|
รายงานการก่อสร้างสถานีวิทยุสื่อสาร
แม่ข่ายทุ่งใหญ่(เขาพระฤๅษี) ระยะที่ ๔ ครั้งที่ ๒
๒๓
ก.พ.
- ๓ มี.ค. ๒๕๔๘
 
๒๓ ก.พ. ๔๘
ออกเดินทางพร้อมคณะนายแพทย์ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐที่เดินทางมาจาก อ.กัณทรลักษ์ณ์
จ.ศรีสะเกษ เมื่อเวลา ๑๗.๔๕ น. ถึงหน่วยฯทิขุเมื่อเวลา
๒๒.๓๐ น. กางเต็นท์ ๓ หลัง ที่สนามหน้าเสาธง ระหว่างทางผ่านบ้านทุ่งเห็นแสงและควันไฟตามทุ่งและแนวชายป่าและข้างทางรถอยู่ทั่วไป
ซางคงเป็นไฟที่ถูกชาวไร่จุดขึ้น
๒๔ ก.พ. ๔๘
คณะฯตื่นนอนกันแต่เช้า อากาศเย็นสบาย
เสียงนกร้องเจี๊ยวจ๊าวอยู่บนภูเขาหน้าหน่วยปลุกให้ทุกคนตื่นมาดู
นายประนุชนำกล้องดูนกมาตั้งบนสามขา เล็งไปที่ฝูงลิงบนยอดไม้ตรงไหล่เขา
ให้คณะนายแพทย์ภูมินทร์ดู หลังจากใส่บาตรพระธุดงค์ที่มาปฏิบัติธรรมอยู่ในถ้ำตั้งแต่ปีที่แล้ว จึงออกเดินทางมุ่งหน้าเข้าเขตฯทุ่งใหญ่ เมื่อถึงเขตฯทุ่งใหญ่เมื่อเวลาประมาณแปดโมงเช้าแล้ว เจ้าหน้าที่ชมรมฯนำคณะนายแพทย์ภูมินทร์เยี่ยมชมอาคารนิทรรศการของเขตฯและให้คำบรรยายข้อมูลเขตฯทุ่งใหญ่เบื้องต้น
รวมถึงอนุสรณ์ "อีแก่" ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง
หัวหน้าฯเอิบ
ให้การต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่ฯและกินมื้อเช้าที่โรงอาหารสำนักงานเขตฯทุ่งใหญ่
แล้วจึงทำการขนย้ายสัมภาระอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆจากรถนายแพทย์ภูมินทร์ย้ายไปลงรถของเขตฯทุ่งใหญ่
แล้วคณะจึงออกเดินทางพร้อมกับหัวหน้าฯเอิบ และแม่กะสะ๑
นายเจริญ มะลิซ้อน
เมื่อเวลาประมาณ สิบโมงเช้า
ประมาณห้าโมงเย็นคณะเดินทางมาถึงเขาพระฤๅษี พี่อ๋อยแยกขึ้นเขานำวัสดุก่อสร้างสถานีวิทยุแม่ข่ายทุ่งใหญ่ขึ้นเขาไปกับพี่นก
คณะที่เหลือมุ่งหน้าต่อไปหน่วยฯเซซาโว่
ค่ำนั้นคณะเจ้าหน้าที่เขตฯและทีมงานหารือร่วมกันถึงแผนงานก่อสร้างสถานีวิทยุแม่ข่ายทุ่งใหญ่
ตลอดจนแผนงานโครงการอนุรักษ์ป่าทุ่งใหญ่อื่นๆที่กำลังดำเนินการอยู่และในอนาคต
เมื่ออุณหภูมิเริ่มลดลงเรื่อยๆอากาศเริ่มหนาวเย็นคณะฯจึงแยกย้ายกันเข้าที่พัก
บ้างนอนในเต็นท์ บ้างนอนในเปลที่ผูกไว้ข้างห้วย บ้างก็ขึ้นเรือนนอน
๒๕ ก.พ. ๔๘
หลังข้าวต้มมื้อเช้า เจ้าหน้าที่ชมรมฯได้ชี้แจงเจ้าหน้าที่เขตฯและทีมงานก่อนขึ้นเขาเริ่มงานก่อสร้างสถานีวิทยุแม่ข่ายทุ่งใหญ่
แจ้งให้ทราบถึงความสำคัญของระบบเครือข่ายวิทยุสื่อสารที่ชมรมฯและเขตฯทุ่งใหญ่
ได้ร่วมกันเริ่มทำการพัฒนาปรับปรุงจัดหาและติดตั้งแก่หน่วยพิทักษ์ป่าต่างๆตั้งแต่ปี
๒๕๔๔ ซึ่งเครือข่ายวิทยุสื่อสารนี้เปรียบเสมือนโครงกระดูกของเขตฯทุ่งใหญ่
จะยังประโยชน์ต่อการบริหารจัดการผืนป่าทุ่งใหญ่ งานป้องกัน งานอนุรักษ์ งานวิจัย
และกิจกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องกับทุกคนที่ทำงานอยู่ในผืนป่านี้
งานก่อสร้างสถานีวิทยุแม่ข่ายทุ่งใหญ่
เปรียบเสมือนหัวใจของระบบเครือข่ายวิทยุสื่อสาร
จะทำหน้าที่เชื่อมโยงร้อยรัดทุกส่วนของสถานีวิทยุของหน่วยพิทักษ์ป่าต่างๆของเขตฯทุ่งใหญ่เข้าไว้ด้วยกัน
ก่อให้เกิดถนนของการติดต่อสื่อสารในอากาศที่มองไม่เห็น แต่สามารถได้ยิน
เป็นพลังอำนาจที่มีประสิทธิภาพของการติดต่อสื่อสารหนึ่งเดียวในเขตฯทุ่งใหญ่อย่างแท้จริง
ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด
ที่คณะเจ้าหน้าที่ฯทั้ง ๓๒ นาย ได้มาร่วมประชุมอยู่ ณ สถานที่นี้
และกำลังจะเริ่มต้นงานก่อสร้างสถานีวิทยุแม่ข่ายทุ่งใหญ่ในวันนี้ บนเขาพระฤๅษี
ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดของเส้นทางรถใจกลางผืนป่านี้ และต้องใช้เวลาอีกหลายวัน
ที่จะต้องทนร้อน ทนหนาว และเห็ดเหนื่อย
รวมทั้งต้องร่วมกันทุ่มเทฟันฝ่าอุปสรรคอีกมาก
เพื่อที่จะร่วมกันสานฝันที่พวกเราต่างรอกันมานานให้เป็นจริง
สถานีวิทยุแม่ข่ายทุ่งใหญ่นี้ จะถูกก่อสร้างขึ้นภายใน ๔ วัน
ซึ่งอาจนับเป็นครั้งแรกในประเทศที่จะมีการก่อสร้างสถานีวิทยุหรือหน่วยฯในระยะเวลาอันสั้นเพียงเท่านี้
ในสถานที่ทุรกันดารและยากลำบากบนยอดเขาในผืนป่าที่เป็นตำนานแห่งป่านี้ ดังนั้น
ทุกท่านควรได้รับความภูมิใจและภาคภูมิที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจอันสำคัญยิ่งนี้
ซึ่งสืบต่อไปในภายภาคหน้า คงไม่มีการสนธิกำลังเพื่อร่วมภารกิจงานในลักษณะนี้อีกแล้ว
ขอให้ทุกท่านได้ทุ่มเทกำลังกายและใจอย่างเต็มที่
ร่วมกันเขียนอีกหน้าหนึ่งของตำนานแห่งทุ่งใหญ่ เพื่อความสำเร็จและประโยชน์และการอนุรักษ์อย่างยั่งยืนของเขตฯทุ่งใหญ่ต่อไป
แล้วคณะเจ้าหน้าที่ฯจึงช่วยกันขนย้ายวัสดุอุปกรณ์เครื่องมือและสถานีวิทยุฯ
ที่เขตฯทุ่งใหญ่ได้ส่งรถหกล้อมาช่วยลำเลียงขนส่งจากสำนักงานชมรมฯหลายเที่ยวก่อนหน้านี้
ขึ้นรถบรรทุก เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว
ก็ออกเดินทางพร้อมชิ้นส่วนของสถานีวิทยุฯขึ้นเขาไปเมื่อสายของวันที่
๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘
เมื่อมาถึงตีนเขา
คณะเจ้าหน้าที่ฯทำการขนย้ายชิ้นส่วนต่างๆของสถานีฯ วัสดุ อุปกรณ์เครื่องมือ
เดินเท้าขึ้นเขา และเมื่อทุกชิ้นส่วนของสถานีฯถูกลำเลียงขึ้นยอดเขาแล้ว
หลังจากพักเหนื่อยช่วงสั้นๆแล้ว
จึงช่วยกันเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนต่างๆลงไปยังไหล่เขาตำแหน่งก่อสร้าง ช่างอั๋น
ทำหน้าที่สั่งการให้ตั้งนั่งร้านโครงเหล็กสองชั้นทั้งสองตัวที่ขอยืมมาจากนายวีรศักดิ์(ปื๊ด) บ้านท่าล้อ จังหวัดกาญจนบุรี แล้วจึงทำการตั้งเสาเอกและเสาเหล็กรับน้ำหนักอาคารที่เหลือ
รวมทั้งสิ้น ๘ ต้น ช่างอั๋นทำหน้าที่อย่างหนัก ถ่ายหาระดับดิ่งเสาทุกต้น
โดยมีเจ้าหน้าที่ฯเป็นลูกมือ ยืนประจำแต่ละเสา คอยขยับเสาไปทางซ้าย - ขวา หน้า -
หลัง ตามคำสั่ง
แล้วจึงทำการประกอบยึดโครงเหล็กอาคารสถานีฯด้านหน้า
เมื่อเสร็จแล้วจึงช่วยกันยกตั้งขึ้น
หลังจากนั้นจึงประกอบคานรับน้ำหนักอาคารพร้อมตั้งเสาอาคารด้านหลังแล้วยึดคานบนรัดหัวเสาอาคารทั้งสี่ด้าน
พร้อมกับประกอบเสาและคานรับน้ำหนักระเบียงหลัง เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนนี้
ช่างอั๋นทำการตรวจสอบดิ่งเสาและระดับอาคารอีกครั้ง
แล้วจึงประกอบคานเหล็กรับน้ำหนังพื้นอาคารและระเบียงหลัง
เจ้าหน้าที่ฯต่างช่วยกันร้อยนอตนับร้อยตัวและขันยึดจนแน่นหนา
งานช่วงนี้คืบหน้าไปอย่างรวดเร็ว
แผ่นวีว่าบอร์ดถูกลำเลียงลงมาจากยอดเขาปูลงบนคานเหล็กเป็นพื้นอาคาร
ขณะที่เหล็กตัวซีถูกลำเลียงส่งขึ้นด้านบนทำการวางแปรับหลังคาแล้วขันยึดนอต บันไดสเตนเลสทั้งสามตัวที่ยืมมาจากนายวีรศักดิ์ และช่างสุภชัย อู่ตะเภา
ถูกย้ายไปมาตลอดเวลาเพื่อส่งทั้งคนและอุปกรณ์เครื่องมือขึ้นด้านบนอาคาร
และเมื่อประมาณบ่ายโมง
นายช่างสรสิทธิ์โส
ก็นำอาหารขึ้นเขามาส่งคณะเจ้าหน้าที่ฯจึงหยุดงาน เดินขึ้นเขาทยอยเข้ารับอาหาร
แล้วหาที่นั่งพักตามแต่จะหาได้บนยอดเขานั้น
มีสามสี่คนไปนั่งหลบกินมื้อเที่ยงอยู่ใต้ท้องรถด้านท้ายของรถพี่อ๋อย
เพื่อหลบแดดอันร้อนแรง แต่ด้วยมีเจ้าหน้าที่ฯภารกิจงานอยู่ถึง ๓๒ นาย
และมื้อเที่ยงนี้เป็นมื้อแรก อาหารที่เตรียมมาจึงไม่พอเพียง
ทุกคนได้รับส่วนแบ่งอาหารคนละหนึ่งจาน
ซึ่งโดยปกติเจ้าหน้าที่ฯส่วนใหญ่จะต้องกินอาหารถึงสองจานสำหรับมื้อเที่ยง
โดยเฉพาะในวันที่ต้องทำงานหนักเช่นนี้
น้ำเขียวเฮลส์บลูบอยใส่โซดาในกระติกน้ำแข็งใบใหญ่ถูกเทรินแจกจ่ายและหมดไปอย่างรวดเร็วหลังมื้อเที่ยง
หลังพักหนึ่งชั่วโมง เครื่องปั่นไฟแบบเคลื่อนที่ยี่ห้อมิตซูบิชิ ขนาด ๑ กิโลวัตต์
ที่ชมรมฯจัดซื้อและมอบให้เขตฯทุ่งใหญ่เมื่อห้าปีก่อนถูกขนย้ายลงมาจากยอดเขาและสตาร์ทขึ้น
รางสายไฟ ๓ ราง ต่อเข้ากับเครื่องปั่นไฟ แจกจ่ายไปทั่วอาคารรวมทั้งด้านบนหลังคา
เพื่อให้เครื่องมือไฟฟ้าเช่นสว่าน จิกซอว์ และใบตัดสามารถทำงานได้ พื้นวีวาบอร์ดที่พี่อ๋อยให้นำมาใช้งานเป็นครั้งแรกในงานก่อสร้างสถานีฯถูกยึดติดกับคานเหล็ก
ขณะที่ราวระเบียงเหล็กและบันไดเหล็กกำลังถูกติดตั้งอยู่ด้านหลังอาคาร
นายช่างสรสิทธิ์โส ทำหน้าที่ควบคุมงานปูน แบ่งกำลังเจ้าหน้าส่วนหนึ่งขนย้ายหิน ปูน
ทราย และน้ำ ลงมาจากยอดเขา ตั้งแบบ ผสมคอนกรีต และเทรัดโคนเสาอาคารทั้งแปดต้น
และชานพักบันไดหลังอาคาร
งานดำเนินรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว
ด้วยความพร้อมของบุคคลากรและเครื่องมือที่ช่างอั๋นจัดเตรียมมาอย่างพอเพียง
แถมได้เครื่องมือชุดพิเศษเสริมมาจากพี่อ๋อยอีกสองลังด้วย
จึงไม่ต้องเสียเวลารอเครื่องมือกันดังเช่นงานที่ผ่านๆมา
ช่างอั๋นทำหน้าที่ทั้งติดตั้งโครงสร้าง และสั่งงาน
และตอบคำถามเมื่อมีผู้สงสัยว่าชิ้นส่วนนี้จะประกอบเข้ากับอาคารสถานีฯอย่างไรตลอดเวลา
เดี๋ยวอยู่ด้านล่าง สักพักก็มาอยู่บนอาคาร
เผลอแผล็บเดียวก็ย้ายขึ้นไปอยู่บนหลังคาแล้ว นายสงคราม นายแดง
อาสาสมัครคณะหมอภูมินทร์ ช่วยแบกหามคานเหล็กขันยึดนอตตลอดทั้งวัน เช่นเดียวกับนายมะลิ(ตาล) นายรัตนชัย(หมี)
ที่ทุ่มเทกับการทำงานเป็นอย่างมาก
นายหมึก
นายแป๊ะ นายนิทัศน์ ลุงพนม นายทุ่ง นายอ่อง นายโบว์ นายเป้ นายโหว่ นายอี้ นายเจ๊าะ
และนายลุย
ที่เดินทางมาจากหลายหน่วยฯ ต่างช่วยกันทำงานอย่างแข็งขัน บ่ายสามโมง
ได้รับแจ้งจากความถี่จากเขตฯทุ่งใหญ่ว่า
นายช่างสุภชัย
กับน้องโก้เดินทางผ่านเขตฯทุ่งใหญ่เข้ามาสมทบแล้ว
สี่โมงเย็น
พี่อ๋อยให้ขนแผ่นโพลีเมอรสีน้ำเงิน โครงเหล็กกันสาดด้านหน้าและวัสดุประกอบลงมาจากยอดเขา นายช่างอั๋นเร่งทำการประกอบติดตั้ง
โดยมีแบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ฯที่เสร็จจากงานปูนและนายช่างสรสิทธิ์โสไปช่วยส่วนหนึ่ง
หลังจากผ่านไปชั่วโมงเศษ กันสาดโพลีเมอรก็ประกอบเสร็จ
และถูกนำขึ้นติดตั้งด้านหน้าอาคารสถานีฯ แล้วช่างอั๋นสั่งปิดเครื่องปั่นไฟ
เป็นอันยุติภารกิจงานวันแรก
หลังจากเก็บอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆเข้าที่แล้ว
เราต่างทยอยเดินขึ้นเขาขณะที่แสงสุดท้ายจับที่ขอบฟ้าหลังแนวเขาพระศิวะ
หลายคนหยุดยืนที่ยอดเขาหันไปมองมองชื่นชมสถานีวิทยุฯที่ก่อร่างสร้างตัวต่างกับความว่างเปล่าเมื่อตอนเริ่มงานในตอนเช้า
ซึ่งเป็นผลงานที่ต่างทุ่มเทกำลังร่วมกันมาตลอดทั้งวันก่อนเดินลงจากยอดเขา
เมื่อกลับมาถึงหน่วยฯเซซาโว่
พบนายช่างสุภชัย น้องโก้และน้องนัท ที่เดินทางมาถึงก่อนหน้านี้ พร้อมเลื่อยสามปื้น
นั่งอยู่ข้างห้วยกางเต็นท์ที่พักเรียบร้อยแล้ว
อาหารมื้อค่ำถูกตระเตรียมไว้ล่วงหน้าโดยทีมงานของนายช่างสรสิทธ์โส และน้องกุ้ง
อาหารส่วนมากปรุงจากผัก มีต้มเครื่องในวัวที่นายประนุชไปเหมาซื้อมาในราคาถูกด้วย
ระหว่างมื้อค่ำหัวหน้าฯเอิบ ชมเชยทีมงานว่าทำงานได้รวดเร็วดีมาก
ทำให้คณะเจ้าหน้าที่และทีมงานต่างภูมิใจ ค่ำนั้น อุณหภูมิลดลงเร็วกว่าเมื่อวาน
ทำให้หลายคนหันเข้าพึ่งกองไฟข้างโรงครัว หลายคนไม่ยอมอาบน้ำ
๒๖ ก.พ. ๔๘
นายศุภกิต(แป๊ะจ่อย)และน้องกุ้ง(ภรรยา)
ลุกขึ้นก่อไฟหุงข้าวตั้งแต่ตีห้า
เสียงนกร้องเจียวจ้าวเมื่อแสงอรุณแรกเริ่มจับที่ขอบฟ้าที่หลังทุ่งเซซาโว่
ตามมาด้วยเสียงฝูงชะนีที่อยู่ในดงไม้หลังหน่วยที่กู่ร้อง
ผสมกับฝูงชะนีที่อยู่บนหัวเขาฝั่งตรงข้ามห้วยกู่รับ
ร้องประกาศอาณาเขตตามที่นายประนุชบอก เป็นเหมือนนาฬิกาปลุกธรรมชาติ
กาแฟเช้าข้างกองไฟที่อุณหภูมิ ๑๒ องศา ดูจะเป็นที่หมายของทุกคน
ลุงพนม นายหมึก ลุงบุญ
ผูกเปลอยู่ที่ข้างกองไฟเมื่อคืน
ต่างต้องลุกจากเปลเพราะเสียงสมาชิกสนทนากันเริ่มดังหนวกหู
เช้านี้
หัวหน้าฯเอิบแจ้งว่าวันนี้เจ้าหน้าที่เขตฯส่วนใหญ่จะภารกิจงานถึงเที่ยง
เนื่องจากต้องออกเดินทางไปสอบ กศน.ที่ ร.ร.คลิตี้ในวันพรุ่งนี้
เช่นเดียวกับพี่อ๋อยและคณะนายแพทย์ภูมินทร์ที่ต้องเดินทางกลับในวันนี้
ช่างอั๋นเร่งรัดให้คณะเจ้าหน้าที่ออกเดินทาง เมื่อถึงหน้างานแล้ว เครื่องปั่นไฟถูกสตาร์ท
เป็นสัญญาณการเริ่มงานอีกครั้ง คณะเจ้าหน้าที่ถูกแบ่งออกเป็นสามชุด
เพื่อทำงานสามอย่างในวันนี้ คือ มุงหลังคาอาคาร ปรับพื้นดินใต้อาคาร และติดตั้งโครงซีลายเพื่อยึดผนังแผ่นไม้เฌอร่า
ลุงบุญ นายเจ๊าะ กับนายอ่อง
อยู่บนหลังคาอาคาร
ทำหน้าที่มุงสังกะสีหลังคาตลอดทั้งวัน กว่างานส่วนนี้จะเสร็จ ก็พระอาทิตย์ตกดินพอดี
ลุงพนม นายโบว์ นายทุ่ง
รับหน้าที่งานดิน ส่วนที่เหลือรวมทั้งพี่นก ช่างสุภชัย
น้องโก้
ต่างชุลมุนวุ่นวายกับงานตัดเจาะโครงเหล็กซีลายเพื่อยึดผนังกับนายช่างอั๋นทั้งวัน
น้องนัทช่วยทำหน้าที่บันทึกภาพ
นายแพทย์ภูมินทร์กับหัวหน้าฯเอิบ
มาคอยอำนวยการและให้กำลังใจแก่คณะเจ้าหน้าที่ฯ
เมื่อถึงเวลาพักเที่ยง
นายช่างสรสิทธิ์โสก็นำอาหารขึ้นเขามาส่ง
วันนี้คณะเจ้าหน้าที่ฯ มีอาหารมื้อเที่ยงพอเพียงไม่เหมือนเมื่อวาน
หลังมื้อเที่ยงแล้ว ก่อนที่หัวหน้าฯเอิบจะนำเจ้าหน้าที่ฯส่วนหนึ่งไปส่งที่เขตฯทุ่งใหญ่
พี่อ๋อยให้นายประนุชถ่ายภาพหมู่คณะเจ้าหน้าที่ฯร่วมกันเป็นที่ระลึกก่อนจาก
หัวหน้าฯเอิบแจ้งว่าวันพรุ่งนี้เย็นเมื่อเจ้าหน้าที่ฯทำการสอบเสร็จแล้ว
จะให้รถหกล้อนำกำลังมาสมทบเพื่อภารกิจงานต่อ
ช่างอั๋นสั่งดับเครื่องปั่นไฟหลังพระอาทิตย์ตกดินแล้ว
วันนี้หลายคนเริ่มมีอาการปากแตก เนื่องมาจากบนยอดเขามีลมแรงตลอดช่วงบ่ายทั้งวัน
ก่อนลงจากเขา พวกเรายืนมองดูไฟป่าที่ไหม้ลามจากตีนเขาไต่ขึ้นสันเขา
ทางด้านทิศเหนือเป็นเส้นสีแดงแนวยาวห่างออกไปประมาณสองกิโลเมตร
เมื่อเรากลับถึงหน่วยฯเซซาโว่
หลายคนต่างรีบไปอาบน้ำก่อนที่อุณหภูมิจะลดลงมากกว่านี้
หลังมื้อค่ำหลายคนมานั่งข้างกองไฟรวมทั้งนายแพทย์ภูมินทร์ด้วย
ซี่โครงหมูย่างของน้องโก้ถึงแม้จะใช้เวลาย่างนานมากแต่รสชาติก็ยังคุ้มค่ากับเวลาที่รอคอย
หลายคนเข้านอนเนื่องจากหมดแรง
ช่างอั๋นกินยาลดไข้อาจเนื่องมาจากคร่ำเคร่งกับงานและอากาศที่เปลี่ยนแปลงต่างกันมากระหว่างกลางวันและกลางคืน
จึงเข้านอนก่อนคนอื่น คืนนั้นอากาศหนาวเย็นเช่นเคย
๒๗ ก.พ.๔๘
หลังมื้อเช้าช่างอั๋นรีบนำคณะเจ้าหน้าที่ขึ้นเขา แล้วสั่งสตาร์ทเครื่องปั่นไฟ
เริ่มงานเร็วกว่าทุกวัน ครึ่งวันเช้านี้ ทุกคนช่วยกันติดตั้งโครงซีลายยึดผนังต่อจากเมื่อวาน
ตั้งวงกบหน้าต่างบานเกล็ด ประตูหน้าอาคาร
บ่ายวันนั้น ช่างอั๋นเริ่มงานติดตั้งผนังไม้เฌอร่า
เสียงสว่านสี่ตัวดังสลับกันไปมาผสมกับเสียงเครื่องตัดแผ่นเฌอร่าซึ่งส่งฝุ่นผงเฌอร่าฟุ้งทุกครั้งที่นายนิทัศน์ทำการตัด
เจ้าหน้าที่ฯส่วนที่เหลือ ช่วยกันติดตั้งผนังไม้เฌอร่า และเมื่อเวลาบ่ายสองโมงเศษ
พี่อ๋อยกับคณะนายแพทย์ภูมินทร์ ก็ออกเดินทางกลับ แม้กำลังพลจะลดลงกว่าครึ่ง
แต่งานก่อสร้างก็ยังคงคืบหน้า จนเมื่อพระอาทิตย์ตกดินอีกครั้ง
ช่างอั๋นก็สั่งดับเครื่องปั่นไฟ งานติดตั้งผนังไม้เฌอร่าก็คืบหน้าไปกว่า ๗๐%
จังหวะที่รถกระบะกำลังเคลื่อนที่กลับหน่วยฯ
พอดีกับที่กำลังเจ้าหน้าที่ฯอีกสองคันรถที่ลงไปสอบตามมาทันพอดี
จึงวิ่งตามกันกลับหน่วยฯด้วยกัน
ระหว่างเดินทางกลับหน่วยฯค่ำนั้น เห็นไฟป่าลุกไหม้อยู่ในหุบเขาพระศิวะ
นิทัศน์บอกว่าปีนี้แล้งมาก ปกติหุบนี้ไฟป่าไม่เคยเข้า หลังมื้อค่ำ
อากาศเริ่มหนาวเย็นอีกครั้ง โชคดีที่พี่อ๋อยทิ้งเครื่องนอนไว้ให้
ช่างอั๋นจึงไม่ต้องนอนหนาวเช่นวันก่อน
วันนี้ข้าฯรู้สึกอิดโรยมาก
เมื่อกลับถึงหน่วยฯแล้วนั่งสนทนากับทุ่งใหญ่๔ ก่อนที่จะเดินทางต่อไปกับแม่กะสะ๑ และพุจือ๑
เพื่อไปประชุมชาวบ้านที่หนองในโพ่ เป็นเวลาช่วงสั้นๆ หลังกินมื้อค่ำแล้วเรานั่งหารือกันว่า พรุ่งนี้งานที่เหลือคงจะเสร็จแล้ว แต่ช่างอั๋นว่าคงต้องใช้เวลาอีกสองวัน แล้วข้าฯจึงเข้านอนโดยอาศัยเครื่องนอนที่พี่นกทิ้งไว้ให้
๒๘ ก.พ.๔๘
เสียงฝูงชะนีกู่ร้องที่ป่าชายทุ่ง
ปลุกให้ลุกตื่นเช่นทุกวัน
หลังมื้อเช้าช่างอั๋นพาคณะเจ้าหน้าที่ฯขึ้นเขาทำงานวันที่สี่ต่อ
แต่วันนี้งานติดตั้งผนังไม้เฌอร่าส่วนที่เหลือต้องล่าช้าออกไป
เนื่องจากน้ำมันเครื่องปั่นไฟแห้ง
นายหมึกกับนายแป๊ะเดินทางลงเขากลับหน่วยฯ
เพื่อนำน้ำมันเครื่องจากรถจักรยานยนต์คันใหม่ของนายแป๊ะมาใช้แทนชั่วคราว
ขณะที่ข้าฯวิทยุแจ้งหน่วยฯจะแก ให้สนับสนุนน้ำมันเครื่องปั่นไฟเร่งด่วน
งานเริ่มต้นได้อีกครั้งเมื่อลุงบุญเติมน้ำมันเครื่องปั่นไฟประมาณ ๑ ลิตร
ที่นายหมึกกับนายแป๊ะนำมาให้ วันนี้ นอกจากงานติดตั้งผนังไม้เฌอร่าต่อแล้ว
งานปรับพื้นดินใต้อาคารเพื่อสร้างห้องน้ำและห้องครัว
รวมทั้งงานมุงหลังคาสังกะสีอาคาร
ก็เริ่มต้นในวันนี้ด้วยเช่นกัน
เที่ยงเศษอาหารก็มาส่งเช่นเคย
วันนี้เจ้าหน้าที่ส่วนที่เหลือเกือบทั้งหมดปากแตกจากอากาศและลมบนยอดเขา
ลมแรงเช่นทุกวัน วันนี้นายช่างสรสิทธิ์โสต้มน้ำชาใส่กระติกน้ำแข้งมาให้ด้วย
หลังมื้อเที่ยงแล้ว
นายช่างสุภชัย พี่นก น้องโก้ และน้องนัท
ก็ออกเดินทางกลับ
ช่วงบ่ายงานยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ
แม้กำลังพลจะน้อยลงเหลือเพียงหนึ่งในสามของวันเริ่มต้นงาน แต่ทุกคนก็ยังทุ่มเท
ทำงานอย่างมุ่งมั่นต่อไป
ลุงบุญ นายเจ๊าะ นายอ่อง
ขึ้นมุงสังกะสีตั้งแต่เช้า
และกว่าสังกะสีแผ่นสุดท้ายจะถูกส่งขึ้นไปก็เมื่อพระอาทิตย์หย่อนตัวลงเหนือเขาพระศิวะแล้ว
สี่โมงเย็นนายประนุชเริ่มงานเก็บสี ถือแปรงและกระป๋องห้อยโหนไปตามนั่งร้านข้างอาคาร
รวมทั้งระเบียงหลังและคานเหล็กใต้อาคาร
แล้วต่อด้วยงานยาแนวซิลิโคนตามขอบวงกบและร่องผนังไม้เฌอร่า
นายโบว์เข้ารับช่วงต่อเมื่อพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน
และแล้ว ช่วงเย็นวันนั้น นั่งร้านด้านทิศตะวันออกข้างอาคารก็ถูกรื้อลง วัสดุ
อุปกรณ์ เครื่องมือต่างๆ รวมทั้งเครื่องปั่นไฟ ถูกทยอยนำขึ้นเขาเกือบทั้งหมด
เนื่องจากภารกิจงานก่อสร้างสถานีฯใกล้สำเร็จแล้ว เหลือเพียงงานเทพื้นคอนกรีตอาคาร
ที่จะมาดำเนินการในวันพรุ่งนี้ต่อ
เมื่อถึงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน ช่างอั๋นจึงสั่งปิดเครื่องปั่นไฟ
แล้วพากันเดินขึ้นเขา ยืนดูผลงานที่ใกล้ความสำเร็จท่ามกลางแสงสีแดงของอาทิตย์อัสดง
หวนให้นึกถึงอารมณ์หนึ่งว่ากว่าจะมาเป็นผลงานดังที่เห็น
ถึงความท้าทายที่จะก่อสร้างสถานีวิทยุแม่ข่ายทุ่งใหญ่บนยอดเขาสูงที่ห่างไกลและทุรกันดาร โดยมีกำหนดเวลาเพียง
๕ วัน นี้ นับเป็นเรื่องที่ท้าทายความคิดและทีมงานเป็นอย่างมาก
และนี่อาจนับเป็นครั้งแรกที่จะมีการก่อสร้างสถานีฯในป่าที่ใช้ระยะเวลาก่อสร้างสั้นเพียงเท่านี้
ซึ่งต้องผ่านวันเวลา ความคิด ความทุ่มเท เสียสละ ความร่วมมือ ประสานงาน
และการเตรียมการเป็นอย่างดี และด้วยความตั้งใจ มุ่งมั่นทุ่มเท มานะพยายาม
จึงสามารถผ่านพ้นอุปสรรคปัญหานานาประการ และแล้วความฝันจึงกลายเป็นความจริง
แล้วพวกเราจึงเดินเท้าลงเขาขึ้นรถกลับที่พัก ค่ำนั้นเราหารือกันว่า
พรุ่งนี้จะแบ่งกำลังออกเป็นสองส่วน
ส่วนหนึ่งทำงานติดตั้งบานหน้าต่างบ้านพักหน่วยฯที่ยังคั่งค้างอยู่ต่อให้เสร็จ
และก่อสร้างห้องน้ำ อีกส่วนหนึ่งขึ้นเขาทำงานเทพื้นปูนอาคาร
ซึ่งเป็นงานชิ้นสุดท้ายแล้วจะเดินทางกลับเลย ดังนั้นคืนนี้คงเป็นคืนสุดท้ายแล้ว
ข้าฯจึงชวนคณะเจ้าหน้าที่ขึ้นไปสนทนากันบนเรือนพักหน่วยฯ ซึ่งตั้งแต่เดินทางมาถึง
ยังไม่มีโอกาสขึ้นนั่งบนเรือนพักเลย หลังมื้อค่ำอันมืดมิดและหนาวเย็น
เมื่อเวลาห้าทุ่ม เราต่างแยกย้ายกันเข้าที่พัก
๑ มี.ค. ๔๘
แป๊ะจ่อยกับน้องกุ้งตื่นแต่เช้าเช่นเคย
ข้าฯลุกออกจากเต็นท์ที่พักมาเป็นคนแรกเมื่อเวลาตีห้า วันนี้ทุกคนไม่มีใครรีบเร่ง
ด้วยว่าภารกิจใกล้สิ้นสุดแล้ว นั่งล้อมวงกินกาแฟข้างกองไฟ รอกินมื้อเช้า
แล้วจึงทยอยเก็บพับเต็นท์ที่พักรวมทั้งสัมภาระต่างๆ หลังมื้อเช้านิทัศน์กับช่างอั๋นช่วยกันติดตั้งบานหน้าต่างบ้านพัก
ขณะที่ลุงบุญแป๊ะจ่อย
นายอ่อง นายทุ่ง
ช่วยกันขุดหลุมบ่อพักห้องน้ำ ส่วนที่เหลือช่วยกันเก็บเคลียร์ขยะ วัสดุ
อุปกรณ์ต่างๆจนถึงเวลาเที่ยง หลังอาหารแล้วนายช่างสรสิทธิ์โส นายประนุช
นายเป้ นายอ่อง
ขึ้นเขาไปทำงานปูน พร้อมกับนายหมึกและลุงพนม
ที่ขับรถหกล้อขนวัสดุอุปกรณ์เครื่องมือล่วงหน้ากลับไปที่เขตฯทุ่งใหญ่
วันนี้ข้าฯโชคไม่ดี
เดินเหยียบเศษถ่านจากกองไฟที่ข้าฯนำขยะรอบๆหน่วยฯมาเผา
เนื่องจากข้าฯไม่ได้ใส่รองเท้า ได้รับคำแนะนำจากเพื่อนๆให้ใช้น้ำปลาราดแผล
ซึ่งก็ได้ผลทำให้ลดอาการปวดแสบปวดร้อนไปได้มาก แต่ต้องเดินขากะเผลก ไม่ถนัด
ช่วงแรกต้องใช้ไม้ค้ำยันประคองช่วยน้ำหนักตัวด้วย
สายของวันนั้นที่หน่วยฯเซซาโว่
ขณะที่เจ้าหน้าที่ฯส่วนที่เหลือกำลังช่วยกันก่อสร้างห้องน้ำหน่วยฯอยู่
เครื่องปั่นไฟที่ทำงานหนักมาตลอดหลายวันก็พังลงเนื่องจากลูกสูบติดเนื่องจากขาดน้ำมันเครื่อง
ข้าฯรู้สึกเสียใจที่เครื่องมือจำเป็นสำคัญในการทำงานต้องชำรุดลง
เนื่องจากขาดน้ำมันเครื่องซึ่งได้แจ้งขอความช่วยเหลือจากหน่วยฯจะแกให้ช่วยสนับสนุนเมื่อสองวันก่อนแล้ว
เป็นเหตุให้ต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการซ่อมเครื่องปั่นไฟ
ประมาณบ่ายโมงเศษ
นายกะเดินเท้ากลับมาจากภารกิจสนับสนุนงานสำรวจนกบนเขาใหญ่ แจ้งว่าคุณติ๊กกับนายจิตรออยู่ที่ป่าดงดิบข้างทาง จะเดินทางต่อไปเช็คนกที่แม่กะสะ ข้าฯจึงแจ้งลุงบุญให้เดินทางไปสนับสนุน
ระหว่างที่กำลังเตรียมเสบียงอาหารให้คุณติ๊กอยู่นั้น นายจิตก็เดินนำคุณติ๊กมาถึงก่อนที่ลุงบุญจะออกรถ
ข้าฯนั่งสนทนาอยู่กับคุณติ๊กชั่วโมงเศษ
แล้วจึงให้ลุงบุญออกรถไปส่งคุณติ๊กที่แม่กะสะพร้อมกับนายกะ และให้รับคุณติ๊กกลับมาพักที่หน่วยฯหลังเช็คนกเสร็จแล้ว
บ่ายสามโมงได้รับแจ้งในความถี่ว่า งานปูนบนเขาขาดทรายสองถุง
ข้าจึงชวนนายจิตกอบทรายที่กองอยู่บนพื้นหน้าหน่วยใส่ถุงปุ๋ยแล้วให้นายจิตขับรถขึ้นไปส่งบนเขา
เมื่อนายจิตขับรถขึ้นมาถึงหลังทุ่งห่างจากหน่วยฯได้กิโลเมตรเศษ
พบกระทิงหนุ่มอายุไม่น่าเกินสามขวบ ยืนขวางทางห่างจากรถประมาณ ๑๕ เมตร
ข้าฯจึงให้นายจิตดับเครื่องยนต์และปีนขึ้นหลังคารถเพื่อสังเกตมองหาฝูง
ด้วยเกรงว่าจะมีฝูงกระทิงเดินตัดข้ามผ่านมา แต่ไม่พบ ลูกกระทิงตัวนี้น่าจะหลงฝูง
เพราะเดินตัดข้ามทุ่งไปอย่างอ้อยอิ่ง หันหน้าหันหลัง
และส่งเสียงกู่เรียกฝูงเป็นระยะๆ
เมื่อถึงยอดเขาแล้ว จึงนำทรายที่นำมาไปผสมปูนเทพื้นต่อ ซึ่งครบจำนวนพอดี
แล้วจึงช่วยกันเก็บเคลียร์วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือส่วนที่เหลือทั้งหมดขึ้นเขา
ข้าฯให้นายจิตนำคณะเจ้าหน้าที่ฯเดินเท้าลงเขากลับหน่วยไปเมื่อเวลาประมาณสี่โมงเย็น
ทิ้งนายช่างสรสิทธิ์โส นายประนุชและข้า ไว้บนยอดเขา เพราะจะต้องรอให้ปูนเซ็ตตัว
เพื่อทำการขัดมัน ซึ่งต้องใช้เวลาอีกหลายชั่วโมง
ทุ่มเศษ ข้าฯนำเศษขยะมาสุมไฟหน้าสถานีฯเพื่อใช้แสงสว่าง ขณะที่นายประนุชเริ่มทำการขัดมันพื้นอาคาร
ด้วยคืนนี้อยู่ระหว่างข้างแรม เดือนมืด แสงสว่างจากกองไฟที่สุมอยู่หน้าสถานี
จึงช่วยให้นายประนุชพอมองเห็นบ้าง
ซึ่งใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงจึงเสร็จงานชิ้นสุดท้าย
แล้วจึงเดินทางกลับหน่วยฯเมื่อเวลาสามทุ่ม
คืนนั้น พวกเรานั่งสนทนากับคุณติ๊กถึงเรื่องการสำรวจนกทุ่งใหญ่ที่ใช้เวลาถึงสามปีแล้ว
แต่คุณติ๊กแจ้งว่า งานสำรวจคงต้องขยายเวลาออกไปอีกหนึ่งปี ข้าฯให้กำลังใจคุณติ๊กให้ทุ่มเททำการสำรวจต่อโดยเร็ว
เพราะอยากเห็นหนังสือคู่มือนกเล่มใหม่ ที่จะช่วยให้ความรู้เรื่องนกแก่เยาวชน
ผู้รักธรรมชาติและต้องการศึกษาเรื่องนก เพราะเหตุว่า
ตำราดูนกฉบับที่เคยใช้กันอยู่ก่อนหน้านี้ปัจจุบันไม่มีวางจำหน่ายแล้ว
อากาศเริ่มหนาวเย็นลงอีก เราจึงชวนกันไปสนทนาอยู่ข้างกองไฟจนถึงเวลาตีหนึ่งเศษ
จึงแยกย้ายกันเข้าที่พัก
๒
มี.ค. ๔๘
คุณติ๊กตื่นแต่เช้า เดินเช็คนกไปตามทุ่ง หลังมื้อเช้าแล้วลุงบุญจึงเร่งรัดออกเดินทางเพื่อส่งคุณติ๊กออกจากทุ่งใหญ่กลับ ก.ท.ม.
หลังกล่าวคำอำลาแล้ว พวกเราเก็บข้างของสัมภาระเตรียมตัวออกเดินทางกลับ
แป๊ะจ่อยกับน้องกุ้งจึงเก็บเต็นท์เป็นครั้งที่สอง
หลังจากที่ต้องกางใหม่เมื่อวานเย็นนี้อีกครั้ง เนื่องจากภารกิจงานยืดเยื้อออกไป
ระหว่างที่กำลังขนสัมภาระใส่รถกลับบ้านนั้น ทุ่งใหญ่๔ก็มาถึงหน่วยฯพอดี
ข้าฯแจ้งให้ทราบว่า เครื่องปั่นไฟชำรุดแล้ว ให้ช่วยนำกลับออกไปไว้ที่เขตฯด้วย
เพื่อให้นายหมึกนำออกไปให้ชมรมฯซ่อมต่อไป และแจ้งทุ่งใหญ่๔ ให้ทราบว่า
ได้วิทยุแจ้งขอความช่วยเหลือไปหน่วยฯจะแกเมื่อสองวันก่อนแล้ว
แต่ไม่ได้ตอบกลับมาให้ทราบว่าจะมีน้ำมันเครื่องปั่นไฟมาหรือไม่
ช่างจึงต้องฝืนใช้เครื่องปั่นต่อไปทั้งๆที่น้ำมันเครื่องที่ได้มาจากรถจักรยานยนต์มีปริมาณน้อย
เป็นเหตุให้เครื่องปั่นไฟชำรุดในที่สุด ซึ่งหากได้รับตอบกลับมาจากหน่วยฯจะแกว่า
มีหรือไม่มีน้ำมันเครื่องเป็นที่แน่นอนแล้ว
ก็อาจหลีกเลี่ยงความเสียหายดังกล่าวนี้ได้
หลังจากทุ่งใหญ่สี่ พุจือหนี่ง แม่กะสะหนี่ง และคณะออกเดินทางกลับพร้อมเครื่องปั่นไฟแล้ว
คณะเจ้าหน้าที่ทั้งหมดยกเว้นนายโบว์ก็ออกเดินทางกลับเมื่อเวลาบ่ายโมงเศษ เมื่อเดินทางมาถึงหน่วยมหาราช ช่างอั๋นเสนอว่าควรหยุดพักผ่อนที่หน่วยฯหนึ่งคืน
ซึ่งทุกคนต่างเห็นด้วย ระหว่างมื้อค่ำคืนนั้น
จ่ายี่สิบซึ่งย้ายมาจากหน่วยห้วยคือมาประจำหน่วยมหาราช
ได้เล่าให้ถึงการปฏิบัติหน้าที่เมื่อครั้งประจำอยู่ที่ปราการด่านตรวจทางน้ำองทั่ง-ห้วยคือ
ที่ชมรมฯก่อสร้างให้ในปี ๒๕๔๖ ทำให้คณะเจ้าหน้าที่ชมรมฯ
มีความสุขมากที่ได้ทราบถึงการปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดของเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจฯ
สามารถหยุดยั้ง ป้องปราม และปราบปรามการลักลอบล่าสัตว์และการฝ่าฝืนกฎหมายเหนือลำน้ำแม่กลองไว้ได้เป็นอย่างดี
สมดังความตั้งใจที่เจ้าหน้าที่ชมรมฯได้ทุ่มเทแรงใจและกายก่อสร้างด่านตรวจฯหลังนี้
คืนนั้นข้าฯเข้านอนแต่หัวค่ำ อาจเป็นเพราะอากาศที่หน่วยมหาราชอบอุ่นกว่าที่เซซาโว่
หรือความปีติยินดีที่ได้รับทราบเรื่องราวการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพของพิทักษ์ป่าซึ่งเต็มไปด้วยอุดมการณ์อนุรักษ์
จึงทำให้ข้าฯหลับสนิทอย่างมีความสุข ซึ่งเป็นคืนแรกและคืนเดียวตลอดภารกิจครั้งนี้
๓ มี.ค.๔๘
หลังมื้อเช้าแล้ว ข้าฯหารือกับนายศุภกิตเรื่องงานลาดตระเวนตรวจป่าเก็บข้อมูล
รวมทั้งงานก่อสร้างอาคารนิทรรศการหน่วยมหาราชที่ยังคั่งค้างอยู่เล็กน้อยและงานแก้ไขปรับปรุงเรื่องน้ำใช้ในหน่วยฯ ซึ่งมีปัญหาทางเทคนิคเรื่องแรงดันน้ำ
แล้วจึงเร่งรัดออกเดินทางกลับ ระหว่างทางพบไก่ป่าไก่ฟ้าหลังเทา เก้ง
และนกรุ้งซึ่งเป็นนกขนาดใหญ่ที่สุดของเขตฯทุ่งใหญ่
รวมทั้งกระรอกและกระเต็นอีกสองสามตัว
ก่อนสิบเอ็ดโมงเช้า คณะฯมาถึงสำนักงานเขตฯทุ่งใหญ่ ข้าแวะไปที่โรงรถพบผู้ช่วยฯสาคร
นายตาลและลุงบุญกำลังช่วยกันซ่อมรถหกล้ออยู่
ผู้ช่วยสาครหารือเรื่องการขอความสนับสนุนระบบพลังงานแสงอาทิตย์หน่วยฯตะเคียนทอง
หลังกล่าวคำอำลาแล้ว จึงเข้าหารือรายงานผลการปฏิบัติงานกับหัวหน้าฯเอิบ
และแจ้งนัดหมายถึงภารกิจครั้งต่อไป แล้วจึงอำลาหัวหน้าฯเอิบ ออกเดินทางกลับ
ระหว่างทางออกจากเขตฯทุ่งใหญ่
เมื่อพ้นประตูเขตฯได้ ๑๐๐ เมตร พบนายมานะนั่งรถจักรยานยนต์สวนเข้ามาข้าฯจึงหยุดรถทักทาย นายมานะล้วงเครื่องวิทยุสื่อสารประจำด่านตรวจองทั่ง-ห้วยคือ
ออกมาจากกระเป๋าสะพายหลัง แจ้งว่า เจ้าหน้าที่หน่วยฯประมาทสะเพร่า
ทำให้เครื่องวิทยุฯชำรุดไหม้เป็นครั้งที่สามแล้ว
ข้าฯรับเครื่องวิทยุสื่อสารกลับมาซ่อมให้
และแจ้งให้นายมานะแจ้งให้เจ้าหน้าที่หน่วยฯทราบว่า หลังจากการซ่อมบำรุงครั้งนี้แล้ว
หากเกิดความเสียหายแก่เครื่องวิทยุสื่อสารอีก
เจ้าหน้าที่หน่วยฯจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงเองตามระเบียบชองเขตฯ
และแจ้งให้นายมานะไปรับไฟฉายสปอตไลท์ที่ชมรมฯฝากไว้กับหัวหน้าฯเอิบ
ไปประจำด่านตรวจฯตามที่หน่วยฯขอความสนับสนุนมา แล้วจึงออกเดินทางต่อ
ขณะกำลังเคลื่อนรถลงเขาตุ๊ปป่อง พบนายแดงลูกหน่วยห้วยคือฯขี่รถจักรยานยนต์สวนขึ้นมา
ข้าฯหยุดรถทักทายสังเกตเห็นคราบน้ำตาบนใบหน้า จึงสอบถามดู เมื่อทราบว่า
ภรรยาพึ่งเสียชีวิตสักครู่กำลังจะไปขอลากิจที่เขตฯทุ่งใหญ่
ข้าฯจึงร่วมบุญงานศพมอบเงินช่วยเหลือให้จำนวนหนึ่ง ปลอบประโลมให้ทำใจ
แล้วจึงออกเดินทางต่อ
ถนนหนทางจากบ้านทุ่งเสือโทนตลอดจนถึงแยกพุธโทสภาพดีมาก
ทำให้ร่นระยะเวลาลงได้กว่าครึ่ง คณะมาถึง อ.ทองผาภูมิ เมื่อเวลาบ่ายสองโมง
นายช่างสรสิทธิ์โสและช่างอั๋น แวะเข้าตลาดหาซื้อปลาส้มไปฝากภรรยาและดาบเต๋อ
เราเดินทางกลับอย่างไม่เร่งรีบและถึงสำนักงานชมรมฯเมื่อเวลาทุ่มเศษ
บินนาน / รายงาน
๔
มีนาคม ๒๕๔๘
|
ร่วมอนุรักษ์
ป่าทุ่งใหญ่
ห้วยขาแข้ง
ร่วมเป็นแรง พัฒนา ป่าตะวันตก
ร่วมอุดมการณ์ วาดฝัน ให้ป่าปรก
ร่วมสืบสาน ป่ามรดก โลกและไทย
|
กิจกรรมในอดีตทศวรรษที่ผ่านมา
อัลบัมภาพกิจกรรม
อัลบัมรายงาน
๒๕๕๐
|