หน้าหลัก ข่าวสารทั่วไป N49-018: วอนคาราวานรถอนุรักษ์ผืนป่า ศุกร์, ๓๐ กรกฏาคม ๒๕๕๓
สำรวจความคิดเห็น
ความคิดเห็นเกี่ยวกับเว็บใหม่ของมูลนิธิฯ: ความสามารถในการเข้าถึงเนื้อหาที่สนใจ
 
N49-018: วอนคาราวานรถอนุรักษ์ผืนป่า
ทสจ.กาญจน์ฟันรับเงิน"ออฟโรด" ชี้"ชาวคลิตี้"หมดสิทธิปิดเส้นทาง
วอนคาราวานรถอนุรักษ์ผืนป่า


นายวินิจ รักชาติ หัวหน้าสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) กาญจนบุรี กล่าวถึงกรณีชาวบ้านคลิตี้ล่าง ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ออกมาร้องเรียนปัญหา "คาราวานออฟโรด" ใช้รถขนาดใหญ่บุกเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติลำคลองงู และตะลุยเส้นทางสัญจรในหมู่บ้านพังเสียหายนั้นว่า บริเวณดังกล่าวไม่มีเจ้าภาพรับผิดชอบโดยตรง เพราะเป็นพื้นที่คาบเกี่ยวด้วยกันหลายหน่วยงาน อาทิ เขตเตรียมประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติลำคลองงู ป่าสงวนแห่งชาติ และสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จึงทำให้คาราวานออฟโรดหันมาท่องเที่ยวตามเส้นทางดังกล่าว

"ประกอบกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรได้ประกาศปิดเส้นทาง คาราวานออฟโรดจึงเสาะแสวงหาเส้นทางตะลุยป่าในพื้นที่แห่งใหม่ ซึ่งปัจจุบันพบว่า จ.กาญจนบุรี จะมีคาราวานออฟโรดบุกตะลุยเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดยาว" นายวินิจกล่าว และว่า ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าเป็นความท้าทายที่พวกคาราวานออฟโรดอยากจะประสบ ยิ่งเจออุปสรรคยากลำบากมากเท่าไร ก็ยิ่งเพิ่มความมันและสะใจมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน คาราวานออฟโรดจะชอบมาก เพราะจะได้นำเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับการผจญภัยมาใช้ได้อย่างเต็มที่

นายวินิจกล่าวว่า การท่องเที่ยวของ จ.กาญจนบุรี เป็นการขายธรรมชาติ เพราะมีพื้นที่ป่าที่สมบูรณ์ เดินทางไม่ไกลมากนัก ทำให้นักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และออฟโรดเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ทั้งนี้นักท่องเที่ยวจะต้องมีจิตสำนึกด้วยว่า ต้องช่วยกันดูแลรักษาผืนป่าให้คงความอุดมสมบูรณ์ไว้ เพื่อจะได้สัมผัสกับธรรมชาติเช่นนี้ตลอดไป อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอที่จะให้สั่งปิดเส้นทางคงเป็นไปไม่ได้ เพราะบริเวณดังกล่าวไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบ จึงไม่สามารถนำกฎหมายมาสั่งปิดได้

"ส่วนกรณีที่ระบุว่ามีการเสียค่าใช้เส้นทางคันละ ๕๐๐ บาท จะต้องสอบสวนข้อเท็จจริง เพราะแท้ที่จริงไม่สามารถเรียกเก็บได้ หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจ จะต้องดำเนินการอย่างแน่นอน" นายวินิจกล่าว

ที่มา : หนังสือพิมพ์ มติชน วันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ปีที่ ๒๙ ฉบับที่ ๑๐๔๙๙ หน้า ๙