![]() |
|||||
|
|
|||||
|
ระหว่างที่ข้าฯกำลังอยู่ระหว่างภารกิจการเดินทางสำรวจต้นปรงพันปี ที่ดอยพันหนึ่ง เมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๖ - ๑ มกราคม ๒๕๔๗ พร้อมกับนายมณฑล มาปรีดา(น้องโก้) และเจ้าหน้าหน่วยนำโดยนายมานะ อยู่นั้น ได้ทราบข่าวความพยายามในการตัดถนนเส้นทางบ้านแม่จัน - ห้วยทิครู้ - บ้านจะแก เพื่อให้รถอ๊อฟโร๊ดได้ใช้เส้นทาง ทำให้ข้าฯรู้สึกร้อนรุ่มใจเป็นอย่างมากจนทำให้นอนไม่หลับ แม้คืนนั้นอากาศจะหนาวเย็น อุณหภูมิบนยอดดอยลดลงถึง ๒ องศา เมื่อเวลาหลังเที่ยงคืนซึ่งเป็นวันขึ้นปีพุทธศักราชใหม่แล้ว ทำให้ต้องข่มตาหลับไปพร้อมกับความกังวลที่อยู่ในใจ หลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจการสำรวจแล้ว ข้าฯก็เร่งรัดออกเดินทางมุ่งหน้าไปหน่วยฯจะแกในเย็นวันนั้น โดยมีน้องโก้ทำหน้าที่ขับรถให้ ข้าฯตัดสินใจแวะค้างแรมที่หน่วยฯเซซาโว่ ๑ คืน ด้วยพระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว และเร่งรัดออกเดินทางต่อหลังกินมื้อเช้าแล้ว ๒ มกราคม ๒๕๔๗ ประมาณ ๑๐ นาฬิกา ข้าฯเดินทางมาถึงวัดเขาหินตั้ง บ้านจะแก แล้วเข้ากราบนมัสการเจ้าอาวาส หารือเรื่องชาวบ้านจะแกได้รับการจ้างจากนักธุรกิจให้ไปทำถนนตัดเส้นทางจากบ้านจะแกไปบ้านแม่จัน โดยได้รับค่าแรงงานในแต่ละวันเป็นข้าวสารคนละ ๑ ถุง ถุงละ ๑๕ กิโลกรัม ต่อวัน ข้าฯได้ชี้แจงถึงความเสียหายและผลพวงที่จะตามมาของการตัดถนนเส้นดังกล่าวว่า จะส่งความวิบัติต่อระบบนิเวศน์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่อผืนป่าทุ่งใหญ่นเรศวรมรดกโลกแห่งนี้อย่างคาดไม่ถึง รวมทั้งวิธีชีวิตธรรมเนียมการอยู่อาศัยของชาวกะเหรี่ยงที่ต้องพึ่งพาป่าที่สืบเนื่องมายาวนานนับร้อยปี ก็จะได้รับผลกระทบเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย อีกทั้ง หากถนนสายดังกล่าวหากแม้ดำเนินการสำเร็จแล้ว จะส่งผลต่อความเสื่อมถอยจองความหลากหลายทางชีวภาพของผืนป่าทุ่งใหญ่อย่างถาวร และอาจนำไปสู่ การเริ่มต้นของการล่มสลายของวิถีชีวิตวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวกะเหรี่ยงตลอดไป ที่จะได้รับเอาวัฒนธรรมเมือง ที่จะหลั่งไหลมากับรถตามเส้นทางนั้น ซึ่งไม่คุ้มกับค่าแรงที่ได้รับ ซึ่งเป็นข้าวสารที่เมื่อกินแล้วย่อมหมดไป หากแต่ความวิบัติเสียหายของธรรมชาติและผืนป่าทุ่งใหญ่ จะต้องถูกย่ำยีทำร้ายตลอดไป ตามกิจกรรมของมนุษย์และการกระทำผิดกฎหมายต่างๆที่จะหลั่งไหลมาตามถนนสายนี้ ข้าฯได้กราบขอร้องและฝากให้พระอาจารย์ช่วยเทศน์ชี้แนะ ชาวบ้านให้มองเห็นและเข้าใจถึงอันอันตรายและหายนะที่ยังมองไม่เห็นดังกล่าว ที่กำลังคืบคลานเข้าใกล้มากขึ้นเรื่อยๆตามความคืบหน้าของระยะทางที่ชาวบ้านเข้ารับจ้างตัดทางได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละวัน ซึ่งชาวบ้านที่เข้ารับจ้างในการตัดถนนครั้งนี้ ก็มีทั้งรู้และไม่รู้ เต็มใจและไม่เต็มใจ บางคนก็เห็นดีงามกับคำกล่าวชักชวนของผู้รับใช้ผู้ว่าจ้างว่า หมู่บ้านจะได้รับความเจริญเช่นสังคมเมืองที่เจริญทั้งหลาย และเหตุผลอื่นๆ และเต็มใจรับจ้างตามที่ผู้ว่าจ้างได้วาดฝันไว้ให้ โดยไม่พูดถึงข้อเสีย หรือความเสียหายที่จะเกิดตามมาพร้อมกับถนนเส้นนี้เลย แต่ก็มีชาวบ้านอยู่อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งตระหนักรู้ถึงความเสียหายที่จะเกิดกับธรรมชาติและป่าไม้ที่เขาอาศัย และมีความต้องการจะใช้ชีวิตตามแบบธรรมเนียมดั้งเดิมที่บรรพบุรุษได้สืบเนื่องมา มีชีวิตอย่างพอเพียง พึ่งพาป่าไม้ที่อยู่รอบหมู่บ้านที่อาศัย และไม่ต้องการความเจริญแบบสังคมเมือง ที่เป็นแบบวัตถุนิยม ไม่จีรังยั่งยืน ไม่เหมือนกับสังคมที่อยู่อาศัยกับป่าไม้และธรรมชาติ แต่ก็ต้องจำใจ ยอมเข้าร่วมการว่าจ้างครั้งนี้ด้วยจนใจ ถูกบังคับกลายๆ จึงไม่มีทางออก เนื่องจากเป็นส่วนน้อยกว่า หลังจากกราบนมัสการลาพระอาจารย์ก้องแล้ว ข้าฯก็แวะบ้านหมอผ่องผู้ซึ่งเกิดในเมืองแต่มาใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านจะแก ฝังตัวอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้เกือบยี่สิบปีแล้ว ทำหน้าที่ดูแลรักษาชาวบ้านของบ้านจะแกและทิไล่ป้า รวมทั้งบ้านอื่นๆตามแต่ที่มีการร้องขอ ข้าฯขึ้นเรือนนั่งสนทนาเรื่องดังกล่าวกับหมอผ่อง ผู้ซึ่งมีบทบาทเป็นผู้นำความคิดชุมชนของหมู่บ้าน ให้ช่วยชี้แจงชาวบ้านถึงอันตรายและหายนะที่จะเกิดขึ้นจากการตัดถนนสายนี้อีกแรง ด้วยหมอผ่องตระหนักดีว่าถนนเป็นต้นเหตุปัจจัยของการทำงายระบบนิเวศน์และป่าไม้อันดับหนึ่ง จึงรับปากว่าจะช่วยชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้านอีกแรง แล้วข้าฯจึงเดินทางต่อลงไปยังบ้านล่าง ข้างวัดวาชุคู้ เพื่อพบกับไทซ่า อดีต ผ.ก.ค. เก่า สมัยที่ประเทศไทยยังมีความแตกแยกในความคิดทางการเมืองและการปกครอง ผู้ซึ่งมีบทบาทเป็นผู้นำความคิดชุมชนอีกผู้หนึ่ง เป็นเพื่อนสนิทกับไทรอซ่าผู้ใหญ่บ้านจะแกในปัจจุบัน รวมทั้งนายอำไพ(ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน) และเหล่าเก๊า(อดีตผู้ใหญ่บ้านแม่จันทะ) ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นอดีต ผ.ก.ค. และสหายกัน และเป็นผู้ที่มีอายุแล้ว เป็นผู้นำความคิดชุมชนได้ ไทซ่าได้เล่าให้ข้าฯฟังถึงรายละเอียดเพิ่มเติมของผู้ใช้จ้างวานชาวบ้านและการไม่ยินยอมพร้อมใจ ไม่เห็นด้วยของชาวบ้านส่วนหนึ่ง และยืนยันกับข้าฯว่าโดยส่วนตัวแล้ว ก็ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งต่อการตัดถนนสายดังกล่าว แต่ด้วยลูกบ้านส่วนใหญ่ หวังจะได้ประโยชน์จาการพัฒนาครั้งนี้ตามคำชี้แจงของผู้รับใช้ผู้จ้างวาน เสียงส่วนน้อยของชุมชนจึงต้องเงียบไว้ ตามธรรมเนียมวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยง และถนนสายนี้ได้คืบหน้าตัดไปถึงห้วยทิครู้ ซึ่งหมายถึงเกือบครึ่งหนึ่งของระยะทางเส้นทางทั้งหมดแล้ว หลังจากที่เริ่มงานได้เดือนเศษ ข้าฯได้ฝากฝังให้ไทซ่า ช่วยสื่อสารเจตนาและความประสงค์ของข้าฯไปยัง ไทรอซ่าให้ข้าด้วย เนื่องจากไทรอซ่าไม่ได้อยู่บ้านในวันที่ข้าเดินทางมาถึง ข้าฯกับน้องโก้ เดินทางออกจากหมู่บ้านในเย็นวันนั้น ระหว่างที่รถเคลื่อนผ่านบ้านเรือนในหมู่บ้าน ข้าฯมองเห็นเด็กเล็กๆชาวกะเหรี่ยงหลายคน วิ่งเล่นอยู่ลานหน้าบ้าน แต่กลับไม่พบผู้ใหญ่ เนื่องจากส่วนใหญ่ออกไปรับจ้างตัดถนนยังไม่กลับส่วนที่เหลือไปไร่ ข้าฯแวะที่หน่วยจะแกฯและหารือกับเจ้าหน้าที่หน่วยฯจะแก ให้ช่วยระแวดระวังเรื่องการตัดถนนซึ่งจะส่งผลต่อเขตฯทุ่งใหญ่อีกแรงแล้วออกเดินทางต่อ ระหว่างเดินทางกลับข้าฯหวนนึกถึงใบหน้าของชาวบ้านจะแกที่ข้าฯคุ้นเคยหลายสิบใบหน้า รวมทั้งคืนวันที่มีความสุขหลายๆครั้งตลอดสิบปีที่ข้าฯใช้ชีวิตคลุกคลีตีโมงอยู่กับหลากหลายชีวิตของหมู่บ้านแห่งนี้ และหวังว่าวิกฤตการณ์การตัดถนนที่จะนำหายนะมาสู่ผืนป่าและตัวชาวบ้านเองนี้จะยุติโดยไว เพื่ออนาคตของสัตว์ป่าและผืนป่าทุ่งใหญ่ และอนาคตของเด็กๆรุ่นใหม่ในหมู่บ้านและชุมชนสังคมของชาวกะเหรี่ยงหมู่บ้านจะแก ที่จะได้รักษาวัฒนธรรมวิถีชีวิตตามแบบอย่างดั้งเดิมที่สืบเนื่องมา ซึ่งปัจจุบันนี้ มีเพียงไม่กี่หมู่บ้านในประเทศนี้ ที่ยังคงหลบรอดจากความเจริญแบบสังคมเมืองที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคแห่งโลกาภิวัตน์ และหลงเหลือรักษาวัฒนธรรมการใช้ชีวิตแบบดั้งเดิมไว้ได้ ซึ่งเป็นมนต์เสน่ห์กับคนเมืองทุกครั้ง ที่ได้มีโอกาสมาเยี่ยมเยือน ข้าฯนั่งหลับไประหว่างนั่งรถกลับ คงเป็นเพราะความเครียดและความอิดโรยตลอดสามวันที่ผ่านมา ข้าฯตื่นขึ้นเมื่อใกล้ถึงหน่วยเซซาโว่ ขณะที่พระอาทิตย์กำลังลับเหลี่ยมเขา ที่ทุ่งกระทิง ท้องฟ้าสีแสดแดงดูร้อนแรงมีพลัง ข้าฯบอกน้องโก้ว่าข้าฯได้ทำสิ่งที่สมควรทำไปแล้ว จะเกิดการเปลี่ยนแปลงกับอนาคตของผืนป่าทุ่งใหญ่และหมู่บ้านจะ ไปในทางที่ดีได้หรือไม่ก็คงต้องแล้วแต่ชะตาและวาสนาแล้ว ข้าฯกับน้องโก้พักค้างแรมที่หน่วยฯเซซาโว่อีกครั้ง คืนนั้นอากาศหนาวเย็นมากหลังกินมื้อค่ำแล้ว ข้าฯรีบเข้านอนด้วยรู้สึกอิดโรยจากการเดินทางและคร้านอากาศที่หนาวเย็น ข้าฯรู้สึกตัวลุกตื่นขึ้นอีกครั้งเพราะได้ยินเสียงผู้ประกาศข่าวจากวิทยุเอเอ็มที่ลุงเซอะเปิดตั้งแต่เช้ามืด ข้าฯจึงลุกมานั่งต้มน้ำร้อนข้างกองไฟในโรงครัว หลังกินมื้อเช้าแล้ว ข้าฯรีบเดินทางออกจากเขตฯทุ่งใหญ่มุ่งหน้ากลับชมรมฯ ๕ มกราคม ๒๕๔๘ ข้าฯได้ต่อสายโทรศัพท์ หารือกับหัวหน้าฯไพบูลย์ กรณีเรื่องการตัดถนนดังกล่าว หัวหน้าฯไพบูลย์ แจ้งว่าได้รับรายงานแล้ว และได้สั่งการให้ผู้ช่วย พิทักษ์ป่าและเจ้าหน้าที่เขตฯทุ่งใหญ่เข้าระงับการตัดถนนแล้ว หลังจากที่ข้าฯเดินทางออกจากเขตฯทุ่งใหญ่ ข้าฯคลายความกังวลแต่ยังเป็นห่วงด้วยอาจมีความพยายามในการดำเนินการต่อ หัวหน้าฯไพบูลย์แจ้งให้ข้าฯทราบว่าได้กำชับเจ้าหน้าที่หน่วยฯจะแก ให้เพิ่มการลาดตระเวนและระวังรักษาพื้นที่มากขึ้นแล้ว แม้วิกฤตการณ์ ความพยายามในการตัดถนนสายนี้จะยุติลงแล้ว แต่ความพยายามนี้อาจยังไม่ยุติ และอาจเปลี่ยนแปลงรูปแบบหรือวิธีการมาอีกในครั้งต่อไป การเฝ้าระวังแก้ปัญหาอาจช่วยได้ชั่วคราว เปรียบดังการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ หากแต่การประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจให้ความรู้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ป่า ให้ทราบถึงผลเสียหาย หายนะและอันตราย ที่จะเกิดขึ้นจากการตัดถนนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ซึ่งมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง และระบบนิเวศที่ละเอียดอ่อนซับซ้อน กลไกที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ทางธรรมชาตินี้ ไม่เพียงแต่สำคัญต่อความอยู่รอดของธรรมชาติและสัตว์ป่า หากแต่ยังสำคัญต่อทุกชีวิตของคนที่ต้องอยู่อาศัยพึ่งพิงกับป่าที่เขาเหล่านั้นอาศัยอยู่ นี่จึงนับเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และไม่ว่าผู้ว่าจ้างจะพยายามเสนอผลประโยชน์ให้กับชาวบ้านในอนาคตอย่างไร ก็คงไม่มีใครตอบรับ ด้วยชาวบ้านเหล่านั้นได้ตระหนักและเข้าใจดีแล้ว ถึงความสำคัญและหน้าที่ที่เขาเหล่านั้นต้องช่วยกันพิทักษ์ รักษาธรรมชาติป่าไม้ที่เขาต้องพึ่งพิงอาศัยมีชีวิตอยู่ และไม่ต้องการผลลัพธ์เช่นกรณีภัยวิบัติที่ได้เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ในหลายพื้นที่ในประเทศนี้ เช่นที่ บ้าน พิปูน ลานสกา น้ำก้อ น้ำเอ่อ น้ำชุน จันทบูร และอื่นๆ เป็นรางวัลแก่ตัวเขาและญาติพี่น้องลูกหลานเขาเอง
บินาน / รายงาน ติดตามข่าวการยื่นหนังสือคัดค้านการตัดถนนผ่านเขตฯทุ่งใหญ่เพิ่มเติม
อ่านบทความถนนสายมรณะแห่งผืนป่าตะวันตก
กรณีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร
กิจกรรมในอดีตทศวรรษที่ผ่านมา
|
|||||
|
English Version Click Here |
|||||
|
คำถามเกี่ยวกับชมรมฯที่ท่านสงสัย
แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ
|
|||||