![]() |
||||
|
|
||||
|
วันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๕๐ ณ บ้านพักเจ้าหน้าที่เขตฯทุ่งใหญ่ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ชมรมฯได้มอบภาพเสือโคร่งจำนวน ๑๐ ภาพ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ได้จากงานวิจัยเสือเขตฯทุ่งใหญ่ด้านตะวันตกซึ่งได้ดำเนินงานเสร็จสิ้นแล้วเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาแก่เขตฯทุ่งใหญ่โดย "ผู้จัดการทีมเสือ" ผู้ช่วยฯมนตรี แข็งเขตการณ์ ได้รับมอบไว้แล้ว หลังจากที่เจ้าหน้าที่เขตฯทุ่งใหญ่และเจ้าหน้าที่ทีมเสือทุ่งใหญ่ที่ได้ร่วมการดำเนินงานปฏิบัติการภาคสนาม และได้แยกย้ายกลับสู่ที่ตั้งตามหน่วยพิทักษ์ป่าและจุดสกัดต่างๆเมื่อเสร็จสิ้นการดำเนินงานปิดแค็มป์เสือแล้ว ได้ร่วมชื่นชมกับภาพเสือโคร่งที่ได้จากงานวิจัยเสือนี้โดยทั่วกันแล้ว
การำเนินงานวิจัยเสือในประเทศไทย ได้ผ่านความทุ่มเทพยายามของนักวิจัยสัตว์ป่ามานานแล้ว เช่น นายศักดิ์สิทธิ์ ซิ้มเจริญ (ปัจจุบันเป็นข้าราชการระดับแปดสังกัดกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตำแหน่งหัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ) ที่ได้ทำการศึกษาเรียนรู้เรื่องเสือมานับสิบปี นับตั้งแต่การสังเกตนิสัยพฤติกรรมกิริยาท่าทางของแมวที่ตนเลี้ยง "ก๋วยเจ๋ง" เพื่อหาความรู้เทียบเคียงเบื้องต้น จนถึงการศึกษารอยตีน รอยคุ้ย รอยสเปรย์ กองมูลและร่องรอยอื่นๆของเสือที่ทิ้งไว้ในป่าด้วยการวัดขนาดและจดบันทึกรวบรวมข้อมูลนานหลายปี รวมทั้งค้นคว้าหาความรู้จากตำราหนังสือต่างๆ ตลอดรวมถึงความสนับสนุนด้านอุปกรณ์เครื่องมือจาก WWF ในช่วงเวลาเริ่มต้นนั้น จนในที่สุดก็สามารถทำความเข้าใจถอดรหัสของร่องรอยที่เสือทิ้งไว้ในผืนป่า ซึ่งนับเป็นพื้นฐานองค์ความรู้สำคัญที่นำสู่แนวทางการศึกษาเสือในปัจจุบัน
จนถึงปี ๒๕๔๗ เมื่อ ดร.อนรรฆ สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า WCS ประเทศไทย ได้เข้าให้ความสนับสนุนช่วยเหลืออุปกรณ์เครื่องมือตลอดจนผู้เชี่ยวชาญวิจัยเสือชั้นนำจากต่างประเทศ เช่น K. Ullas Karanth, Dr.Dave, Professor Sean ฯลฯ งานวิจัยเสือที่เป็นแบบมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับเชื่อถือจากทั่วโลกก็เริ่มต้นดำเนินอย่างเป็นรูปธรรมจริงจังภายใต้ชื่อ Thailand Tiger Project เพื่อติดตามประชากรเสือโคร่งนับแต่นั้นเป็นต้นมา ในการดำเนินครั้งแรกในปี ๒๕๔๗ นั้น สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำประสบความสำเร็จในการติดตามประชากรเสือโคร่งจากถ่ายภาพที่ได้ในพื้นที่ป่ารอบๆเขานางรำในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ได้ภาพถ่ายเสือโคร่งจำนวนหนึ่งและจำแนกได้เจ็ดตัว และในปีต่อๆมาจนถึงปี ๒๕๔๙ ภาพถ่ายพร้อมกับจำนวนเสือโคร่งก็เพิ่มมากขึ้นตามพื้นที่การดำเนินงานวิจัยที่ขยายเพิ่มเติมขึ้น จนครอบคลุมพื้นที่ประมาณ ๑,๒๕๐ ตารางกิโลเมตรของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จำแนกเสือโคร่งได้แล้วทั้งสิ้น ๓๖ ตัว ทำให้สามารถประมาณการได้ว่า ประชากรเสือโคร่งในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งที่มีพื้นที่ประมาณ ๒,๕๐๐ ตารางกิโลเมตร อาจจะมีประชากรเสือโคร่งอยู่ระหว่าง ๗๐ - ๙๐ ตัว
จากการสำรวจอย่างรวดเร็ว rapid assessment ในโครงการของ WEFCOM ระหว่างปี ๒๕๔๕ - ๒๕๔๗ ได้ประมาณการคร่าวๆจากการสำรวจไว้ว่ามีประชากรเสือโคร่งเหลืออยู่ในผืนป่าของประเทศประมาณ ๒๕๐ ตัว และจากการคาดคะเนของผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานวิจัยเรื่องเสือได้เคยกล่าวไว้ว่า หากยังไม่มีมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาปัจจัยคุกคามเสือที่เข้มข้นจริงจังแล้ว ก็มีความเป็นไปได้ว่าในอีกทศวรรษต่อไปสายพันธุ์ของเสือจะหายไปจากโลกนี้อีกหนึ่งสายพันธุ์ เช่นเดียวกับอีกสามสายพันธุ์จากที่มีอยู่แปดสายพันธุ์ของเสือที่มีอยู่ในโลกนี้ที่ได้สาบสูญไปตลอดกาลตามกวางสมันและสัตว์ป่าอื่นๆไปแล้ว
งานวิจัยเสือ จึงนับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราได้เรียนรู้นิเวศวิยาของเสือตลอดจนการติดตามประชากร ฯลฯ เพื่อนำข้อมูลความรู้ที่ได้จากงานวิจัยมาช่วยในการกำหนดแนวทางการวางแผนจัดการ นอกเหนือจากการร่วมกันปกป้อง "ป่าของเสือ"และเสือให้พ้นจากปัจจัยคุกคามต่างๆ เพื่อสงวนรักษาอนุรักษ์สายพันธุ์เสือให้มีประชากรที่มั่นคงเพื่อที่เสือจะได้ทำหน้าที่สำคัญในระบบนิเวศต่อไป
มนุษย์ไม่สามารถอาศัยอยู่อย่างโดเดี่ยวบนโลกใบนี้ได้ มนุษย์ดำรงชีพอยู่ได้ด้วยการอาศัยทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆตัว เช่นน้ำและอากาศที่หล่อเลี้ยงชีวิตและมนุษย์ใช้หายใจ ธรรมชาติผืนป่าและสิ่งมีชีวิตทั้งหลายมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงสัมพันธ์กันอย่างสลับซับซ้อน เกื้อหนุนส่งเสริมพึ่งพิงกัน จนยากที่จะมีใครสามารถชี้แจงอธิบายถึงความสัมพันธ์ของทุกสรรพสิ่งที่ประกอบขึ้นเป็นผืนป่าและสิ่งแวดล้อมได้ มนุษย์จึงพึงรักษาเสือและสมดุลของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไว้เพื่อความอยู่รอดของมนุษย์เอง มอบภาพเสือโคร่ง
มอบภาพถ่ายเสือโคร่งตัวแรกจากงานวิจัยเสือแก่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ บินนาน / รายงาน
|
|
|
||
|
|
||||
|
About WFCC Activities Wildlife Sanctuary Bird Photo Gallery Support Projects Main Page
|
||||