หน้าหลัก โครงการและงานภาคสนาม โครงการสนับสนุนงานวิจัยเสือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร D490421A: การอบรมภาคปฏิบัติทีมงานวิจัยเสือเขตฯทุ่งใหญ่ พุธ, ๒๓ เมษายน ๒๕๕๗
สำรวจความคิดเห็น
ความคิดเห็นเกี่ยวกับเว็บใหม่ของมูลนิธิฯ: ความสามารถในการเข้าถึงเนื้อหาที่สนใจ
 
เรามี 5 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
D490421A: การอบรมภาคปฏิบัติทีมงานวิจัยเสือเขตฯทุ่งใหญ่ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย เดินเท้าหนึ่ง วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๐๘:๕๘ น.   
D490421A-04
๒๑ เม.ย.- ๙ พ.ค. ๒๕๔๙ อีกก้าวสำคัญของการสำรวจวิจัยเสือโคร่งในเขตฯทุ่งใหญ่ได้เกิดขึ้น ณ หน่วยพิทักษ์ป่าเขาบันได เขตฯห้วยขาแข้ง ซึ่งเป็นการฝึกอบรมภาคปฏิบัติทีมสำรวจเสือทุ่งใหญ่โดยเจ้าหน้าที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ระหว่างที่เขียนรายงานอยู่นี้ (๔ พ.ค. ๔๙) ก็ยังอยู่ในระหว่างการฝึกอบรม

ค่ำคืนแรกหลังมื้อค่ำก็ลงมือกันเลยกับการฝึกใส่แบตเตอรี่ การตั้งเวลา และการตั้งระบบของกล้องดักถ่ายที่มีหลายรุ่นหลายแบบ ทุกคนมีความตั้งใจมากๆกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ บางคนลองทำซ้ำอยู่หลายรอบ ใส่เข้าถอดออก ตั้งระบบซ้ำๆ บางคนถึงกับจดวิธีการเป็นขั้นตอน ด้วยรู้ว่าตัวเองยังไม่มีประสบการณ์ถ้าปล่อยให้ผ่านไปคงลืมแน่นอน ครูโภชและครูหยาง สองผู้ช่วยฯสถานีฯเขานางรำก็แสนจะใจดีและใจเย็น ยินดีให้ลูกศิษย์ได้ใส่ได้ถอดกันจนชินมือ สรุปสุดท้ายในค่ำคืนนี้เรามีกล้องดักถ่ายที่พร้อมใช้งานแล้วกว่าสิบตัว

๒๒ เม.ย. ทีมเสือแยกออกเป็นสองชุดคือชุดตั้งกล้องทั้งมืออาชีพและฝึกหัด อีกชุดคือชุดสำรวจด่านเพื่อติดตั้งกล้อง ผมได้ร่วมงานกับชุดที่สอง ออกเดินทางกันแต่เช้าข้ามสู่ฝั่งตะวันตกของลำห้วยขาแข้ง บริเวณหาดทรายบนรอยตีนของควายป่า ช้าง กวาง กระทั่งขนหางของนกยูง ทีมของเราประกอบด้วย พี่รอด ศรี เกริก และผม ออกเดินตามสันเขาริมห้วยขาแข้งขึ้นทางทิศเหนือมุ่งหน้าสู่จุดที่คาดว่าจะมี ด่านที่เหมาะสมและอยู่ในระยะห่างที่พอเหมาะกับการตั้งกล้องดักถ่าย เดินไปสักพักพี่รอดผู้เดินออกหน้าก็ชะงักกะทันหันและเอ่ยออกมาว่า "กระทิง" แน่นอนว่าเมื่อพี่รอดหันหลังมาคงไม่เหลือใครให้เห็น คนที่เหลือหลบออกนอกด่านหมดแล้ว ก้มๆมุดๆเข้าไปดูใกล้ๆ กลับกลายเป็น "หมูป่า"ซะนี่ กระทืบตีน กึกกักๆ ปล่อยลมฟืดๆๆๆ ออกจมูก แล้วหันหลังกลับวิ่งลงเนินเขาไป  เราออกเดินต่อจนถึงด่านเป้าหมายซึ่งเป็นด่านที่ดีจริงๆ พบรอยครูดและร่องรอยการสเปรย์ของเสือโคร่ง (จะอธิบายละเอียดต่อไปในรายงานนี้) เราช่วยกันเลือกต้นไม้ที่เหมาะสม จับพิกัด จดบันทึกและออกเดินทางเท้าต่อเพื่อไปยังจุดที่สองทางทิศใต้ ย้อนเส้นทางเดิม ออกเดินได้สามก้าวก็ชะงักอีกแล้ว "หมีควาย" ศรีจำแนก "วิ่ง!!" ศรีตัดสินใจแทนทุกคนซึ่งได้ออกวิ่งก่อนศรีจะออกเสียงแล้ว พี่รอดที่ตอนออกเดินอยู่อันดับสามเมื่อถึงคราววิ่งก็รั้งท้ายระวังความปลอดภัยให้ผู้ร่วมทางเหมือนเดิม  ส่วนเกริกนักวิ่งขายาวของเราวิ่งออกหน้าไปไกลแล้ว อย่าถามผมว่าถ่ายภาพหมีได้ไหม มีแต่ภาพในความทรงจำ หมีควายขนาดใหญ่เดินสวนเรามาระยะที่ถ้ามันวิ่งกวดคงต้องมีใครสักคนต้องหวาดเสียวมากกว่าเพื่อนๆ " แต่มันหันหนีไป" พี่รอดบอก  เราต้องหยุดพักเหนื่อยกันพักหนึ่งแล้วดำเนินการตามแผนเดิม

หลังจากพักมื้อเที่ยงริมห้วยเราออกเดินเท้าตามสันเขาที่คาดว่าจะทอดไปสู่จุดตั้งกล้องจุดที่สองของวันนี้ เดินเข้าแนวป่าไผ่หนามได้ยินเสียงหักไม้ไผ่อยู่บนด่านที่เราใช้เดิน เดาได้ไม่ยากว่า "ช้างป่า" แน่ๆ คราวนี้ไม่วิ่งเพราะคงจะเป็นความคิดที่แย่มากๆ เราต้องดูก่อนว่ามันมาจากทางไหนแน่ และมากันสักกี่ตัว ตอนแรกเดาว่าตัวเดียว ฟังอีกที่สองตัวนี่นา ฟังครั้งสุดท้ายก่อนตัดสินใจตัดทางหนีลงห้วยมันมากันหลายตัวแบบหน้ากระดานเรียงหนึ่ง เดินลงถึงลำห้วยก็ห้วยเดียวกับที่พักกินมื้อเที่ยงนั่นแหละ แต่เป็นตอนปลายของห้วย สถานการณ์ไม่ดีขึ้น เมื่อพบรอยช้างขึ้นจากห้วยไปใหม่ๆ และยิ่งแย่ลงไปอีกเมื่อพบว่ามันมีลูกอ่อนด้วย ซึ่งเราก็ต้องเดินตามมันไปอีกเพื่อออกสู่ลำห้วยขาแข้ง

ดวงเรายังดีไม่สิ้นสุดถึงจะออกมาอยู่ริมห้วยขาแข้งได้แล้วก็ยังพบรอยควายป่า ใหม่ๆพร้อมรอยปัสสาวะของมันยังเปียกๆอยู่เลย แถมทางเดินริมห้วยก็แสนจะแคบในยามนี้ ฝูงนาก และตะกวดกระโจนลงน้ำให้เราได้ผวากันตลอดทาง เราตัดสินใจตัดขึ้นสันเขาเพื่อไปยังจุดที่กำหนดอีกครั้ง  แล้วเราก็ถึงจุดหมายซึ่งกลับกลายเป็นห้วยแห้งและไม่มีด่านตามที่คาดไว้ เราจึงเร่งเดินออกไปปากห้วยซึ่งสบกับลำห้วยขาแข้ง เพื่อหาด่านในบริเวณใกล้เคียงแทน

"พี่...เสือ!!" เสียงเกริกผู้เดินรั้งท้ายทำเสียงกระซิบบอก ใต้พุ่มไคร้น้ำข้างหน้าผมเห็นแต่กิ่งไม้แห้งแกว่งไกว "ตรงกิ่งไม้แกว่งๆนั่นป่าว" ผมถาม "ใช่พี่" เกริกตอบ "เสือไร" "เสือโคร่งพี่" เกริกตอบอีกแบบมั่นใจ แล้วจากรอยการนอนและรอยตีนก็เป็นเสือโคร่งจริงๆ รอยมันนอนอยู่หลายที่ใกล้เคียงกัน แสดงว่ามันนอนเฝ้าอะไรสักอย่าง ระหว่างที่คนอื่นๆสาละวนอยู่กับการเก็บข้อมูลผมอาสาเดินหาซาก แล้วเราก็พบกับซากกระทิงเพิ่งโดนกินเนื้อสะโพกไปเพียงมื้อเดียว คราวนี้เป็นโชคดีของเราจริงๆแล้ว จึงรีบเก็บข้อมูลซากแล้วออกเดินอย่างรวดเร็วเพื่อจะได้ไม่รบกวนเสือมากนัก เราได้ที่ตั้งกล้องแบบงามๆ แล้ว

วันนี้ผ่านไปด้วยดี ทีมติดตั้งกล้องดักถ่ายได้ติดตั้งและเรียนรู้การติดตั้งบริเวณเส้นทางรถ ทีมสำรวจด่านรายงานพื้นที่และการพบซากให้กับผู้ช่วยทราบ คืนนี้เราช่วยกันตั้งระบบกล้องดักถ่ายที่จะใช้ติดตั้งในวันพรุ่งนี้