจือ
พบลุงก้องกับนายโต้งเฝ้ารักษาด่านฯอยู่ รับแจ้งจากนายโต้งว่า
เครื่องวิทยุสื่อสารด่านสกัดฯ ชำรุดบกพร่อง ไม่สามารถใช้งานได้
เจ้าหน้าที่วิทยุสื่อสารชมรมฯ จึงเข้าตรวจสอบพบว่า ขากราวเพลนสายอากาศหักไปหนึ่งขา
และหัวข้อต่อสายสัญญาณด้านปลายสายเชื่อมต่อเครื่องวิทยุสื่อสารขาด
โชคดีที่ในยานพาหนะของชมรมฯ มีสายอากาศและสายสัญญาณติดมาด้วย
จึงหารือเตรียมวางแผนการซ่อมปรับปรุงแก้ไขระบบวิทยุสื่อสาร นายพัน อาสาสมัคร
รับหน้าที่ปีนต้นไม้รื้อเสาอากาศ และสายอากาศ ต้นเดิม ที่ทำจากไม้ไผ่บงลง
ลุงก้องปีนขึ้นหลังคากระเบื้องอาคารรับหน้าที่ประคองสายอากาศ
ส่วนที่เหลือภาคพื้นดิน ทำหน้าที่รับเสาอากาศที่มีความสูงประมาณ ๑๒ เมตรลงมา
เมื่อนายพันปีนขึ้นตัดเชือกรัดเสาวิทยุได้แล้ว
ก็ตึงสายสัญญาณค่อยๆหย่อนเสาวิทยุลงมาให้ทีมงานภาคพื้นดินประคองรับ
แล้วจึงทำการรื้ออุปกรณ์ชุดเดิมออก ติดตั้งอุปกรณ์ชุดใหม่แทน เมื่อเรียบร้อยแล้ว
ก็ทำการดึงสายสัญญาณรั้งเสาวิทยุตั้งขึ้นใหม่อีกครั้ง
ระหว่างที่นายพันทำหน้าที่อยู่บนต้นนนทรีที่ใช้ประคองตั้งเสาวิทยุ นั้น
ต้องต่อสู้กับมดจำนวนมาก ยืนเกไปมาด้วยความคันอย่างอดทน จนภารกิจสิ้นสุด
หลังจากทดสอบการทำงานของระบบวิทยุสื่อสารกับหน่วยฯจะแกได้ผลสำเร็จเรียบร้อยแล้ว
ครูประนุช เจ้าหน้าที่ชมรมฯ มอบสมุดบันทึกและปากกาแก่เจ้าหน้าที่
แล้วคณะเจ้าหน้าที่ชมรมฯ เร่งรัดออกเดินทางต่อ มุ่งหน้าจุดสกัดลังกา
เมื่อเวลาประมาณห้าโมงเย็น
ระหว่างทางผ่านบ้านพุหม่อง
เห็นบ้านสามหลังรื้อฝาบ้านลงมากองไว้
จากผลการสนธิกำลังผลักดันชาวต่างชาติออกจากพื้นที่เมื่อหน้าแล้งปี ๒๕๔๗ ที่ผ่านมา
ยกเว้นแต่บ้านนายแชเปีย ที่มีร่องรอยการเข้าอาศัย
เห็นกองแกลบใหม่เกิดจากการตำข้าวกองอยู่ข้างบ้าน ครูประนุช
สังเกตเห็นหญ้าถอดปล้องขึ้นอยู่ข้างริมห้วย จึงชี้ให้สมาชิกฯดู
หญ้าถอดปล้องนี้เป็นพืชโบราณชนิดหนึ่ง
จะขึ้นในสถานที่ใกล้น้ำที่มีอากาศบริสุทธิ์เท่านั้น คณะเจ้าหน้าที่ชมรมฯ
หยุดรถอีกครั้งที่เหมือร้าง บริเวณเขาปรางค์สนุก จุดแบ่งเขตแดนไทย - พม่า
ด้านชายแดนตะวันตกในแผนที่ สังเกตดูพบว่า โรงเรือนไม้ถูกรื้อถอนไปจนหมดสิ้นแล้ว
แม้แต่รถแทรกเตอร์ รถบรรทุกสิบล้อ ก็ถูกถอดอะไหล่ออกไปบางส่วน เส้นทางช่วงนี้
เป็นเนินเขาขึ้นๆลงๆ เลียบห้วยน้ำสั้นๆ ตัดผ่านป่าไผ่สลับป่าดิบแล้ง
มีสะพานไม้ข้ามห้วยเล็กๆสองสามแห่ง มีเหมืองร้างที่เลิกกิจการอยู่อีกสองสามแห่ง
เมื่อมาถึงบริเวณเหมืองเตาเผา ซึ่งเลิกประกอบการแล้ว
สังเกตเห็นทางด้านขวามือมีทางรถยนต์สามารถผ่านไปได้ เป็นทางสั้นๆ
ระยะทางประมาณหนึ่งกิโลเมตรเศษ สิ้นสุดทางที่บ้านหนองในโพ่ ที่มีราษฎรอาศัยอยู่ ๘ -
๙ หลังคาเรือน ซึ่งกำลังเป็นปัญหากับเขตฯทุ่งใหญ่อยู่
คณะเดินทาง
เดินทางต่อไปผ่านทางแยกเข้าเหมืองเกาหลี เห็นทางรถแยกเข้าเหมืองโล่งเตียน
คงเนื่องมาจากรถบรรทุกที่ผู้รับซื้อเศษเหล็กนำรถวิ่งเข้าออกเพื่อขนย้ายเศษเหล็กจากเหมืองเมื่อสองสามเดือนที่ผ่านมา
ช่วงนี้พบไผ่หวานขึ้นกระจัดกระจายอยู่ข้างทางรถทั่วไป
คณะเจ้าหน้าที่ฯเดินทางมาถึงจุดสกัดลังกาเมื่อเวลา ๑๘.๓๐ น. ตัดสินใจค้างแรมที่นี่
เนื่องจากเส้นทางข้างหน้าเป็นทางทุรกันดาร ผ่านป่าดงดิบที่มีเขาลาดชัน
กอปรกับฝนพึ่งตกลงมาก่อนหน้านี้ ทำให้เส้นทางอาจเป็นอุปสรรคมากยิ่งขึ้น
นายสุชาติและนายจุก
เดินออกมาต้อนรับทันทีที่คณะเจ้าหน้าที่ฯจอดรถที่โรงครัวข้างห้วย
หลังจากทักทายแล้วจึงเข้าครัวช่วยกันเตรียมมื้อค่ำ
ในลังแช่น้ำแข็งหลังรถเหลือเพียงเศษกระดูกหมู ๗ - ๘ ชิ้น พอทำแกงจืดได้หนึ่งชาม
นายสุชาติมีน้ำพริกค้างเก่าเหลืออยู่ครึ่งถ้วย กับผักกูดกำมือหนึ่ง
ข้าวเย็นครึ่งหม้อถูกเติมน้ำและนำมาดงไฟอีกครั้ง
ค่ำนั้นเรากินมื้อเที่ยงควยมื้อเย็นด้วยความหิวโหยท่ามกลางแสงเทียนและเสียงร้องของหมาน้ำ
หลังอาหารข้าชวนนายสุชาติขึ้นเรือนเข้านอนทันที
ด้วยอ่อนเพลียและอิดโรยจากภารกิจมาทั้งวัน สมาชิกฯ ส่วนที่เหลือผูกเปลกับเสาครัว
นอนหลบน้ำค้างอยู่ข้างห้วย
April 20, 2005
ข้าฯ ลุกขึ้นจากที่นอนเป็นคนแรก ก่อนพระอาทิตย์จะขึ้น
ค่อยๆย่องเท้าอย่างเบาที่สุดลงจากเรือน เพราะเกรงว่าจะทำให้เกิดเสียงดัง
และรบกวนนายสุชาติและนายจุก ที่ยังนอนหลับอยู่
เสียงนกร้องเริ่มดังขึ้นเมื่อแสงทองเริ่มจับที่ขอบฟ้าหลังบ้านพัก
เสียงคางคกร้อง หรือหมาน้ำที่เห่าอยู่ในห้วยเมื่อคืนไม่มีแล้ว ข้าฯ
เดินออกกำลังกายไปมาขอยู่ข้างห้วย แล้วจึงหาเก็บเศษฟืนที่ไม่ชื้นมากนัก
จากน้ำค้างที่ตกแรงอย่างกับฝนตก เข้าครัวไปก่อไฟต้มน้ำ
สักพักช่างอั๋นก็ลุกจากเปลที่ผูกอยู่กับเสาโรงครัวข้างห้วย
เราทั้งสองใช้เวลาช่วงเช้าสำรวจสภาพธรรมชาติรอบๆจุดสกัดลังกา ขณะที่นายพัน
อาสาสมัคร ออกเดินตามริมห้วยหาผักมาทำอาหารมื้อเช้า เนื่องจากเสบียงของเราหมดลงแล้ว
หลังกาแฟเช้าที่ข้างห้วยแล้ว ข้าฯ
ขึ้นเรือนไปทำการตรวจสอบอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์และวิทยุสื่อสาร ขณะที่ ช่างโสกับสมาชิกฯ
ช่วยกันเตรียมอาหารมื้อเช้า
เนื่องจากมีการสับเปลี่ยนกำลังเจ้าหน้าที่ระหว่างหน่วยต่างๆในช่วงที่ผ่านมา
และไม่มีการส่งมอบงานแนะนำการใช้อุปกรณ์เครื่องมือประจำหน่วย ทำให้เกิดปัญหา
อุปกรณ์ระบบประจำหน่วยฯหลายหน่วยฯ ชำรุดบกพร่องจากการขาดความเข้าใจในการใช้งาน
เช่นเดียวกับที่จุดสกัดลังกา
ที่อุปกรณ์ควบคุมการประจุกระแสไฟฟ้าระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ไม่ทำงาน
เนื่องจากไฟฟ้าลัดวงจร จากการต่อสายตรง โชคดีที่ในยานพาหนะชมรมฯ มีอะไหล่ดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ชมรมฯ จึงทำการซ่อมเปลี่ยนให้ระบบฯกลับมาทำงานได้ตามปกติ
หลังมื้อเช้าที่มีแต่ผักกูด
และผักหนาม อย่างละจาน และน้ำพริกของนายสุชาติ ๑ กระปุก แล้ว เจ้าหน้าที่ชมรมฯ
มอบเครื่องวิทยุสื่อสารหน่วยฯแม่น้ำสุริยะและแม่กะสะ ไว้ที่เจ้าหน้าที่จุดสกัดลังกา
เพื่อนำส่งต่อไป โดยได้วิทยุแจ้งสถานีแม่ข่ายทุ่งใหญ่ให้ทราบเพื่อประสานงานให้ด้วย
แล้วมอบข้าวเหนียว ข้าวสาร น้ำปลา น้ำมันพืช และเครื่องปรุงอาหารที่เหลือ รวมทั้งโอวัลตินและนมสด
แก่เจ้าหน้าทีฯ แล้วออกเดินทางเมื่อเวลา ๙.๔๕ น.
เนื่องจากมีฝนตกลงมาเมื่อวานเย็น ทำให้เส้นทางช่วงผ่านป่าดงดิบที่สูงชัน
เป็นอุปสรรค ทำให้ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น
หลังจากผ่านไปสองชั่วโมงคณะเจ้าหน้าที่ฯ ก็เดินทางมาถึงหน่วยฯทิไล่ป้า
พบนายอำนาจและนายอำพร อยู่เฝ้ารักษาหน่วยฯ น้าทนงออกไปที่ อ.สังขละบุรี
เพื่อย้ายทะเบียนบ้าน เราช่วยกันขนถ่ายวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างระบบประปาภูเขาลงจากรถ
รวมทั้งสายลวดสลิงขนาด ๓ หุน ความยาว ๑๒๐ เมตร
ที่จะนำมาใช้ซ่อมสะพานไม้หน้าหน่วยฯที่ชำรุด ลงกองไว้ที่ใต้กอไผ่หน้าหน่วยฯ
ระหว่างนั้นมีหญิงชาวบ้านแบกกะละมังสีดำเทินศีรษะเดินผ่านมา ข้าฯเรียกให้หยุด
หลังสอบถามจึงทราบว่า
ของที่อยู่ในกะละมังเป็นขนมหวานพื้นเมืองท้องถิ่นชาวกะเหรี่ยงชนิดหนึ่ง
รูปร่างคล้ายโดนัทแบบฝรั่ง ทำจากข้าวเหนียวและข้าวเจ้าโม่ปั่นคลุกเคล้ากัน
ปั้นเป็นรูปแล้วลงทอดในกระทะน้ำมัน ราดด้วยน้ำเชื่อม จำหน่ายชิ้นละ ๑ บาท
ข้าทดลองกินดู รสชาติใช้ได้ จึงซื้อแจกจ่ายเพื่อนสมาชิกฯและอาสาสมัครคนละสองอัน
ช่างโสตัวใหญ่กินไปสี่อัน ระหว่างยืนกินขนมกะเหรี่ยงแทนข้าวเที่ยงอยู่นั้น
เห็นเด็กเล็กในหมู่บ้านสิบกว่าคนเดินมา จึงเรียกให้เข้ามารับแจกขนมคนละสองชิ้น
แม่ค้าจำหน่ายขนมได้มากในเวลาอันรวดเร็วจึงยิ้มแก้มบาน
ข้าฯมอบเงินให้นายอำนาจไปช่วยซื้อมาม่าในหมู่บ้านมา ๕ ซอง ไข่ ๕ ฟอง
เพื่อนำมาผัดทำอาหารมื้อเที่ยงให้แก่สมาชิกฯและอาสาสมัคร
ปรากฏว่าไข่ลูกที่สามที่ตอกลงไปในชามเพื่อจะนำมาทำไข่เจียวเน่า
ทำให้ต้องเทไข่ทั้งสามฟองทิ้งไป เหลือเพียงสองฟอง แต่ก็ได้อาศัยข้าวที่หน่วยฯผสมกับมาม่าผัด
ทำให้สมาชิกพออิ่มท้องรอดไปได้อีกมื้อ ก่อนเดินทางกลับเมื่อเวลา ๑๔.๓๐ น.
นายประนุชได้มอบสมุดบันทึกและปากกาจำนวนหนึ่งแก่เจ้าหน้าที่ และฝากความระลึกถึงลุงทนงพร้อมทั้งขออภัยที่ไม่สามารถอยู่ค้างแรมได้ตามที่ลุงทนงสั่งไว้
ด้วยมีภารกิจต่อเนื่องต้องไปร่วมพิธีศพมารดานายทูล สุวรรณ์ หัวหน้าหน่วยฯทิไล่ป้า
ที่ อ. ศรีสวัสดิ์
สองชั่วโมงกว่าจากหน่วยฯทิไล่ป้ามาถึงหน่วยฯเกาะสะเดิ่ง
ผ่านภูเขาเทวดาตำน้ำพริกที่เป็นเขาหินชัน ต้องใช้ความระมัดระวัง เดินทางอย่างช้าๆ
เพื่อรักษาช่วงล่างของยานพาหนะ ฝนเริ่มตกปรอยๆ
พร้อมทั้งกลุ่มเมฆเทาๆลอยผ่านเส้นทางข้างหน้าอย่างช้าๆ
เราตัดสินใจแวะพักดื่มน้ำชาที่โรงครัวข้างห้วยยี่สิบนาที โดยได้นายอาทิตย์
ช่วยเหลือตั้งกาต้มน้ำให้
ระหว่างนั้นเดินชมธรรมชาติข้างห้วยรอบหน่วยพบกองเศษขวดจำนวนมากจากนักท่องเที่ยวที่มาพักในช่วงเทศกาลที่ผ่านมา
ทำให้คิดถึงบทความที่กล่าวถึงเรื่องระยะเวลาการย่อยสลายตามธรรมชาติของวัสดุชนิดต่างๆ
กองเศษขวดเหล่านี้ อาจต้องใช้เวลานับร้อยปีกว่าจะย่อยสลายได้
หากแต่นักท่องเที่ยวจะช่วยกันขนขวดแก้วเปล่าเหล่านี้กลับออกจากป่าไปด้วย
ก็น่าจะเป็นการช่วยเหลือธรรมชาติและช่วยกันอนุรักษ์สภาพแวดล้อมและระบบนิเวศน์ได้อีกทางหนึ่ง
เราออกเดินทางจากหน่วยฯเมื่อเวลา ๑๗.๒๐ น. ข้ามห้วยโรคีผ่านหน้าหมู่บ้านเกาะสะเดิ่ง
พบนายทวีแบกแบตเตอร์รี่กำลังจะข้ามถนน จึงแวะสนทนากัน ๑๐ นาที ข้าฯ
สอบถามเรื่องไร่สองแปลงที่ราษฎรฟันไว้ที่หัวเขาก่อนเข้าหน่วยฯ
ซึ่งเขตฯได้แจ้งให้ระงับการแผ้วถางป่าแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๔๖
กำลังปลูกสร้างกระต๊อบบ้านพักมุงหลังคาอยู่ นายทวีตอบว่า ตนเองก็ไม่ทราบรายละเอียด
คงต้องสอบถามจากนายเบิ้ม หัวหน้าหน่วยฯอีกที เราเร่งรัดออกเดินทางต่อ
เส้นทางช่วงที่เหลือเป็นที่ราบลุ่มริมห้วย ต้องข้ามห้วยโรคีที่ไหลคดเคี้ยวไปมาสิบกว่าครั้ง
และมาถึงหน่วยฯสะเนพ่องอีกครั้งเมื่อเวลา ๑๙.๑๐ น. นายทูล กองแพง หัวหน้าหน่วยฯ
ยังอยู่ปฏิบัติหน้าที่ เช่นเดียวกับนายณรงค์ นายลิง และนายเพรียว ข้าฯ
ปฏิเสธคำเชิญให้กินมื้อค่ำที่หน่วยฯ เพราะตั้งใจจะพาคณะเจ้าหน้าที่ฯ
ไปกินข้างแกงที่ตลาด อ. สังขละบุรี หลังจากกล่าวคำอำลาแล้ว จึงออกเดินทางข้ามห้วยโรคีเป็นครั้งสุดท้ายแล้วไต่ขึ้นเขาไม้แดง
มุ่งหน้าออกไป อ. สังขละบุรี
หลังจากกินข้าวแกงที่ร้านเจ้าประจำข้างป้อมตำรวจแล้ว เราก็ออกเดินทางต่อ มุ่งหน้า
เกริงกระเวีย ที่หมายที่จะค้างแรมในคืนนี้
เราขับรถขึ้นเขาฝ่าความมือมาอย่างไม่เร่งรีบและมาถึง ด่านฯเกริงกระเวีย อีกครั้ง
เมื่อเวลา ๒๑.๓๐ น. พบนายสมนึก กระต่าย อยู่เฝ้าเวรด่านฯ
ข้าฯแจ้งความประสงค์ขออนุญาตกางเต็นท์ผูกเปลค้างแรม ๑ คืน นายสมนึกเตือนว่า
กลางคืนอากาศจะหนาวเย็น ให้พักในห้องจะดีกว่า เราตัดสินใจเชื่อฟังคำแนะนำนายสมนึก
หลังอาบน้ำแล้ว ข้าฯ ล้มตัวลงนอนด้วยความอิดโรยและอ่อนเพลีย เผลอหลับไปเมื่อใด
จำไม่ได้
April 21, 2005
หกโมงเช้า ข้าฯ ตื่นขึ้นเป็นคนแรก
เดินออกจากห้องพักมาสูดอากาศยามเช้าที่สนามหญ้าข้างเขาหินปูนหน้าหน่วยฯ
สักพักเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่เหลือจึงทยอยตื่นขึ้น เมื่อคืนนี้อากาศเย็นสบาย
ไม่ร้อนอบอ้าว ข้าฯกล่าวขอบคุณและอำลานายสมนึก กระต่าย เจ้าหน้าที่ด่านตรวจฯ
แล้วออกเดินทาง มาถึงบ้านป้าหน่อง - ทิดก้อ ที่บ้านทิขุ เมื่อเวลาแปดโมงเช้า
พบนายอนุวงษ์ กับภรรยา กำลังจะออกจากบ้านป้าหน่อง
ข้าฯแจ้งความจำนงขอฝากสิ่งของแล้วจึงขนย้ายวัสดุเก็บเข้าเรือน
ขณะที่รถกำลังเคลื่อนออกจากบ้าน นายอนุวงษ์วิ่งมาหยุดรถพร้อมกับยื่นนมเปรี้ยวให้ ๕
ขวด พร้อมกับขนมปังจำนวนหนึ่ง
ข้าฯรับไว้และกล่าวขอบคุณก่อนออกเดินทางตามรถชมรมฯที่ล่วงหน้าไปทางบ้านพระอินทร์แล้ว
อากาศยามเช้าบริสุทธิ์สดชื่น เราเดินทางมาเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน
ชมวิวทิวทัศน์ไร่ข้าวโพดจำนวนหลายหมื่นไร่ที่ราษฎร
หักร้างถางพงไปตามเนินเขาหลายสิบลูก พลางนึกเสียดายว่า
หากไร่ข้าวโพดยังคงสภาพเป็นป่ารกชัฏดังเช่นเมื่อสิบปีก่อนคงจะดี
กำลังฝันหวานอยู่เพลินๆ
ก็มีไก่ฟ้าหลังเทาตัวเมียหนึ่งตัวกระโดดข้ามถนนผ่านหน้ารถเข้าไปในดงไม้ข้างทาง
ทำให้อดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ว่า
ชายป่าข้างหมู่บ้านก็ยังพอมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ได้เช่นกัน
ข้าฯ
ขับรถมาทันรถชมรมก่อนเข้าหมู่บ้านภูเตย
แล้วจึงแวะกินมื้อเช้าเป็นข้าวผัดกระเพราไข่ดาวคนละจาน แล้วจึงออกเดินทางต่อ
สภาพเส้นทางที่ผ่านมาดีกว่าเมื่อปีก่อนมาก บดอัดแน่น
แต่ช่วงที่ลงเขาลูกสุดท้ายก่อนถึงอ่างเก็บน้ำ ต้องใช้ความระมัดระวังเล็กน้อย
เพราะเส้นทางน้ำตัดเส้นทางรถ ทำให้เกิดร่องน้ำลึกบนผิวจราจร
แต่สภาพก็ยังดีกว่าเมื่อปีก่อนอย่างมาก เช่นกัน
เรามาถึงท่าแพขนานยนต์เมื่อเวลาสิบโมงเช้า หลังจากนำรถขึ้นแพแล้ว
คนขับแพก็ถอยแพขนานยนต์ออกจากฝั่งทันที เราทั้งหมดก็หาที่นอนบนแพ
แล้วสามัคคีกันนอนตากลมหลับใหลไประหว่างที่แพค่อยๆเคลื่อนที่ข้ามอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์จากฝั่งน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นไปยังฝั่ง
อ. ศรีสวัสดิ์
ข้าฯ ตื่นขึ้นอีกครั้ง
เมื่อได้ยินเสียงเรียกจากช่างอั๋น เมื่อลืมตาขึ้นดูก็เห็นฝั่ง อ. นาสวน
ที่แพกำลังเคลื่อนที่เข้าหาอย่างช้าๆ ข้าฯ จ่ายค่าข้ามแพให้กับคนขับแพไป ๓๒๐ บาท
สำหรับรถยนต์ ๒ คัน ซึ่งใช้เวลา ๔๐ นาที ในการเดินทางข้ามอ่างเก็บน้ำ
ถึงแม้จะรู้สึกว่าค่าแพจะแพงไปหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าที่ต้องขับรถอ้อมอ่างเก็บน้ำ
ซึ่งคงต้องใช้เวลากว่าสองชั่วโมงเป็นแน่
คณะเจ้าหน้าที่ชมรมฯ
มาถึงบ้านพักบิดา นายทูล สุวรรณ์ ที่กำลังจัดงานพิธีศพอยู่ นายทูล นายเทิง
ออกมาให้การต้อนรับ เจ้าหน้าที่ชมรมฯ กล่าวแสดงความเสียใจ
แล้วทำการเคารพศพมารดาของนายทูล พร้อมกัน แล้วชมรมฯ
จึงได้มอบเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าให้แก่หน่วยฯทิไล่ป้า ๑ เครื่อง
เพื่อใช้แทนเครื่องเดิมที่ชำรุด ตามที่นายทูลแจ้งให้ทราบ
พร้อมมอบเงินช่วยเหลือค่าใช้จ่ายพิธีศพ ๑,๐๐๐ บาท ด้วย คณะเจ้าหน้าที่ฯ
เดินทางออกจากบ้านนายทูล เมื่อเวลา ๑๒.๒๐ น. ละเดินทางกลับมาถึงสำนักงานชมรมฯ
เมื่อเวลา ๑๕.๓๐ น. รวมระยะเวลาการเดินทางในภารกิจครั้งนี้ ๙ วัน
Surin/reported
April 24, 2005
Commemorative
Construction Projects
to Celebrate 30th Anniversary of
Thungyai Naresuan Wildlife Sanctuary Establishment
The
Central Radio Network Communication Station Construction
|