หน้าหลัก ข่าวสารทั่วไป พฤหัสบดี, ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๓
สำรวจความคิดเห็น
ความคิดเห็นเกี่ยวกับเว็บใหม่ของมูลนิธิฯ: ความสามารถในการเข้าถึงเนื้อหาที่สนใจ
 
NW01: ข่าวสารทั่วไป
บรรยากาศงานคอนเสิร์ตรวมพลคนรักช้างใน Jazz de Chang เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 52 ที่ผ่านมา
วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ พฤษจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๑๘:๒๕ น.

รวมพลคนรักช้างใน คอนเสิร์ตการกุศล Jazz de Chang Kanchanaburi

N521112-09ประสบความสำเร็จไปแล้วสำหรับการจัดงานคอนเสิร์ตการกุศล ที่รวมพลคนรักช้าง ใน  Jazz de  Chang  Kanchanaburi ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยความร่วมมือของประเทศเนเธอร์แลนด์  ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  และแนวร่วม 8  องค์กรภาคเอกชนจังหวัดกาญจนบุรี  ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่าของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ และสร้างความรับรู้เกี่ยวกับประเด็นด้านการอนุรักษ์ช้างป่าในกาญจนบุรี และความสำคัญของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระในฐานะเป็นถิ่นอาศัยสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของช้างป่า

พร้อมกันนี้ยังเป็นการตอกย้ำการเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของจังหวัดกาญจนบุรี  รวมถึงเป็นการส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดกาญจนบุรีอีกด้วย ซึ่งบรรยากาศในงานจัดขึ้นบริเวณริมสะพานข้ามแม่น้ำแคว ประเดิมด้วยวงดนตรีแจ๊ซที่มีชื่อเสียงของไทย  อย่าง วง Bangkok Connectionนอกจากนี้ยังมีการร่วมพูดคุยถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ โดยมี  Mr. Tjaco ven den Hort  ฯพณฯเอกอัครราชทูตประเทศเนเธอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย  ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายเริงศักดิ์  มหาวินิจฉัยมนตรี  , นายวิชัย ล้อศิริ  นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวกาญจนบุรี และ Ms. Belinda Stewart-Cox  ผู้อำนวยการเครือข่ายอนุรักษ์ช้างป่ากาญจนบุรี

สำหรับไฮไลท์ของงานเป็นการแสดงคอนเสิร์ตของวงดนตรีแจ๊ซชื่อดังที่สุดของประเทศเนเธอร์แลนด์“Biggles Big Band” แบบเต็มวง 18 ชิ้น  อำนวยการแสดงโดย  Adrie  Braat  ซึ่งได้พาผู้ชมในงานดื่มด่ำไปกับความไพเราะสมคำร่ำลือ  รวมทั้งยังมีการแสดงพิเศษของ  เด็กหญิงพรรษยา เขียวเปลื้อง  ลูกหลานคนเมืองกาญจน์ ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดร้องเพลงจากหลายสถาบัน มาร่วมโชว์น้ำเสียงสไตล์บลูแจ๊ซร่วมกับ วง Biggles Big Band อีกด้วย

นอกจากนี้ได้เปิดตัว  WoW  Kanchanaburi  2010  หรือ  2523  ปีแห่งรักและมหัศจรรย์กาญจนบุรี  ใน Concept  Kanchanaburi..A True Wonder of The World"มิติใหม่แห่งการท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี  โดยนำจุดเด่นของจังหวัดทั้งทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ธรรมชาติ  " มาร้อยเรียงเล่าเรื่องนำเสนอผ่านกิจกรรมท่องเที่ยว แบ่งเป็น  3  Season เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ไปสัมผัสความความอัศจรรย์ของกาญจนบุรีได้ตลอดทั้งปี 

Seasoning Theme:
1st Seasoning
มหัศจรรย์แห่งรักและนักผจญภัย
Wonderful of Love and Adventure
2nd Seasoning
มหัศจรรย์ธรรมชาติ วัฒนธรรมแห่งลุ่มแม่น้ำแคว
Wonderful of River Kwai
3rd Seasoning
มหัศจรรย์ประวัติศาสตร์โลก
Wonderful of World’s History



หากต้องการข้อมูลและภาพข่าวเพิ่มเติม
ติดต่อ  คุณสุธาทิพย์: 089 897 – 2804,  e-mail: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
คุณประวีณา:  089 937 – 4508, e-mail: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 
N520807: โครงการรำลึก 19 ปี สืบ นาคะเสถียร
วันอาทิตย์ที่ ๐๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๒๑:๐๑ น.

โครงการรำลึก 19 ปี สืบ นาคะเสถียร

วันเสาร์ ที่ 29 สิงหาคม 2552 – วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2552
ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี


N520807

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ตั้งอยู่ในพื้นที่ จังหวัดอุทัยธานีและจังหวัดตาก มีแนวเขตติดกับจังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดกาญจนบุรี รวมมีพื้นที่ทั้งหมด 1,737,587 ไร่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ได้รับการยอมรับระดับโลกด้วยความเป็นผืนป่าที่มีคุณค่าและความสำคัญ มีความโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์เป็นแหล่งรวบรวมไว้ด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ มีความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ และมีความงดงามตามธรรมชาติ จึงได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2534

การประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ โดยองค์การศึกษาทางวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ จะต้องมีการศึกษา ค้นคว้ารวบรวมข้อมูล ซึ่งคุณสืบ นาคะเสถียร นักวิชาการป่า อดีตหัวหน้า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เป็นบุคคลที่มีความสำคัญยิ่งในการสำรวจ เก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ เป็นข้อมูลเชิงวิชาการด้านทรัพยากรป่าและสัตว์ป่า ที่แสดงให้เห็นถึงคุณค่าความสำคัญ ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า ห้วยขาแข้งแห่งนี้ เพื่อขอขึ้นทะเบียนเขตรักษารักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง – ทุ่งใหญ่นเรศวรเป็นมรดกโลก

เนื่องในโอกาสที่วันที่ 1 กันยายน 2552 เป็นวันครบรอบ 19 ปี การเสียชีวิตของคุณสืบ นาคะเสถียร อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งร่วมกับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) ได้ร่วมกันจัดทำโครงการรำลึก 19 ปี สืบ นาคะเสถียร เพื่อเป็นการรำลึกถึง คุณสืบ นาคะเสถียร และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ซึ่งได้สละชีวิตเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ เป็นการยกย่องให้เกียรติแก่เจ้าหน้าที่ และเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น อุสาหะ ด้วยความตั้งใจยิ่ง อีกทั้งยังเพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึก กระตุ้นเตือนให้เยาวชนและประชาชนทั่วไป ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลรักษาผืนป่าแห่งนี้ให้คงความอุดมสมบูรณ์ คงความภาคภูมิใจในฐานะที่ผืนป่าแห่งนี้ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ

 
N50-004: เหมืองแร่โมนิโก้โต้นักวิชาการสัตว์ป่าบิดเบือนรายงานผลวิจัยเรื่องสัตว์ป่า
วันอังคารที่ ๑๑ พฤษจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๑๙:๑๘ น.
"สุรยุทธ์"ขอคุมก่อสร้างอุโมงค์ เชื่อมถนนสาย ๓๐๔ อุทยานฯทับลาน

เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์  ดร.ชุมพล สุขเกษม ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงความคืบหน้าการก่อสร้างถนนเชื่อมเส้นทางสาย ๓๐๔ ช่วง กม.ที่ ๒๗ - ๒๙ บริเวณอุทยานแห่งชาติทับลาน และอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ว่า กรมทางหลวงกำลังเสนอแบบครั้งสุดท้ายซึ่งมีอยู่ ๒ แนวทาง คือ ทำสะพานยกระดับยาว ๒ กิโลเมตร บริเวณ กม.ที่ ๒๗ - ๒๙ ที่มีปัญหาสัตว์เดินข้ามถนน หรืออาจสร้างอุโมงค์ครอบลงไป กรมอุทยานฯกำลังรอคำตอบที่แน่ชัดของกรมทางหลวง ซึ่งเชื่อว่าการพิจารณาจะเสร็จสิ้นก่อนเดือนมิถุนายนนี้ เนื่องจากประเทศไทยต้องนำแนวทางนี้ไปเสนอคณะกรรมการมรดกโลกที่ประเทศนิวซีแลนด์

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีข่าวว่ากรมทางหลวงใช้เวลาช่วงข่าวเงียบลักไก่ขยายถนนเส้นดังกล่าว ดร.ชุมพลกล่าวว่า เท่าที่ทราบการขยายถนนของกรมทางหลวง เป็นการดำเนินการในส่วนความรับผิดชอบที่กรมทางหลวงทำได้ ซึ่งเป็นการปรับไหล่ทางบริเวณที่ไม่ได้เข้าเกี่ยวข้องกับพื้นที่ของกรมอุทยานฯ แต่ก็ยอมรับว่าไม่เห็นกับตาว่าส่วนที่กรมทางหลวงทำต่อนั้นเป็นบริเวณไหนแน่ชัด แต่คิดว่าไม่น่าจะเข้ามาในพื้นที่อุทยานฯ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ให้ความสนใจมาก นายกฯให้รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างให้ทราบเป็นระยะๆ เพราะเป็นผืนป่าผืนเดียวกับป่าเขาใหญ่ที่เป็นประธานมูลนิธิพิทักษ์อุทยานเขาใหญ่อยู่ ดังนั้นเชื่อว่านายกรัฐมนตรีน่าจะมีข้อมูลในใจเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่แล้ว ในส่วนของการพิจารณาทั้งสองกรม คาดว่าไม่ช้านี้คงจะทราบผลสรุปที่แน่ชัด

วันเดียวกันนี้ นายเหลือง ชัยวัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท เหมืองแร่โมนิโก้ จำกัด กล่าวในการเสวนา "เหมืองแร่โมนิโก้ บริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรกับภาวะการคุกคามมรดกโลก" ซึ่งจัดโดยมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ว่า นายโรเบิร์ต สไตน์แม็ตช์ จากกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) ให้ข้อมูลบิดเบือนกรณีรายงานผลวิจัยเรื่องสัตว์ป่าที่เพิ่มมากขึ้นหลังการปิดเหมืองรอบพื้นที่เขตทุ่งใหญ่ฯ ในขณะที่เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้และกรมอุทยานฯก็ไม่ต่อใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่ป่าสงวนทั้งที่ยังเหลืออายุประทานบัตรในพื้นที่เหมือง ๒๗๔ ไร่ อีก ๕ ปี ซึ่งจะสิ้นสุดปี ๒๕๕๕ บริษัทลงทุนไปกว่า ๘๐ ล้านบาท และต้องการนำแร่พลวงที่อยู่ในเหมืองโมนิโก้อีก ๑,๐๐๐ - ๒,๐๐๐ ตัน ออกมาขาย เนื่องจากมีการประเมินมูลค่าได้กว่า ๑๖๐ ล้านบาท

ด้านนายเอิบ เชิงสะอาด หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร กล่าวว่า ขณะนี้กรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ยังไม่อนุญาตให้บริษัท โมนิโก้ เข้าใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ทุ่งใหญ่นเรศวร เนื่องจากอยู่ระหว่างการผนวกผืนป่า จำนวน ๖๗,๕๐๐ไร่ให้อยู่ในพื้นที่มรดกโลกทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง ซึ่งได้ส่งแผนที่ให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาในขั้นตอนสุดท้าย ขณะนี้ ศาลปกครองมีคำสั่งให้คุ้มครองบริษัท โมนิโก้ ชั่วคราว โดยให้ใช้เส้นทางหน่วยพิทักษ์ป่าทินวย-ซงไท้ เข้า-ออกได้ปีละ ๒ ครั้ง เพื่อใช้ขนเสบียงอาหารเท่านั้น แต่ห้ามใช้ขนส่งแร่ ส่วนการฟ้องศาลอาญา จ.กาญจนบุรี ศาลได้นัดพิจารณาไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ ๒๖ มีนาคมนี้

นายเฉลิมศักดิ์ วานิชสมบัติ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าภายหลังการผนวกพื้นที่เป็นมรดกโลกแล้วจะกันพื้นที่ ๒๗๔ ไร่แนบท้ายเพื่ออนุญาตให้เข้าไปทำเหมืองแร่โมนิโก้หรือไม่

ที่มา : หนังสือพิมพ์ มติชน วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ปีที่ ๓๐ ฉบับที่ ๑๐๕๘๐ หน้า ๑๐
 
N50-003: ทุ่งใหญ่นเรศวรฯ ไม่สนเหมืองโมนิโก้ ยันไม่เปิดเส้นทางช่วงฤดูฝน
วันอังคารที่ ๑๑ พฤษจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๑๙:๑๗ น.
หัวหน้าเขตทุ่งใหญ่ฯ ยันปิดเส้นทางช่วงหน้าฝนห้ามเข้า-ออก เหมืองโมนิโก้ร้องขอทุนคืนบ้าง ย้ำเป็นทางสาธารณะไม่มีสิทธิ์ปิด อ้างมีชาวบ้านอาศัยอยู่ก่อน WWF เผยช่วงที่มีการทำเหมืองแร่สัตว์ป่าสูญพันธ์เพียบ คณะกรรมการมรดกโลกชี้ถ้าเข้าข่ายป่าถูกรบกวนต้องถอดจากมรดกโลก

วันนี้ (๒๖ ก.พ.) ที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ได้เสวนาเรี่อง เหมืองแร่โมนิโก้ บริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร กับภาวะคุกคามมรดกโลก จัดโดยมูลนิธิสืบนาคะเสถียร จากการที่กลางปี ๒๕๔๘ เหมืองโมนิโก้ได้พยายามกลับมาดำเนินกิจการทำเหมืองแร่อีกครั้ง โดยอ้างว่าแร่พลวงราคาดีขึ้น และต้องทำการขออนุญาตจากกรมป่าไม้ และ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช

นายเอิบ เชิงสะอาด หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศรวรด้านตะวันตก กล่าวว่า เหมืองโมนิโก้ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุดเกี่ยวกับเรื่องการปิดเส้นทาง การเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่ต้องทำการปิดเป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูฝน เพื่อให้สัตว์ป่าและป่าได้รับการฟื้นตัว โดยทางเหมืองได้อ้างว่าทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ ป่าและพันธ์พืชไม่มีอำนาจหน้าที่ในการสั่งปิดเส้นทางดังกล่าว เนื่องจากว่าเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางสาธารณะมีบ้านเรือนอาศัยอยู่ และได้ยื่นฟ้องศาลให้เปิดเส้นทางดังกล่าว ซึ่งขณะนี้เรื่องนี้ได้อยู่ในชั้นของศาล

อย่างไรก็ตาม การปิดเส้นทางในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทางกรมอุทยานฯ มีหน้าที่ในการสั่งปิดเส้นทางเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งถ้าใครก็ตามที่มีความประสงค์จะเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในช่วงที่ปิดเส้นทางจะต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีก่อน แต่ถ้าชาวบ้านที่เจ็บป่วยต้องการจะออกมารักษาและจะต้องผ่านเส้นทางก็สามารถที่จะเดินทางนำรถออกมาได้ แต่ถ้ามีพฤตติการอันน่าสงสัยหรือเข้าข่ายว่าจะทำไม่ดีเราจะไม่อนุญาตให้เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทันที แต่ที่สำคัญตอนนี้ทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ และทางกรมอุทยานฯ จะไม่อนุญาตให้มีการทำเหมืองแร่และให้เปิดเส้นทางในช่วงที่มีการปิดเพื่อให้ป่าได้ฟื้นตัวอย่างแน่นอน

นายโรเบิรต์ สไตน์แม็ตซ์ ผู้แทนจากกองทุนสัตว์ป่าโลก ประเทศไทย (WWF Thailand) กล่าวว่าในช่วงที่มีการประกอบกิจการเหมืองแร่ได้มีการล่าสัตว์ป่าไปเป็นจำนวนมากทำให้สัตว์ป่าลดลงอย่างเป็นจำนวนมาก ซึ่งผู้ที่ล่าสัตว์ป่านั้นจะมีการทำเป็นสองรูปแบบ คือ ๑.ล่าสัตว์เพื่อนำไปเป็นอาหารของคนงาน และนำไปขาย โดยเฉพาะกระทิงจะถูกล่ามากที่สุด เนื่องจากว่าเขาของกระทิงนั้นสามารถที่จำนำไปขายได้

ทั้งนี้ นายโรเบิร์ต ยังได้ยกตัวอย่างเหมืองแร่ปรองดี้ ที่ได้มีการประกอบกิจการเหมืองแร่ตั้งแต่ปี ๒๕๐๓ และถูกปิดในปี ๒๕๓๘ และทางกองทุนจึงได้เข้าไปทำการสำรวจร่องรอยสัตว์ในปี ๒๕๔๓-๒๕๔๘ บริเวณที่มีการทำเหมืองแร่และในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ พบว่า สัตว์กีบจำพวก เก้ง กว้าง หมูป่า กระทิง และเสือโคร่งได้ลดจำนวนลง และหลังจากที่ไม่ได้มีการทำเหมืองแร่ส่งผลให้สัตว์ป่า จำพวกเก้ง และฝูงกระทิงเพิ่มจำนวนมากขึ้น

ขณะที่นายเหลือง ชัยวัฒน์ ผู้แทนจากเหมืองแร่โมนิโก้ ได้เดินทางมาชี้แจงในงานเสวนาฯ โดยกล่าวถึงกรณีที่ได้ยื่นฟ้องร้องกรมอุทยานและทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ฯ ว่า ทางเหมืองได้หยุดประกอบกิจการเหมืองแร่ตั้งแต่ในปี ๒๕๔๒ แต่เหตุผลที่ต้องฟ้องร้องดำเนินคดีให้ทางเขตฯ เปิดเส้นทางอันเนื่องมาจากในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าได้มีบ้านเรือนผู้คนที่ เป็นชนกลุ่มน้อยที่มาศัยและทำงานที่เหมืองแร่เป็นจำนวนมาก และชาวกะเหรี่ยง ดังกล่าวก็ได้เข้ามาอาศัยอยู่ในป่าตรงนั้นเป็นระยะเวลานานก่อนที่จะมีการ ประกาศให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เพราะฉะนั้น เส้นทางดังกล่าวทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และกรมอุทยานฯ ไม่มีอำนาจในการสั่งปิด เพราะเป็นเส้นทางสาธารณะที่ประชาชนใช้ในการขนส่งเสบียงอาหาร

และเมื่อ ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมาทางกรมอุทยานฯ ได้เซ็นอนุญาตใบแผ้วถางได้ สาเหตุที่เราจะต้องดำเนินการเปิดเหมืองต่อ เพราะ เนื่องจากกว่าปัจจุบันนี้เราต้องนำเข้าแร่จากต่างประเทศไปเป็นจำนวนมากถ้า เราไม่ได้ดำเนินการทำกิจการตรงนี้เราก็จะต้องสูญเสียเงินเป็นจำนวนมากในซื้อ แร่จากต่างประเทศ และที่สำคัญที่เหมืองแร่ของตนก็ยังคงเหลือประทานบัตรการทำเหมืองแร่อีก ๕ ปี ถึงแม้ว่าสัมปทานป่าไม้จะหมดไปแล้วก็ตาม ซึ่งขณะนี้ตนกำลังทำเรื่องขออนุญาตการขอใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่าอยู่ โดยได้รับการอนุมัติจาก กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย เป็นที่เรียบร้อย เหลือเพียงแค่ทางกรมอุทยานฯ และกรมป่าไม้เท่านั้นที่ยังไม่ได้เซ็นอนุญาตนอกจากนี้นายเหลือง ยังได้กล่าวว่าตนไม่ได้ต้องการอะไรมากนอกจากอยากจะเข้าไปขนแร่ที่ได้ทำการขุดเจาะขึ้นมาออกมาข้างนอกเท่านั้น เพราะเนื่องจากได้ลงทุนในการซื้ออุปกรณ์ขุดเจาะเป็นจำนวนมาก

นางรตยา จันทรเทียร ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่าทางเดินหรือเส้นทางสัตว์ผ่าน เราได้พบร่องรอยของรอยเท้ากระทิงทั้งสองข้างทาง และในบริเวณพื้นที่ที่เป็นดินโป่ง เราก็จะพบรอยเท้าสัตว์กีบเป็นจำนวนมาก และเป็นป่าที่มีความสมบูรณ์มาก แต่ถ้าเมื่อไรก็ตามที่มีการเหมืองแร่ก็ย่อมที่จะมีคนมากตามไปด้วย เพราะฉะนั้นพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ก็คงจะต้องหมดไป ทางมูลนิธิไม่ได้เห็นแต่คนต่างชาติมากกว่าคนไทยแน่นอน แต่เราต้องการรักษาสภาพความสมบูรณ์ของสัตว์ป่าและป่าไม้ไว้ให้ได้ เพื่อที่จะเป็นเครื่องยืนยันว่าสัตว์ป่าไม่ได้หายไปไหนจากความเป็นมรดกโลก

ทางด้านนายมานิตย์ ศิริวรรณ คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก กล่าวว่าถ้าเมื่อไรก็ตามที่มรดกโลกถูกคุกคามหรือขาดคุณสมบัติของการเป็นมรดกโลก ที่ได้ให้ไว้กับประชาคมโลก แล้วจะเป็นมรดกโลกได้อย่างไร เพราะฉะนั้นก็คงจะต้องมีการถอดออกจากการเป็นมรดกโลก ปัจจุบันนี้มีมรดโลกหลายแห่งในโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนอยู่ในประเภทภาวะเสี่ยงภัย แต่ก็ยังไม่มีแห่งไหนที่ถูกถอดออกจากการเป็นมรดกโลกอีกเช่นกัน เพราะทุกคนภายในประเทศหรือแหล่งที่อยู่ในภาวะเสี่ยงภัยก็จะมีความกระตือรือร้นที่จะปกป้องรักษาไว้ เพราะมันมีผลกระทบในภาพรวม

โดย ผู้จัดการออนไลน์ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕๐ ๑๗.๒๒ น.
 
ติดตามรายงานกิจกรรมล่าสุด
<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ถัดไป > สุดท้าย >>

หน้า 1 จาก 13