![]() |
|||||
|
|
|||||
|
เช้าวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๔๘ คณะสื่อมวลชน พร้อมด้วย ผ.อ.นพรัตน์ ด.ร อนรรฆ พัฒนวิบูลย์ Mr.Pali คุณไพโรจน์ ลิ้มเจริญ และเจ้าหน้าที่ชมรมฯร่วมพิธีเปิดเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติบ้านของเสือ เขตฯห้วยขาแข้ง โดยคุณศักดิ์สิทธิ์ ซิ้มเจริญ หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ทำหน้าที่ให้คำบรรยายถึงความเป็นมาของการจัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติบ้านของเสือ..
"เป็นความตั้งใจของผมที่สร้างทางเดินศึกษาธรรมชาติของเสือ เพื่อประโยชน์แก่เยาวชนและผู้สนใจศึกษาธรรมชาติทั้งหลาย ได้มีโอกาสเรียนรู้นิเวศวิทยาและพฤติกรรมของสัตว์ผู้ล่าที่อยู่ในภาวะถูกคุกคามอย่างหนักและใกล้สูญพันธุ์ ในโอกาสครบรอบการจากไปของคุณสืบ นาคะเสถียร ครบ ๑๕ ปี ในปีนี้..."
"ในอดีตที่ผ่านมา นักวิจัยสัตว์ป่ามักใช้ กับดักทราบ (sand Trap) เพื่อสังเกตการใช้พื้นที่ของสัตว์ป่า และวิธีการนี้ก็ยังใช้ได้ดีในปัจจุบัน เมื่อสัตว์ป่าเดินผ่านกับดังทรายก็จะทิ้งรอยตีนไว้ ทำให้เราสามารถศึกษาชนิด ประเภท จำนวน รวมถึงเพศของสัตว์ป่าที่ผ่านเส้นทางกับดัก ในกับดักทรายนี้จะสังเกตเห็นรอยเท้าเสือดาวที่ผ่านเส้นทางนี้ไปเมื่อสองสามคืนก่อนหน้านี้ และยังมีรอยตีนสัตว์อื่นที่ใช้เส้นทางนี้ด้วยเช่น ช้าง วัวแดง และเม่น... "
"นอกจากรอยตีนแล้ว โดยธรรมชาติเสือจะทิ้งร่องรอยอื่นตามเส้นทางที่มันเดินผ่านอีกด้วย เช่นรอยขูดพื้น ซึ่งบางครั้งจะมีการถ่ายมูลด้วย การพ่นปัสสาวะตามต้นไม้ข้างทางเดิน(spray) การนอนเกลือกกลิ้งตามพื้น และการข่วนตะกุยต้นไม้ เพื่อเป็นการประกาศอาณาเขตพื้นที่หากิน.."
"ร่องรอยการ ตะกุยพื้นและการ spray นี้ สามารถจำแนกชนิดและเพศของเสือได้ด้วย จากสถิติในระยะเวลา ๖๐ วัน เสือโคร่งจะทำการ spray มากกว่า ๓๐๐ ครั้ง ต้นไม้ที่เสือเลือก spray ส่วนมากจะเป็นไม้ที่มีเปลือกแข็งมีรอยแยก แต่นี่ก็ไม่เสมอไปเพราะในจุดที่มีลักษณะเด่นเช่น ชุมทางด่านสัตว์ป่า เสือก็เลือกที่จะ spray ทิ้งไว้ที่ต้นไม้ประเภทอื่นๆเช่นกัน และเราสามารถดมกลิ่นที่มีลักษณะเฉพาะของ sprayได้ด้วย..." กล่าวถึงตอนนี้ก็มีอาสาสมัครหลายคนทดลองดมกลิ่น spray ที่เสือทิ้งไว้
"ในการศึกษาวิจัยสัตว์ป่า ในบางครั้งก็จำเป็นที่จะต้องดักจับสัตว์นั้นๆด้วย นอกเหนือจากการดักถ่ายภาพสัตว์ป่าด้วยกล้องบันทึกภาพที่ทำงานแบบอัตโนมัติ โดยใช้ infrared sensor เพื่อทำการติดตั้งอุปกรณ์ติดตามสัตว์นั้นๆ เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้ชีวิตและอื่นๆ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อทำการศึกษาเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ เพื่อนำความรู้นั้นๆมาใช้ประโยชน์ในการวางแผนจัดการเพื่อการอนุรักษ์เสือที่มีอยู่เหลือในประเทศเพียงสองร้อยกว่าตัว ซึ่งโดยส่วนใหญ่ประมาณ ๙๐%มีชีวิตอยู่อาศัยในผืนป่าตะวันตก ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ประมาณ ๑๑.๗ ล้านไร่นี้ ให้สามารถดำรงเผ่าพันธุ์และเอื้อประโยชน์ต่อระบบนิเวศของป่าต่อไป.."
หมายเหตุ : คุณศักดิ์สิทธิ์ ซิ้มเจริญ หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เป็นผู้ศึกษาวิจัยเสือเพื่อการอนุรักษ์ Dr. Dave ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการวิจัยเสือ จากประเทศอเมริกา กล่าวว่าในอนาคตอีก ๕๐ ปี ข้างหน้า หากเสือโคร่งจะยังคงสามารถดำรงเผ่าพันธุ์ในถิ่นอาศัยตามธรรมชาติไม่สูญพันธุ์จากโลกนี้ไป ก็คงมีพื้นที่เพียงสองแห่งในโลกใบนี้เท่านั้น คือในผืนป่าของประเทศรัสเซีย และในผืนป่าตะวันตกของประเทศไทย ซึ่งเป็นผืนป่าขนาดใหญ่ เนื่องจากเสือโคร่งต้องการพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ในการอยู่อาศัย หากินและดำรงเผ่าพันธุ์ ความตระหนักรู้และร่วมมือช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนของสังคมและประชาชนที่อยู่อาศัยในและรอบผืนป่าในการพิทักษ์ผืนป่าตะวันตก จึงเป็นสิ่งสำคัญไม่เพียงแต่เป็นหลักประกันให้แก่เสือ ที่ได้รับการเปรียบเปรยว่าเป็น "เจ้าป่า" จะคงอยู่คู่ผืนป่า เท่านั้น หากแต่จะช่วยพิทักษ์สายพันธุ์สัตว์ป่าอื่นๆ พรรณไม้ ระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ ซึ่งรวบรวมความหลากหลายทางชีวภาพอันยิ่งใหญ่ที่มนุษย์ไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้หากถูกทำลายสูญสิ้นลง นอกเหนือจากเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารที่ไหลลงจากที่สูงสู่ที่ราบหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนนับล้านในทุกวันนี้ บินนาน / รายงาน โครงการสนับสนุนงานวิจัยเสือเขตฯทุ่งใหญ่ตะวันตก
กิจกรรมในอดีตทศวรรษที่ผ่านมา
|
|||||
|
English
Version Click Here |
|||||
|
คำถามเกี่ยวกับชมรมฯที่ท่านสงสัย
แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ
|
|||||