![]() |
|||||||||||||||||
|
|
|||||||||||||||||
|
นับเป็นความเจริญก้าวหน้าของภาคประชาชนในการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมของผืนป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เมื่อราษฎรบ้านกองม่องทะ ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ที่เป็นหนึ่งในหกหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ได้รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มร่วมดำเนินงานอนุรักษ์ผืนป่าทุ่งใหญ่ เช่นเดียวกับกลุ่มอนุรักษ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรบ้านจะแกและทิไล่ป้า ที่ได้จัดตั้งขึ้นในปี ๒๕๔๖ และดำเนินกิจกรรมอนุรักษ์ต่อเนื่องร่วมกับเจ้าหน้าที่กองทุนสัตว์ป่าโลก ในโครงการติดตามตรวจสอบสถานภาพสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ด้านตะวันตก ซึ่งได้จัดการประชุมครบรอบสามปีของโครงการฯที่บ้านทิไล่ป้าเมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๔๙ ที่ผ่านมา ในการประชุมครั้งนี้ มูลนิธิสืบนาคะเสถียรได้ร่วมสนับสนุนการจัดการประชุมกับกองทุนสัตว์ป่าโลกWWFด้วย โดยคุณรัถยา จันเทียร ประธานมูลนิธิฯได้เดินทางเข้าร่วมการประชุม โดยคุณภาณุเดช เกิดมะลิเจ้าหน้าที่มูลนิธิทำหน้าที่ดำเนินการประชุมร่วมกับคุณโรเบิร์ท สไตเม็ทช์ ซึ่งคุณเติมและคุณป้อเจ้าหน้าที่ WWF ร่วมดำเนินการประชุมด้วย
การประชุมจัดขึ้นที่โรงเรียนบ้านกองม่องทะ ซึ่งตั้งอยู่ในโอบล้อมของแนวเขา ราษฎรส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงและมอญ มีประชากรอยู่อาศัยประมาณสามร้อยหลังคาเรือนเศษ เส้นทางเข้าหมู่บ้านเริ่มจากแยกถนนดำสาย อ.ทองผาภูมิ - อ.สังขละบรี หลังจากผ่านสะพานข้ามแม่น้ำรันตีซึ่งมีหน่วยพิทักษ์ป่าเกิงสะดาตั้งอยู่ที่หัวสะพานแล้วประมาณหกกิโลเมตร เส้นทางเข้าหมู่บ้านทอดยาวจากถนนดำมุ่งหน้าไปยังเชิงเขาลึกเข้าไปประมาณแปดกิโลเมตร ผ่านด่านตรวจลักลอบล่าสัตว์ป่ากองม่องทะที่ชมรมฯให้การสนับสนุนการก่อสร้างขึ้นใหม่ซึ่งพึ่งจะแล้วเสร็จในปีนี้ ตลอดสองข้างทางก่อนถึงหมู่บ้านส่วนใหญ่เป็นไร่ส้ม ไร่ปาลม์ ไร่ข้าวและสวนยาง
การประชุมเริ่มต้นขึ้นก่อนเก้าโมงเช้า โดยคุณภาณุเดช เกิดมะลิ เจ้าหน้าที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้นิมนต์เจ้าอาวาสวัดกองม่องทะขึ้นกล่าวนำการประชุมเป็นท่านแรก แล้วหัวหน้าฯเอิบ เชิงสะอาด ขึ้นกล่าวเปิดการประชุม ต่อด้วยการรายงานสรุปการติดตามตรวจสอบสถานภาพสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ด้านตะวันตกของ WWF โดยคุณโรเบิรท์ ซึ่งมีเนื้อหาเช่นเดียวกับที่ได้จัดประชุมที่บ้านทิไล่ป้า และได้เน้นเพิ่มเติมถึงเป้าหมายสี่ประการของโครงการคือ
หนึ่ง ฟื้นฟูระชากรสัตว์ป่า
โดยมีขั้นตอนการดำเนินงาน มีดังนี้
๑.การจัดตั้งกลุ่มอนุรักษ์ในชุมชน
โดยเริ่มจากชุมชนจะแกและทิไล่ป้า
ซึ่งมีความสนใจและพร้อมจะ
๒.ร่วมกันกำหนดภารกิจและบทบาทการทำงานเพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่วางไว้โดยการมีส่วนร่วมในการ
การสำรวจไม่ได้ตอบคำถามว่ามีอยู่กี่ตัว
แต่ทำให้รู้ว่ามีมาก-น้อย
มีการเพิ่มขึ้นหรือลดการ
๓.ผลการสำรวจตั้งแต่ปี
๒๕๔๕
จนถึงปัจจุบันรวมจำนวน ๙
ครั้ง ระยะทางเส้นสำรวจรวมประมาณ
๔.ข้อมูลที่ได้จากการเดินสำรวจแต่ละครั้ง
จะนำมาแลกเปลี่ยนระหว่างชุมชนกับหน่วยพิทักษ์ป่า
กระบวนการที่น่าสนใจต่อมาคือการนำข้อมูลที่ได้วิเคราะห์แล้ว
มากำหนดพื้นที่อนุรักษ์เข้มข้น(พิเศษ)
แล้วต่อด้วยการบรรยายถึงความสำคัญของความร่วมมือในการดำเนินงานอนุรักษ์ร่วมกันโดย อ.รตยา จันเทียร ประธานมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร และคุณทิวาพร ศรีวรกุล ประธานคณะกรรมการอนุรักษ์ป่าตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี ก่อนที่ตัวแทนราษฎรชาวบ้าน ตัวแทนภาคประชาชนในพื้นที่ และผู้เข้าร่วมประชุมจะได้แสดงความคิดเห็นแลกเปลี่ยน คุณสมหวัง ไทรสังขละกมล ผู้ใหญ่บ้านจะแก กล่าวเพิ่มเติมถึงการดำเนินโครงการว่า หลังจากมีการลาดตระเวนร่วมกันแล้วสังเกตว่าสถานการณ์การล่าสัตว์ป่าโดยเฉพาะจากกลุ่มคนภายนอก ลดลงประมาณ ๘๐% โดยมีปัจจัยประกอบคือทางการได้อพยพชาวต่างชาติไปอยู่ในศูนย์อพยพต้นยาง และคุณภาพชีวิตของคนบริเวณนี้ดีขึ้นกว่าเดิม การร่วมลาดตระเวนมีวัตถุประสงค์คือ ลดการล่า ทั้งการล่าสัตว์ป่าเพื่อกินภายในชุมชน และการล่าเพื่อขายให้แก่ร้านค้าและผู้สั่งซื้อในเมือง ซึ่งเป็นกลุ่ม ๑.ร้านค้าเนื้อสัตว์ป่า ๒.นำไปประดับบ้าน เช่น หัวกระทิง ๓.นำไปทำยา เช่น กระดูกเสือ
ลุงเนเส่ง บ้านกองม่องทะ เสนอเพิ่มเติมว่าปัญหาการล่าสัตว์ป่าที่สำคัญคือคนภายในชุมชนเราเอง เปรียบกับไฟเตาในบ้าน ที่พร้อมจะทำให้เกิดความร้อน ชุมชนอยู่ไม่เป็นสุข เราจึงต้องดูแล ควบคุมให้ดี
คุณสุวรรณ โชคศรีเจริญ ผู้ใหญ่บ้านเกาะสะเดิ่ง นำเสนอข้อมูลของบ้านเกาะสะเดิ่งว่า จากการที่ตนเองได้สังเกตการเปลี่ยนแปลงของสภาพธรรมชาติในห้วยโรคี เกิดขึ้นเมือประมาณ ๑๐ ปี ที่แล้ว (ตั้งแต่สร้างเขื่อนเขาแหลม) มีพันธุ์ปลาหายไป ๕ ชนิด และกำลังจะหายไปอีก ๕ ชนิด และมีเพิ่มมาใหม่อีก ๕ ชนิด ส่วนสัตว์ป่ายังคงมีรายงานการล่าอยู่ เช่น เนื้อค้างเพิ่งถูกขนออกจากป่าไปไม่นาน รถขายกับข้าวบางคันรับซื้อเนื้อสัตว์ป่าออกไปขายข้างนอก อบต. บ้านกองม่องทะ สอบถามข้อมูลจากหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันออกว่า
๑.สถานภาพของชุมชนในเขตฯ ทุ่งใหญ่ เป็นอย่างไร
หัวหน้าเอิบ เชิงสะอาด หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ตอบข้อซักถามดังนี้ ๑.สถานภาพของชุมชนอยู่ในเขตอนุรักษ์ ในอดีตจะมีปัญหาในเรื่องของการใช้ที่ดินอยู่เนื่องจากชุมชนมีวิถีการทำไร่หมุนเวียน ปัจจุบันโครงการ JoMPA ได้เข้ามาและมีแผนงานที่จะร่วมกันระหว่างชุมชนกับเจ้าหน้าที่ดำเนินการสำรวจการใช้ที่ดินของชุมชนให้เกิดความชัดเจนและยอมรับร่วมกันทุกฝ่าย โดยอาจจะออกมาในรูปแบบของพื้นที่ผ่อนปรนให้ชุมชนมีสิทธิ์ในการทำกิน แต่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ๒.เนื่องจากวิถีของชุมชนกะเหรี่ยงเป็นการทำไร่ข้าวหมุนเวียน และอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ การนำเครื่องจักรหรือเคมีมาใช้ในการทำเกษตร คงต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมกับพื้นที่และวิถีวัฒนธรรม ๓.เขตฯ ให้การสนับสนุนงานด้านการศึกษาของคนในชุมชนอย่างเต็มที่ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ๔.การพัฒนาเส้นทางควรเน้นแรงงานคนอย่างที่เคยดำเนินการอยู่ทุกปี ไม่ควรนำเครื่องจักรใหญ่เข้ามา ส่วนไฟฟ้าปัจจุบันชุมชนมีโซล่าเซลล์อยู่แล้ว
ประธานกลุ่มอนุรักษ์สัตว์ป่าบ้านกองม่องทะ รายงานการดำเนินของกลุ่มฯ ต่อที่ประชุมว่า
๑.กลุ่มอนุรักษ์ฯ
ได้จัดกิจกรรมเพื่อฟื้นฟูสัตว์ป่าและปลาในแหล่งน้ำ
โดยการกำหนดเขตอนุรักษ์เข้มขึ้น นายอำพล ฐาปนพันธ์นิติกุล ชมรมอนุรักษ์ป่าตะวันตกได้ให้ข้อมูลที่ประชุมทราบว่า ขณะนี้ชมรมฯแล สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ร่วมกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกกำลังทำการศึกษาวิจัยเรื่องเสือ โดยส่วนหนึ่งของงานวิจัยคือการติดกล้องสำรวจ (Camera Trap) เพื่อบันทึกภาพเสือระหว่างเส้นทาง หากชุดลาดตระเวนร่วม เดินพบเห็นกล้องก็ไม่ต้องตกใจเนื่องจากเมื่อมีสิ่งใดก็ตามผ่านหน้ากล้อง มันจะทำงานอัตโนมัติ และขอฝากให้ช่วยกันดูแลด้วย ที่ประชุมมีข้อสรุปดังนี้ ในส่วนของกลุ่มอนุรักษ์สัตว์ป่าฯกลุ่มเดิม
๑.เร่งจัดทำบัตรประจำตัวให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม
๒๕๔๙ โดย WWF ในส่วนของกลุ่มอนุรักษ์สัตว์ป่าฯกลุ่มใหม่
๑.เขตฯทุ่งใหญ่จะขยายการทำงานไปยังบ้านคลิตี้
ทินวย เพื่อให้เกิดการดูแลพื้นที่ทางตอนล่างของเขตฯ การดำเนินกิจกรรม
๑.พื้นที่ภายในเขตฯทุ่งใหญ่ฯ
เจ้าหน้าที่จะเพิ่มการลาดตระเวนมากขึ้น ปัญหาด้านการท่องเที่ยวในเขตฯ จะนำเข้าพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการเขตฯ (PAC) และในโอกาสนี้ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้มอบชุดเครื่องแบบแก่กลุ่มอนุรักษ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร บ้านทิไล่ป้า จะแก และ กองม่องทะ โดยมีสมาชิกกลุ่มฯทั้งสามหมู่บ้านรับมอบเพื่อนำไปปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ก่อนจะปิดการประชุมในช่วงบ่าย
โรงเรียนบ้านกองม่องทะนี้ นับเป็นหนึ่งในสี่โรงเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่ป่าทุ่งใหญ่จากทั้งหมดหกหมู่บ้าน รวมประชากรประมาณห้าพันคน ราษฎรส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง เยาวชนเด็กเล็กๆเหล่านี้นับเป็นอีกหนึ่งความหวังในการพิทักษ์รักษาผืนป่าทุ่งใหญ่ในอนาคต หากหลักสูตรเนื้อหาในโรงเรียนเหล่านี้จะได้สอดแทรกความรู้ความเข้าใจเรื่องธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและภูมิปัญญาท้องถิ่นวิถีชีวิตธรรมเนียมที่สอดคล้องในการอยู่อาศัยที่ต้องพึ่งพิงธรรมชาติและผืนป่าซึ่งมีมาแต่เดิม เพื่อให้เยาวชนเหล่านี้ได้เข้าใจซาบซึ้งถึงความสำคัญของผืนป่าทุ่งใหญ่และเป็นกำแพงรั้วที่คอยระแวดระวังปกป้องผืนป่ามรดกโลกนี้ต่อไป
ก่อนเดินทางออกจากบ้านกองม่องทะที่อยู่ในอ้อมกอดของผืนป่าสู่โลกภายนอก ก็หยุดแวะทักทายกับเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจบ้านกองม่องทะซึ่งทำหน้าที่อย่างแข็งขัน ที่เขตฯทุ่งใหญ่ได้ก่อสร้างขึ้นใหม่ในปีนี้ และนับเป็นด่านตรวจลักลอบล่าสัตว์ป่าล่าสุดที่ชมรมฯได้สนับสนุนวัสดุในการก่อสร้าง เพื่อเป็นอีกหนึ่งมาตรการและหลักประกันในการปกป้องรักษาธรรมชาติและสัตว์ป่าของผืนป่าทุ่งใหญ่ ด่านตรวจลักลอบล่าสัตว์ป่าบ้านกองม่องทะนี้ จึงเปรียบเสมือนปราการด่านแรกและสุดท้ายสำหรับผู้ที่จะเดินทางเข้าออกในพื้นที่ป่าทุ่งใหญ่ด้านนี้
ภานุเดช เกิดมะลิและบินนาน / บันทึกการประชุม
รายชื่อผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน ๕๓ คน ดังนี้
๑.บ้านจะแก
หมู่ ๖ (๕ คน) การประชุมติดตามสถานภาพสัตว์ป่าเขตฯทุ่งใหญ่ของกองทุนสัตว์ป่าโลก-WWF บ้านทิไล่ป้า
กิจกรรมในอดีตทศวรรษที่ผ่านมา
|
|||||||||||||||||
|
English
Version Click Here |
|||||||||||||||||
|
คำถามเกี่ยวกับชมรมฯที่ท่านสงสัย
แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ
|
|||||||||||||||||