หน้าหลัก ข่าวสารทั่วไป N50-003: ทุ่งใหญ่นเรศวรฯ ไม่สนเหมืองโมนิโก้ ยันไม่เปิดเส้นทางช่วงฤดูฝน เสาร์, ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๕
สำรวจความคิดเห็น
ความคิดเห็นเกี่ยวกับเว็บใหม่ของมูลนิธิฯ: ความสามารถในการเข้าถึงเนื้อหาที่สนใจ
 
N50-003: ทุ่งใหญ่นเรศวรฯ ไม่สนเหมืองโมนิโก้ ยันไม่เปิดเส้นทางช่วงฤดูฝน
หัวหน้าเขตทุ่งใหญ่ฯ ยันปิดเส้นทางช่วงหน้าฝนห้ามเข้า-ออก เหมืองโมนิโก้ร้องขอทุนคืนบ้าง ย้ำเป็นทางสาธารณะไม่มีสิทธิ์ปิด อ้างมีชาวบ้านอาศัยอยู่ก่อน WWF เผยช่วงที่มีการทำเหมืองแร่สัตว์ป่าสูญพันธ์เพียบ คณะกรรมการมรดกโลกชี้ถ้าเข้าข่ายป่าถูกรบกวนต้องถอดจากมรดกโลก

วันนี้ (๒๖ ก.พ.) ที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ได้เสวนาเรี่อง เหมืองแร่โมนิโก้ บริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร กับภาวะคุกคามมรดกโลก จัดโดยมูลนิธิสืบนาคะเสถียร จากการที่กลางปี ๒๕๔๘ เหมืองโมนิโก้ได้พยายามกลับมาดำเนินกิจการทำเหมืองแร่อีกครั้ง โดยอ้างว่าแร่พลวงราคาดีขึ้น และต้องทำการขออนุญาตจากกรมป่าไม้ และ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช

นายเอิบ เชิงสะอาด หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศรวรด้านตะวันตก กล่าวว่า เหมืองโมนิโก้ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุดเกี่ยวกับเรื่องการปิดเส้นทาง การเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่ต้องทำการปิดเป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูฝน เพื่อให้สัตว์ป่าและป่าได้รับการฟื้นตัว โดยทางเหมืองได้อ้างว่าทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ ป่าและพันธ์พืชไม่มีอำนาจหน้าที่ในการสั่งปิดเส้นทางดังกล่าว เนื่องจากว่าเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางสาธารณะมีบ้านเรือนอาศัยอยู่ และได้ยื่นฟ้องศาลให้เปิดเส้นทางดังกล่าว ซึ่งขณะนี้เรื่องนี้ได้อยู่ในชั้นของศาล

อย่างไรก็ตาม การปิดเส้นทางในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทางกรมอุทยานฯ มีหน้าที่ในการสั่งปิดเส้นทางเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งถ้าใครก็ตามที่มีความประสงค์จะเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในช่วงที่ปิดเส้นทางจะต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีก่อน แต่ถ้าชาวบ้านที่เจ็บป่วยต้องการจะออกมารักษาและจะต้องผ่านเส้นทางก็สามารถที่จะเดินทางนำรถออกมาได้ แต่ถ้ามีพฤตติการอันน่าสงสัยหรือเข้าข่ายว่าจะทำไม่ดีเราจะไม่อนุญาตให้เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทันที แต่ที่สำคัญตอนนี้ทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ และทางกรมอุทยานฯ จะไม่อนุญาตให้มีการทำเหมืองแร่และให้เปิดเส้นทางในช่วงที่มีการปิดเพื่อให้ป่าได้ฟื้นตัวอย่างแน่นอน

นายโรเบิรต์ สไตน์แม็ตซ์ ผู้แทนจากกองทุนสัตว์ป่าโลก ประเทศไทย (WWF Thailand) กล่าวว่าในช่วงที่มีการประกอบกิจการเหมืองแร่ได้มีการล่าสัตว์ป่าไปเป็นจำนวนมากทำให้สัตว์ป่าลดลงอย่างเป็นจำนวนมาก ซึ่งผู้ที่ล่าสัตว์ป่านั้นจะมีการทำเป็นสองรูปแบบ คือ ๑.ล่าสัตว์เพื่อนำไปเป็นอาหารของคนงาน และนำไปขาย โดยเฉพาะกระทิงจะถูกล่ามากที่สุด เนื่องจากว่าเขาของกระทิงนั้นสามารถที่จำนำไปขายได้

ทั้งนี้ นายโรเบิร์ต ยังได้ยกตัวอย่างเหมืองแร่ปรองดี้ ที่ได้มีการประกอบกิจการเหมืองแร่ตั้งแต่ปี ๒๕๐๓ และถูกปิดในปี ๒๕๓๘ และทางกองทุนจึงได้เข้าไปทำการสำรวจร่องรอยสัตว์ในปี ๒๕๔๓-๒๕๔๘ บริเวณที่มีการทำเหมืองแร่และในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ พบว่า สัตว์กีบจำพวก เก้ง กว้าง หมูป่า กระทิง และเสือโคร่งได้ลดจำนวนลง และหลังจากที่ไม่ได้มีการทำเหมืองแร่ส่งผลให้สัตว์ป่า จำพวกเก้ง และฝูงกระทิงเพิ่มจำนวนมากขึ้น

ขณะที่นายเหลือง ชัยวัฒน์ ผู้แทนจากเหมืองแร่โมนิโก้ ได้เดินทางมาชี้แจงในงานเสวนาฯ โดยกล่าวถึงกรณีที่ได้ยื่นฟ้องร้องกรมอุทยานและทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ฯ ว่า ทางเหมืองได้หยุดประกอบกิจการเหมืองแร่ตั้งแต่ในปี ๒๕๔๒ แต่เหตุผลที่ต้องฟ้องร้องดำเนินคดีให้ทางเขตฯ เปิดเส้นทางอันเนื่องมาจากในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าได้มีบ้านเรือนผู้คนที่ เป็นชนกลุ่มน้อยที่มาศัยและทำงานที่เหมืองแร่เป็นจำนวนมาก และชาวกะเหรี่ยง ดังกล่าวก็ได้เข้ามาอาศัยอยู่ในป่าตรงนั้นเป็นระยะเวลานานก่อนที่จะมีการ ประกาศให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เพราะฉะนั้น เส้นทางดังกล่าวทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และกรมอุทยานฯ ไม่มีอำนาจในการสั่งปิด เพราะเป็นเส้นทางสาธารณะที่ประชาชนใช้ในการขนส่งเสบียงอาหาร

และเมื่อ ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมาทางกรมอุทยานฯ ได้เซ็นอนุญาตใบแผ้วถางได้ สาเหตุที่เราจะต้องดำเนินการเปิดเหมืองต่อ เพราะ เนื่องจากกว่าปัจจุบันนี้เราต้องนำเข้าแร่จากต่างประเทศไปเป็นจำนวนมากถ้า เราไม่ได้ดำเนินการทำกิจการตรงนี้เราก็จะต้องสูญเสียเงินเป็นจำนวนมากในซื้อ แร่จากต่างประเทศ และที่สำคัญที่เหมืองแร่ของตนก็ยังคงเหลือประทานบัตรการทำเหมืองแร่อีก ๕ ปี ถึงแม้ว่าสัมปทานป่าไม้จะหมดไปแล้วก็ตาม ซึ่งขณะนี้ตนกำลังทำเรื่องขออนุญาตการขอใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่าอยู่ โดยได้รับการอนุมัติจาก กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย เป็นที่เรียบร้อย เหลือเพียงแค่ทางกรมอุทยานฯ และกรมป่าไม้เท่านั้นที่ยังไม่ได้เซ็นอนุญาตนอกจากนี้นายเหลือง ยังได้กล่าวว่าตนไม่ได้ต้องการอะไรมากนอกจากอยากจะเข้าไปขนแร่ที่ได้ทำการขุดเจาะขึ้นมาออกมาข้างนอกเท่านั้น เพราะเนื่องจากได้ลงทุนในการซื้ออุปกรณ์ขุดเจาะเป็นจำนวนมาก

นางรตยา จันทรเทียร ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่าทางเดินหรือเส้นทางสัตว์ผ่าน เราได้พบร่องรอยของรอยเท้ากระทิงทั้งสองข้างทาง และในบริเวณพื้นที่ที่เป็นดินโป่ง เราก็จะพบรอยเท้าสัตว์กีบเป็นจำนวนมาก และเป็นป่าที่มีความสมบูรณ์มาก แต่ถ้าเมื่อไรก็ตามที่มีการเหมืองแร่ก็ย่อมที่จะมีคนมากตามไปด้วย เพราะฉะนั้นพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ก็คงจะต้องหมดไป ทางมูลนิธิไม่ได้เห็นแต่คนต่างชาติมากกว่าคนไทยแน่นอน แต่เราต้องการรักษาสภาพความสมบูรณ์ของสัตว์ป่าและป่าไม้ไว้ให้ได้ เพื่อที่จะเป็นเครื่องยืนยันว่าสัตว์ป่าไม่ได้หายไปไหนจากความเป็นมรดกโลก

ทางด้านนายมานิตย์ ศิริวรรณ คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก กล่าวว่าถ้าเมื่อไรก็ตามที่มรดกโลกถูกคุกคามหรือขาดคุณสมบัติของการเป็นมรดกโลก ที่ได้ให้ไว้กับประชาคมโลก แล้วจะเป็นมรดกโลกได้อย่างไร เพราะฉะนั้นก็คงจะต้องมีการถอดออกจากการเป็นมรดกโลก ปัจจุบันนี้มีมรดโลกหลายแห่งในโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนอยู่ในประเภทภาวะเสี่ยงภัย แต่ก็ยังไม่มีแห่งไหนที่ถูกถอดออกจากการเป็นมรดกโลกอีกเช่นกัน เพราะทุกคนภายในประเทศหรือแหล่งที่อยู่ในภาวะเสี่ยงภัยก็จะมีความกระตือรือร้นที่จะปกป้องรักษาไว้ เพราะมันมีผลกระทบในภาพรวม

โดย ผู้จัดการออนไลน์ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕๐ ๑๗.๒๒ น.