|
๑.
พระราชสมภพ ปีเถาะ พ.ศ. ๒๐๙๘
๒.
พระชนมายุ ๙ พรรษา พ.ศ. ๒๑๐๗ ถูกนำตัวไปเป็นประกัน ณ
กรุงหงสาวดี
๓.
พระชนมายุ ๑๕ พรรษา พ.ศ. ๒๑๑๓ เสด็จกลับจากกรุงหงสาวดี
ครองหัวเมืองฝ่ายเหนือ
๔.
พระชนมายุ ๒๓ พรรษา พ.ศ. ๒๑๒๑
ทรงเรือไล่กวดจับพระยาจีนจันตุ ซึ่งรับอาสาเขมร
เข้ามาปล้นเมืองเพชร
๕. พระชนมายุ
๒๔ พรรษา พ.ศ. ๒๑๒๒ เป็นแม่ทัพไล่ตีพระทศราชา
ซึ่งคุมกองทัพเขมร
เข้ามาตีโคราชและหัวเมืองชั้นใน
ทรงใช้กำลังคนน้อยเอาชนะกำลังคนมาก
๖. พระชนมายุ
๒๖ พรรษา พ.ศ. ๒๑๒๔ พระเจ้ากรุงหงสาวดีสวรรคต
ได้เสด็จไปกรุงหงสาวดี
ในพิธีบรมราชาภิเษกของพระเจ้านันทบุเรง
และในคราวนั้นได้ไปตีชนะเมืองคัง
ทั้งที่ทัพ
ของพระมหาอุปราชาและพระสังกะทัต ตีไม่สำเร็จ
๗. พระชนมายุ
๒๘ พรรษา พ.ศ. ๒๑๒๖
เป็นแม่ทัพยกไปช่วยหงสาวดีรบกับอังวะตาม
คำสั่งอุบายของหงสาวดีแต่ทรงรู้เท่าอุบายของหงสาวดี จึงแสร้งเดินทัพชาๆ เกือบ
๒
เดือนครึ่งจึงถึงเมืองแครงและประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง
เมื่อ พ.ศ. ๒๑๒๗
๘. ปีจอ
พ.ศ. ๒๑๒๙ ทรงจัดทัพรับศึกพระเจ้าหงสาวดี
ด้วยการพัฒนากลยุทธ์แบบใหม่
จนรบชนะศึกป้องกันอิสรภาพได้อย่างมั่นคง ตั้งแต่ปีกุน
พ.ศ. ๒๑๓๐
๙. เสวยราชย์
ปีขาล พ.ศ. ๒๑๓๓ ประทับอยู่วังจันทร์ต่อ ๒
ปีจึงทำพิธีพระราชมนเทียร
เสด็จไปประทับพระราชวังหลวง
เดือน ๑๐ ปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๑๓๖
๑๐. เดือนยี่
แรม ๒ ค่ำ ปีมะโรง พ.ศ. ๒๑๓๕ ทรงทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาแห่งพม่า
๑๑. เดือน
๕ ขึ้น ๒ ค่ำ ปีมะเมีย พ.ศ. ๒๑๓๗ ยกทัพไปตีเมืองละแวก
(เขมร) ได้เขมรกลับ
เป็นประเทศราช
๑๒.
เดือนอ้ายขึ้น ๓ ค่ำ ปีมะแม พ.ศ. ๒๑๓๘
ยกทัพหลวงไปเมืองมอญทางด่านเจดีย์
สามองค์เพื่อรวบรวมหัวเมืองมอญฝ่ายใต้
และยกทัพต่อไปล้อมกรุงหงสาวดีอยู่ ๓ เดือน
๑๓.
ปีกุน พ.ศ. ๒๑๔๒
ยกทัพตีหงสาวดีแต่พระเจ้าตองอูใช้กลอุบายลวงพระเจ้ากรุง
หงสาวดีเผาเมืองหงสาวดีเสียก่อน
จึงทรงรวบรวมทัพไปตีเมืองตองอู ล้อมอยู่ ๒ เดือน
ยกทัพกลับ เดือน ๖ แรม ๖ ค่ำ ปีชวด พ.ศ. ๒๑๔๓
๑๔.
เดือนยี่ แรม ๖ ค่ำ ปีมะโรง พ.ศ. ๒๑๔๗
ยกทัพหลวงออกจากพระนครไปปราบ
เจ้าเมืองอังวะยกทัพไปถึงเมืองหาง ประทับแรม ณ ตำบลทุ่งแก้ว ปลายเดือน ๕
ปีมะเส็ง ทรงประชวรเป็นหัวระลอกขึ้นที่พระพักตร์
(บ้างว่าถูกแมลงมีพิษต่อย)
สมเด็จพระนเรศวรเสด็จสวรรคตที่เมืองหาง เมื่อวันจันทร์
เดือน ๖ ขึ้น ๘ ค่ำ
ปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๑๔๘ พระชันษาได้ ๕๐ ปี เสวยราชสมบัติได้ ๑๕ ปี
|