หน้าหลัก ข่าวสารทั่วไป พฤหัสบดี, ๐๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
สำรวจความคิดเห็น
ความคิดเห็นเกี่ยวกับเว็บใหม่ของมูลนิธิฯ: ความสามารถในการเข้าถึงเนื้อหาที่สนใจ
 
ข่าวสารทั่วไป
วันช้างไทย: โครงการ Arts for Elephants ครั้งที่ ๒
วันเสาร์ที่ ๑๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๒๑:๑๓ น.

Arts_for_Elephants_2

วันช้างไทย
โครงการ Arts for Elephants ครั้งที่ ๒
วันอาทิตย์ที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๔
เวลา ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐  น.
ณ บริเวณริมกำแพงเมืองเก่ากาญจนบุรี ถนนปากแพรก

เครือข่ายอนุรักษ์ช้าง (Elephant Conservation Network – ECN) ร่วมกับพันธมิตรเพื่อสิ่งแวดล้อมในเมืองกาญจน์ชักชวนเด็กๆ นักเรียนและเยาวชนมาค้นพบโลกของช้างเอเชียผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่สนุกสนาน สร้างสรรค์และน่าตื่นเต้นเร้าใจ ร่วมแข่งขันในกิจกรรมต่างๆ ที่เสริมสร้างความคิดและจินตนาการ พร้อมรับของรางวัลที่ควรค่าแก่การจดจำ มาร่วมกันแสดงพลังของเด็กไทยหัวใจเพื่อช้าง...สัญลักษณ์ของชาติได้โดย >>ดาวน์โหลดรายละเอียดของกำหนดการ
 
จากป่าสู่เมือง รำลึก 21 ปี สืบ นาคะเสถียร
วันศุกร์ที่ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๑๘:๐๙ น.

Sub2011

จากป่าสู่เมือง
รำลึก 21 ปี สืบ นาคะเสถียร
กิจกรรมรำลึกสืบ นาคะเสถียร ในวาระ 21 ปี ระหว่างวันที่ 2-4 กันยายน 2554 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (ห้องเอนกประสงค์ชั้น 1)

 
งานวันรักนกเงือก ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
วันศุกร์ที่ ๒๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๒๑:๒๗ น.

Hornbill-Event-2554

งานวันรักนกเงือก
๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ งาน "วันรักนกเงือก" จัดโดยคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และมูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก ร่วมกับชมรมเพื่อนนกเงือก ผลิตภัณฑ์ Hornbill บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) เวลา ๑๒.๐๐-๑๙.๓๐ น. ณ บริเวณสวนนกเงือก คณะวิทยาศาสตร์ พญาไท

 
การสัมมนาวิชาการ เรื่องสัตว์ป่าเมืองไทย ครั้งที่ 32
วันศุกร์ที่ ๐๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๒๐:๕๘ น.

WILD_SEM_POSTER

การสัมมนาทางวิชาการเรื่อง สัตว์ป่าเมืองไทย ครั้งที่ 32
ในระหว่างวัน พฤหัสบดี ที่ 15 และ วันศุกร์ที่ 16  ธันวาคม 2554
ณ  ห้องประชุมสง่าสรรพศรี  ชั้น 3 ตึก 60 ปี วนศาสตร์    คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์

ตามที่คณะวนศาสตร์  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ได้เดินทางผ่านมาครบรอบ 72 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 ของการก่อตั้งมาแล้วนั้น  จนปัจจุบันมีหลักสูตรการเรียน-การสอนที่เกี่ยวข้องด้านสัตว์ป่าตั้งแต่ระดับ ปริญญาตรี ถึงปริญญาเอก ดังนั้น ภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ คณะวนศาสตร์ จึงได้การจัดสัมมนาวิชาการเรื่องสัตว์ป่าเมืองไทย ซึ่งเป็นการบูรณาการการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการทางวิชาการแก่สังคมเข้าไว้ด้วยกัน  ยังสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ ที่ 3 กลยุทธ์ 3.2 ให้บริการวิชาการแก่สังคมด้านป่าไม้และสิ่งแวดล้อมทั้งในระดับชาติและนานา ชาติ และยุทธศาสตร์ที่ 6  กลยุทธ์ที่ 6.4 การสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยกับหน่วยงานภายในและต่างประเทศ อีกทั้งการจัดสัมมนานี้ ยังเป็นการพัฒนาประสิทธิภาพบุคลากร การพัฒนางานด้านการศึกษาวิจัย เพื่อการอนุรักษ์และการจัดการทรัพยากรสัตว์ป่าของประเทศ ในส่วนต่างๆ  ให้อำนวยประโยชน์ต่อสังคม และผดุงรักษาทรัพยากรสัตว์ป่าของประเทศไทยให้คงอยู่ตลอดไป

หลักการและเหตุผล

สัตว์ป่า เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถทดแทนได้ในตัวเอง (Renewable resources) สามารถอำนวยประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อสังคมและประเทศไทย ได้เช่นเดียวกับทรัพยากรธรรมชาติประเภทอื่นๆ   แต่ผลจากการนำทรัพยากรสัตว์ป่าของประเทศมาใช้ประโยชน์โดยขาดการจัดการบนพื้น ฐานของวิชาการ จึงส่งผลให้สัตว์ป่าได้ลดจำนวนลง และสูญพันธุ์ไปแล้ว เช่น เนื้อสมัน บางชนิดหมดไปจากธรรมชาติ เช่น  แรด  ละองละมั่ง   นกช้อนหอยใหญ่  และนกกระเรียน    จวบจนกระทั่ง ปี พ.ศ. 2503 ประเทศไทยได้ประกาศใช้ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อเป็นแนวทางที่ใช้จัดการและคุ้มครองให้ทรัพยากรสัตว์ป่าให้เกิดประโยชน์ สูงสุดต่อประเทศ ถึงกระนั้นก็ตาม ปัญหาการคุกคามต่อการคงอยู่ของสัตว์ป่านั้นยังคงเกิดอยู่อย่างต่อเนื่อง อาทิ การสูญเสียถิ่นที่อาศัยที่เหมาะสม   อันเนื่องมาจากการขยายตัวรุกเข้าไปตั้งถิ่นฐาน การขยายพื้นที่เกษตรในพื้นที่ดินป่าไม้โดยเฉพาะในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง  การสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ธรรมชาติ  การทำลายแหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งหากิน และแหล่งหลบภัยของสัตว์ป่า  การลักลอบล่าสัตว์ป่าโดยตรง   การลักลอบค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย  และการลักลอบล่าเพื่อการยังชีพของราษฎรชนบท   การทำลายสัตว์ป่าโดยทางอ้อม เช่น การระบายน้ำออกจากบึงหรือพรุ   ปัญหาการใช้ปุ๋ย สารเคมีในด้านการเกษตร และการใช้ยาปราบศัตรูพืช และถูกชะล้างลงสู่แหล่งน้ำ  ปัญหาแหล่งน้ำเน่าเสีย  เป็นต้น

โดยนัยเหตุดังกล่าวข้างต้น การพิจารณาทบทวนบทเรียนต่างๆ ที่ได้เกิดย้อนหลังไปในอดีต 50 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ได้มี การออกกฎหมายเพื่อคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อที่อนาคตจะได้สร้างนโยบาย แนวทางปฏิบัติรวมทั้งกลไก  และฐานข้อมูลวิชาการ     และสิ่งที่สำคัญยิ่งในกลไกที่นำให้เกิดงานวิชาการ คือ การสร้างทรัพยากรบุคคลทางด้านนี้   และโดยความจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาศักยภาพของบุคลให้เกิดความชำนาญในการ ดำเนินงาน และการใช้วิชาการด้านสัตว์ป่า รวมทั้งการร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนที่เห็นความสำคัญเรื่องนี้

ในงานด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า แหล่งที่อาศัยของสัตว์ป่า และสภาพแวดล้อมธรรมชาติ  ต้องอาศัยข้อมูลและความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และไม่เฉพาะกับหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น ที่จะดำเนินการในเรื่องต่างๆ ดังกล่าวมาแล้วได้สัมฤทธิ์ผล   แต่ต้องอาศัยความร่วมมือและประสานการดำเนินงานวิชาการให้เป็นรูปธรรมจาก หลายๆ ฝ่ายร่วมกัน

สำหรับปีพุทธศักราช 2554 นี้ถือว่าเป็นปีมหามงคลในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระ ชนมพรรษา ๘๔ พรรษา รวมทั้งประชาคมโลกยังจัดให้เป็นปีสากลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพด้าน ป่าไม้อีกด้วย ดังนั้นคณะวนศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะเป็นสถาบันทางวิชาการ โดยได้ทำการเปิดสอน และทำการวิจัยเกี่ยวกับศาสตร์ด้านสัตว์ป่า มานานกว่า 30 ปี  ได้ตระหนักถึงภาระความรับผิดชอบและหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นอย่างดี จึงได้จัดให้มีการสัมมนาเรื่อง สัตว์ป่าเมืองไทย ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมแนวความคิดต่างๆ ของนักบริหาร นักวิชาการ ผู้เกี่ยวข้อง ผู้สอน และผู้สนใจ   และเสนอต่อหน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทำให้การดำเนินงานด้านการจัดการคุ้มครองและการอนุรักษ์สัตว์ป่ามี ประสิทธิภาพสูงสุด    โดยเห็นได้จากการจัดให้มีการสัมมนาในเรื่องสัตว์ป่าเมืองไทยมาแล้วนับ ตั้งแต่ปี 2523 เป็นต้นมา รวม 31 ครั้ง    ในแต่ละครั้งมีบุคคลต่างๆ ทั้งจากภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ได้เข้าร่วมประชุมและเสนอผลงาน  ปกติอยู่ในช่วงจำนวนระหว่าง 200 - 300 คนโดยมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ดังจะเห็นได้จากมีผู้เข้าลงทะเบียนการสัมมนาฯ ครั้งที่ 30 พ.ศ. 2552 มีผู้ลงทะเบียน 227 คน และเพิ่มเป็น 235 คน ในการสัมมนาฯ ครั้งที่ 31 พ.ศ. 2553   พร้อมทั้งได้มีการจัดพิมพ์เอกสารการสัมมนา เรื่องสัตว์ป่าเมืองไทย  และพัฒนาไปเป็นวารสารสัตว์ป่าเมืองไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534  จวบปัจจุบันวารสารนี้อยู่ในฐานข้อมูลของศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI)  และมีค่า Journal Impact Factor ตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมาจวบจนกระทั่งล่าสุด ได้เป็นวารสารที่มีการค่าการอ้างอิง(Thai-Journal Citation Index  ) สูงสุดติดอันดับ 1 ใน 20 จากทั้งหมด 224 วารสารด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2553  และได้มีการจัดส่งวารสารสัตว์ป่าเมืองไทย ไปยังสถาบันการศึกษา ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ  ซึ่งนับได้ว่าเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการดำเนินงาน การศึกษา และพัฒนาการวิจัยสัตว์ป่าทั้งทางตรงและทางอ้อม  และพร้อมๆกันกับปัจจุบันได้พัฒนาเป็น e-journal   ซึ่งผู้สนใจสามารถ download จาก Website www.jwt.thaiwildlife.org  ได้อีกทางหนึ่งด้วย

วัตถุประสงค์

1. เพื่อเสริมสร้างให้เกิดการพัฒนางานวิจัย การเรียนการสอน การพัฒนานิสิต ตลอดจนการบูรณาการภารกิจดังกล่าวเข้าไว้ด้วยกัน พัฒนาความร่วมมือด้านวิชาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภาย นอกประเทศ
2. เพื่อเสริมสร้างสิ่งจูงใจให้มีการศึกษา ค้นคว้า วิจัยที่เกี่ยวข้องทางด้านนิเวศวิทยา และประชากรสัตว์ป่า  โดยเฉพาะสัตว์ป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ และสัตว์ป่าที่มีศักยภาพในเชิงเศรษฐกิจ  ซึ่งสามารถพัฒนาขึ้นใช้ประโยชน์ในสังคมให้กว้างขวางขึ้น
3.  เพื่อส่งเสริมการนำเสนอ ข้อมูล สถิติ และผลงานการศึกษาวิจัย ตรวจสอบ ติดตามผล รวมทั้งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี่สมัยใหม่ในการศึกษาสัตว์ป่า และพื้นที่อนุรักษ์ในประเทศไทย  โดยนำผลการสัมมนาไปใช้เป็นฐานในการจัดการ
4. เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้สถาบันการศึกษา และหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพบุคลากรของประเทศในสายงานวิชาการด้าน สัตว์ป่า
5. เพื่อสนับสนุนให้ผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ ทั้งนักบริหาร นักวิชาการ ผู้เกี่ยวข้อง และผู้สนใจทั่วไป จากหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ได้พบปะ ทราบความก้าวหน้า แลกเปลี่ยนข้อมูล อันนำไปสู่การประสานงาน และการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด  ทั้งในด้านการจัดการฟื้นฟูสัตว์ป่า และพื้นที่ธรรมชาติ   รวมทั้งการรวบรวมผลและความก้าวหน้าของการสัมมนาด้านสัตว์ป่า   เพื่อเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับเป็นแนวทางในการดำเนินงานต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ

เป้าหมายหลัก

เพื่อสนับสนุนให้เกิดความก้าวหน้าในการศึกษา วิจัย  การการพัฒนาความรู้ทางวิชาการด้านสัตว์ป่าของประเทศไทย    และพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ของประเทศไทยให้มีความรู้ และความสามารถในการวิจัย   ทิศทางที่จะดำเนินการต่อไปในอนาคต    อันจักนำไปสู่การสร้างความร่วมมือทางวิชาการ การพัฒนาความก้าวหน้าทางวิชาการ และพัฒนาบุคลากรในสายวิชาการด้านสัตว์ป่าของประเทศไทย

 
N50-004: เหมืองแร่โมนิโก้โต้นักวิชาการสัตว์ป่าบิดเบือนรายงานผลวิจัยเรื่องสัตว์ป่า
วันอังคารที่ ๑๑ พฤษจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๑๙:๑๘ น.
"สุรยุทธ์"ขอคุมก่อสร้างอุโมงค์ เชื่อมถนนสาย ๓๐๔ อุทยานฯทับลาน

เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์  ดร.ชุมพล สุขเกษม ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงความคืบหน้าการก่อสร้างถนนเชื่อมเส้นทางสาย ๓๐๔ ช่วง กม.ที่ ๒๗ - ๒๙ บริเวณอุทยานแห่งชาติทับลาน และอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ว่า กรมทางหลวงกำลังเสนอแบบครั้งสุดท้ายซึ่งมีอยู่ ๒ แนวทาง คือ ทำสะพานยกระดับยาว ๒ กิโลเมตร บริเวณ กม.ที่ ๒๗ - ๒๙ ที่มีปัญหาสัตว์เดินข้ามถนน หรืออาจสร้างอุโมงค์ครอบลงไป กรมอุทยานฯกำลังรอคำตอบที่แน่ชัดของกรมทางหลวง ซึ่งเชื่อว่าการพิจารณาจะเสร็จสิ้นก่อนเดือนมิถุนายนนี้ เนื่องจากประเทศไทยต้องนำแนวทางนี้ไปเสนอคณะกรรมการมรดกโลกที่ประเทศนิวซีแลนด์

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีข่าวว่ากรมทางหลวงใช้เวลาช่วงข่าวเงียบลักไก่ขยายถนนเส้นดังกล่าว ดร.ชุมพลกล่าวว่า เท่าที่ทราบการขยายถนนของกรมทางหลวง เป็นการดำเนินการในส่วนความรับผิดชอบที่กรมทางหลวงทำได้ ซึ่งเป็นการปรับไหล่ทางบริเวณที่ไม่ได้เข้าเกี่ยวข้องกับพื้นที่ของกรมอุทยานฯ แต่ก็ยอมรับว่าไม่เห็นกับตาว่าส่วนที่กรมทางหลวงทำต่อนั้นเป็นบริเวณไหนแน่ชัด แต่คิดว่าไม่น่าจะเข้ามาในพื้นที่อุทยานฯ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ให้ความสนใจมาก นายกฯให้รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างให้ทราบเป็นระยะๆ เพราะเป็นผืนป่าผืนเดียวกับป่าเขาใหญ่ที่เป็นประธานมูลนิธิพิทักษ์อุทยานเขาใหญ่อยู่ ดังนั้นเชื่อว่านายกรัฐมนตรีน่าจะมีข้อมูลในใจเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่แล้ว ในส่วนของการพิจารณาทั้งสองกรม คาดว่าไม่ช้านี้คงจะทราบผลสรุปที่แน่ชัด

วันเดียวกันนี้ นายเหลือง ชัยวัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท เหมืองแร่โมนิโก้ จำกัด กล่าวในการเสวนา "เหมืองแร่โมนิโก้ บริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรกับภาวะการคุกคามมรดกโลก" ซึ่งจัดโดยมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ว่า นายโรเบิร์ต สไตน์แม็ตช์ จากกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) ให้ข้อมูลบิดเบือนกรณีรายงานผลวิจัยเรื่องสัตว์ป่าที่เพิ่มมากขึ้นหลังการปิดเหมืองรอบพื้นที่เขตทุ่งใหญ่ฯ ในขณะที่เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้และกรมอุทยานฯก็ไม่ต่อใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่ป่าสงวนทั้งที่ยังเหลืออายุประทานบัตรในพื้นที่เหมือง ๒๗๔ ไร่ อีก ๕ ปี ซึ่งจะสิ้นสุดปี ๒๕๕๕ บริษัทลงทุนไปกว่า ๘๐ ล้านบาท และต้องการนำแร่พลวงที่อยู่ในเหมืองโมนิโก้อีก ๑,๐๐๐ - ๒,๐๐๐ ตัน ออกมาขาย เนื่องจากมีการประเมินมูลค่าได้กว่า ๑๖๐ ล้านบาท

ด้านนายเอิบ เชิงสะอาด หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร กล่าวว่า ขณะนี้กรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ยังไม่อนุญาตให้บริษัท โมนิโก้ เข้าใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ทุ่งใหญ่นเรศวร เนื่องจากอยู่ระหว่างการผนวกผืนป่า จำนวน ๖๗,๕๐๐ไร่ให้อยู่ในพื้นที่มรดกโลกทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง ซึ่งได้ส่งแผนที่ให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาในขั้นตอนสุดท้าย ขณะนี้ ศาลปกครองมีคำสั่งให้คุ้มครองบริษัท โมนิโก้ ชั่วคราว โดยให้ใช้เส้นทางหน่วยพิทักษ์ป่าทินวย-ซงไท้ เข้า-ออกได้ปีละ ๒ ครั้ง เพื่อใช้ขนเสบียงอาหารเท่านั้น แต่ห้ามใช้ขนส่งแร่ ส่วนการฟ้องศาลอาญา จ.กาญจนบุรี ศาลได้นัดพิจารณาไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ ๒๖ มีนาคมนี้

นายเฉลิมศักดิ์ วานิชสมบัติ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าภายหลังการผนวกพื้นที่เป็นมรดกโลกแล้วจะกันพื้นที่ ๒๗๔ ไร่แนบท้ายเพื่ออนุญาตให้เข้าไปทำเหมืองแร่โมนิโก้หรือไม่

ที่มา : หนังสือพิมพ์ มติชน วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ปีที่ ๓๐ ฉบับที่ ๑๐๕๘๐ หน้า ๑๐
 
<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ถัดไป > สุดท้าย >>

หน้า 1 จาก 14