|
☉หน้าที่ความรับผิดชอบของโครงการชลประทานนครปฐม
ก่อตั้งขึ้นเพื่อรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์
และประสานงานกับหน่วยงานราชการต่างๆ
ของทางจังหวัดตลอดจนหน่วยงานในพื้นที่ของกรมชลประทานจังหวัดนครปฐม
ที่ดูแลในเขตลุ่มน้ำแม่กลองใหญ่ และลุ่มน้ำท่าจีน
|
|
☉การแบ่งเขตความรับผิดชอบ
แบ่งตามเขตลุ่มน้ำ และขอบข่ายการไหลของน้ำ
ในเขตจังหวัดนครปฐม มี ๘ หน่วยงาน ทำหน้าที่ ส่งน้ำ
ระบายน้ำ ขุดลอกคูคลอง บำรุงรักษา ฯลฯ ในพื้นที่ต่างๆ
ได้แก่
-
โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางเลน
-
โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพนมทวน
-
โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากำแพงแสน
-
โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครปฐม
-
โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครชุม
- โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาภาษีเจริญ
- โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระพิมล
- โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระยาบรรลือ
นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานก่อสร้างอีก ๓
หน่วยงาน ทำหน้าที่ก่อสร้างคูคลองส่งน้ำต่างๆ
 |
|
☉กำลังพล
เจ้าหน้าที่โครงการ
ประกอบด้วยข้าราชการ ๖ คน หัวหน้าโครงการ ๑ คน
หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม ๑ คน
หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา ๑ คน ฝ่ายธุรการ ๓ คน
และลูกจ้างประจำตลอดจนพนักงานทั่วไปดูแลในส่วนต่างๆ
รวมทั้งสิ้นประมาณ ๓๐ คน
|
|
☉ปริมาณน้ำในระบบที่ใช้ในการจัดการ
หน่วยงานต่างๆ
ข้างต้นจะทำการคำนวณหาปริมาณความต้องการใช้น้ำต่อปีในแต่ละพื้นที่ที่ตนรับผิดชอบ
โดยรวบรวมจากปริมาณความต้องการใช้น้ำเพื่อการต่างๆ
แล้วแจ้งให้ทางโครงการทราบ
เพื่อโครงการจะได้รวบรวมและประสานงานกับทางเขื่อนแม่กลอง
ด้านปริมาณน้ำ และเวลาในการส่งน้ำไปยังโครงการต่างๆ ต่อไป
|
|
☉มีปัญหาการจัดส่งน้ำไม่เพียงพอกับความต้องการบ้างหรือไม่
และมีการดำเนินการแก้ไขอย่างไร
โดยภาพรวม น้ำที่มีอยู่ค่อนข้างเพียงพอแก่ความต้องการ
เนื่องจากเหนือเขื่อนแม่กลองที่ท่าม่วง
จะมีแหล่งน้ำจากเขื่อนใหญ่ ๒ แหล่งที่จ่ายน้ำมาให้คือ
เขื่อนศรีนครินทร์และวชิราลงกรณ (เขาแหลม) ไหลมารวมกัน
เพื่อส่งเข้าสู่ระบบชลประทาน
เมื่อทางหน่วยงานต่างๆ แจ้งปริมาณความต้องการใช้น้ำมาแล้ว
ทางเขื่อนจะคำนวณปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำว่าเพียงพอกับความต้องการทั้งหมดหรือไม่
หากไม่พอ
เขื่อนจะแจ้งกลับมาให้เราประสานงานกับหน่วยงานเกษตรอำเภอ
และเกษตรตำบล
ให้ลดพื้นที่เพาะปลูกให้สัมพันธ์กับปริมาณน้ำที่สามารถจ่ายลงมาได้
โดยให้เฉลี่ยและจัดสรรกันเองว่าสามารถเพาะปลูกได้ครัวเรือนละกี่ไร่
|
|
☉ทราบว่าทั้งสองเขื่อนจ่ายน้ำทั้งเพื่อการเกษตรและเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า
อยากทราบว่าใช้เกณฑ์ใดเป็นหลักในการปล่อยน้ำ
เริ่มต้นการก่อสร้างนั้น
ใช้เกณฑ์การชลประทานเพื่อการเกษตรเป็นหลัก
แต่ในความเป็นจริง
ทางเขื่อนจะมีเกณฑ์สำหรับรองรับการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วย
ปัญหาคือเมื่อเราแจ้งปริมาณความต้องการใช้น้ำของแต่ละสัปดาห์ไป
เขาจะจ่ายน้ำมาทีเดียวเพื่อให้มีพลังงานเพียงพอสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า
น้ำที่ปล่อยมาคราวเดียวในปริมาณมากจึงไหลออกสู่ทะเลสูญไปเป็นส่วนใหญ่
เมื่อน้ำที่ปล่อยไหลไปจนหมด
ระดับน้ำที่เหลือจึงไม่เพียงพอสำหรับการเกษตรในเวลาต่อมา
|
|
☉เขื่อนแม่กลองทำหน้าที่จ่ายน้ำไปพื้นที่ของจังหวัดใดบ้าง
จ่ายน้ำไป ๔ จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี
นครปฐม
นอกจากนี้ยังจ่ายไปยังบางพื้นที่ของจังหวัดสุพรรณบุรี
เช่นที่อำเภอสองพี่น้อง
น้ำจะไหลไปเชื่อมกับคลองจระเข้สามพันไหลบรรจบลงแม่น้ำท่าจีน
จังหวัดสมุทรสงคราม รับน้ำก่อนปล่อยออกสู่ทะเล
ส่วนจังหวัดสมุทรสาครน้ำไปไม่ถึงเนื่องจากถูกกั้นด้วยแม่น้ำท่าจีน
(อธิบายประกอบแผนที่ภาพรวมของโครงการแม่กลองใหญ่
:
ที่ตั้งของเขื่อนแม่กลอง
และคลองชลประทานหลักที่ออกไปยังกำแพงแสน สองพี่น้อง
ไปเชื่อมกับคลองจระเข้สามพัน และไหลไปรวมกับแม่น้ำท่าจีน)

|
|
☉คลองชลประทานส่วนใหญ่ที่เห็นนอกจากคลองปูนแล้ว
เคยเห็นแบบที่เป็นคลองดินด้วย
คลองชลประทานมีทั้งที่เป็นส่ง และคลองระบาย
ลงไปจนถึงสมุทรสงครามในความรับผิดชอบของโครงการดำเนินสะดวก
ต่อเนื่องไปถึงโครงการชลประทานสมุทรสงครามซึ่งทำหน้าที่คอยระบายน้ำและดันน้ำเค็มไว้
|
|
☉คลองชลประทานส่วนใหญ่ที่เห็นนอกจากคลองปูนแล้ว
เคยเห็นแบบที่เป็นคลองดินด้วย
คลองชลประทานมีทั้งที่เป็นส่ง และคลองระบาย
ลงไปจนถึงสมุทรสงครามในความรับผิดชอบของโครงการดำเนินสะดวก
ต่อเนื่องไปถึงโครงการชลประทานสมุทรสงครามซึ่งทำหน้าที่คอยระบายน้ำและดันน้ำเค็มไว้
|
|
☉คลองชลประทานส่วนใหญ่ที่เห็นนอกจากคลองปูนแล้ว
เคยเห็นแบบที่เป็นคลองดินด้วย
คลองชลประทานมีทั้งที่เป็นส่ง และคลองระบาย
ลงไปจนถึงสมุทรสงครามในความรับผิดชอบของโครงการดำเนินสะดวก
ต่อเนื่องไปถึงโครงการชลประทานสมุทรสงครามซึ่งทำหน้าที่คอยระบายน้ำและดันน้ำเค็มไว้
|
|
☉๙๗๐
ล้านคิวที่ต้องปล่อยไปนี้
จะถูกนำไปใช้ในการเกษตรด้วยหรือไม่
สำหรับการเกษตร ต้องจ่ายน้ำประมาณ ๒-๓ พันล้านคิวต่อปี
(อธิบายประกอบกราฟข้อมูลการใช้น้ำจังหวัดนครปฐม
:
เพื่อรักษาระบบนิเวศ ๙๗๗ ล้านคิว
เพื่อการอุตสาหกรรม ๗๐ ล้านคิว เพื่อการอุปโภคบริโภค ๖๐
ล้านคิด เพื่อการเกษตรกรรม
๒
พันกว่าล้านคิว รวมทั้งสิ้น
จังหวัดนครปฐมมีความต้องการการใช้น้ำ ๓
พันกว่าล้านคิวต่อปี)
|
|
☉ในแต่ละปี
ข้อมูลความต้องการการใช้น้ำมีความผันแปรหรือไม่อย่างไร
มีความผันแปรน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย
เนื่องจากระบบการเกษตรในแต่ละครัวเรือนมักไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ
หรือผลิตผลทางการเกษตร
ปริมาณการใช้น้ำในแต่ละปีจึงค่อนข้างคงที่ เช่น
ครัวเรือนที่ปลูกพืชไร่ก็จะปลูกเรื่อยไปทุกปี
ไม่เปลี่ยนไปปลูกข้าวเพราะจะเสียเวลาในการปรับพื้นที่และทำให้ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวยาวนานออกไปอีก
ข้อมูลเหล่านี้ได้มาจากเกษตรจังหวัด
ซึ่งเราจะรวบรวมตัวเลขเหล่านี้มาใช้ในการคำนวณหาปริมาณน้ำเพื่อจ่ายให้กับการเกษตรที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่
โดยประมาณการต่อไร่ ต่อการเกษตรกรรมแต่ละรูปแบบ
ต่อจำนวนครัวเรือน
แล้วนำไปรวมกับปริมาณน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค
การอุตสาหกรรม
และปริมาณน้ำขั้นต่ำเพื่อรักษาระบบนิเวศปากแม่น้ำ
เป็นจำนวนน้ำที่จะต้องปล่อยออกไปต่อปี
|
|
☉ในอดีตเคยมีปัญหาการจ่ายน้ำไม่เพียงพอแก่ความต้องการหรือไม่
ไม่ค่อยประสบปัญหาเนื่องจากโครงการแม่กลองมีเขื่อนใหญ่ทั้งสองเขื่อนคอยหนุนอยู่
และมีฝนตกต่อเนื่องทุกปีจึงไม่มีปัญหาขาดแคลนน้ำ
เคยมีปัญหาครั้งหนึ่งแต่ก็แก้ไขได้โดยการจ่ายน้ำน้อยลง
แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตน้ำขาดแคลน
ปริมาณน้ำในเขื่อนมีประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านคิว
ซึ่งมากพอที่จะรองรับความต้องการใช้น้ำได้เป็นระยะเวลา ๒
ปี ในกรณีที่ไม่มีฝนตก
|
|
☉ปริมาณน้ำฝนในแต่ละปีพอดีกับปริมาตรของเขื่อนหรือไม่
ปกติเขื่อนจะเก็บน้ำที่ประมาณ ๘๐%
ของความจุของเขื่อน ยังไม่เคยเก็บน้ำจนล้น
ปกติมีการพิจารณาจากสภาพอากาศ
หากฝนจะตกมากหรือจะมีพายุก็จะทยอยปล่อยน้ำลงไปก่อนเพื่อป้องกันเขื่อนพัง
และพิจารณาจากระดับน้ำในเขื่อนประกอบด้วย
หากระดับน้ำสูงขึ้นถึง ๓ - ๔ เมตร ภายใน ๕ วัน
ต้องเตรียมตัวระบายออกเพราะเมื่อน้ำจากป่าหลากมาจะระบายออกไม่ทันเหมือนกรณีน้ำหลากท่วมเขื่อนที่เชียงใหม่
|
|
☉มีการพิจารณาต้นทุนในการผลิตน้ำต่อจำนวนประชากรในจังหวัดนครปฐมหรือไม่
กรมชลประทานจะคิด
Benefit Cost
ในด้านการเกษตรเป็นส่วนใหญ่
ว่ามีความคุ้มทุนในการก่อสร้างหรือไม่อย่างไร
ซึ่งส่วนใหญ่จะคุ้มทุนเนื่องจากรายได้แต่ละปีที่เกิดจากการเกษตร
เมื่อนำมาหักลบกับค่าใช้จ่ายแล้วก็คุ้มค่า
และเมื่อดำเนินการจริงก็ยังเกิดรายได้ที่ไม่ได้คาดคิด
หรือเป็นรายได้ที่ไม่ได้เกิดจากวัตถุประสงค์ในการก่อสร้างโครงการ
เช่น รายได้จากภาคอุตสาหกรรม รายได้จากการผลิตกระแสไฟฟ้า
และการประปา ซึ่งหากนับจนถึงปัจจุบันนี้
เรียกได้ว่าคุ้มทุนแล้ว
|
|
☉เทศบาลนครปฐมรับน้ำดิบไปผลิตน้ำประปาด้วยหรือไม่
และต้องมีค่าใช้จ่ายช่วยเหลือให้กับกรมชลประทานหรือไม่อย่างไร
จริงๆ แล้ว
เรามีการประกาศโดยกฎกระทรวงว่ากิจการหรือกิจกรรมใดที่ก่อให้เกิดรายได้ต้องจ่ายค่าน้ำเป็นราคาคิวละ
๕๐ สตางค์ ยกเว้นเพื่อการเกษตรจะได้รับการยกเว้นโดยรัฐ
แต่จนถึงปัจจุบันชลประทานยังไม่ได้รับค่าน้ำจากฝ่ายผลิตน้ำประปา
โดยฝ่ายผลิตน้ำประปาให้เหตุผลว่าขาดทุนเนื่องจากมีการใช้น้ำออกไปมากเพื่อการบรรเทาสาธารณภัย
แต่ก็ไม่แจ้งตัวเลขรายได้ที่แท้จริง
เราเคยเจรจากับเขาว่าที่เขาเก็บจากผู้ใช้น้ำคิวละ ๘
บาทควรจะเก็บคืนให้เราด้วยคิวละ ๕๐ สตางค์
แต่ส่วนใหญ่จะมีปัญหาอย่างนี้แทบทุกที่
หากเก็บได้บ้างก็เป็นส่วนน้อย ส่วนใหญ่จะให้เป็นเหมาจ่าย
อย่างที่เพชรบุรี อำเภอชะอำเป็นเมืองท่องเที่ยว ใช้น้ำมาก
แต่เหมาจ่ายมาให้เดือนละ ๕,๐๐๐ บาท แต่หากจะเก็บกันจริงๆ
แล้วก็หลายหมื่น เพราะเขาใช้น้ำกันแสนกว่าคิว
แสนคิวปกติคิดเป็นเงินราคา ๕๐,๐๐๐ บาท
|
|
☉ในส่วนของจังหวัดนครปฐมมีสถิติการจ่ายน้ำดิบให้ผลิตน้ำประปาเท่าไร
จริงๆ
แล้วหน่วยงานส่งน้ำและบำรุงรักษานครปฐมไม่ได้ดูแลในส่วนนี้
ที่หัวคลองที่เป็นที่ตั้งโครงการจะเป็นผู้รับผิดชอบ
แต่เท่าที่ทราบตัวเลขโดยประมาณแล้วจะใช้น้ำวันละหลายหมื่นคิว
ส่วนประปากรุงเทพใช้น้ำ ประมาณ ๑,๓๐๐,๐๐๐
คิว

|
|
☉ปริมาณน้ำที่ส่งไปผลิตน้ำประปานี้นับรวมอยู่ในตัวเลขความต้องการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภคด้วยหรือเปล่า
ตัวเลข ๖๐
ล้านคิวที่เป็นความต้องการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภคนี้
คิดรวมกับปริมาณน้ำที่ส่งไปผลิตน้ำประปาแล้ว
โดยคิดปริมาณการใช้น้ำโดยประมาณ ๒๐๐ ลิตรต่อคนต่อวัน คือ
เอาจำนวนคนวัน ๓๐ วัน
x
๑๒ เดือน x
๒๐๐
ลิตร จะได้ปริมาณการใช้น้ำต่อคน
x
กับจำนวนประชากรในจังหวัดนครปฐม
|
|
☉
น้ำในส่วนที่จ่ายให้ในโรงงานอุตสาหกรรมก็ต้องจ่ายผ่านโรงงานผลิตน้ำประปาด้วยหรือไม่
และจะสามารถคำนวณความต้องการใช้น้ำต่อปีได้อย่างไร
จริงๆ แล้วไม่มีสูตรสำเร็จในการคำนวณปริมาณน้ำเพื่อการอุตสาหกรรมที่ใช้อยู่จริง
เนื่องจากแต่ละพื้นที่ใช้น้ำไม่เท่ากัน
บางโรงงานก็ไม่ได้ใช้ การคำนวณจึงคิดในอัตรา ๕๐%
ของการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค
กล่าวคืออุปโภคบริโภค ๖๐ ล้านคิว ควรจะเป็นการใช้ในภาคอุตสาหกรรมประมาณ
๓๐ ล้านคิว
|
|
☉เคยเห็นที่คลองปูนบางแห่งจะมีท่อดูดน้ำจากคลอง
น้ำจากท่อดูดนี้ถูกนำไปใช้ในส่วนไหนบ้าง
นำไปใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมบ้างบางส่วน
แต่ที่มาขออนุญาตมีไม่กี่เจ้า
เพราะโรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่จะใช้น้ำประปา
ซึ่งอยู่ในสถิติ ๓๐ ล้านคิวดังกล่าวอยู่แล้ว
|
|
☉โรงงานอุตสาหกรรมที่ต่อท่อจากคลองนี้ต้องขออนุญาตด้วยหรือไม่
ตามระเบียบแล้วต้องมาขออนุญาตและจ่ายค่าน้ำคิวละ ๕๐
สตางค์ตามข้อกำหนด
แต่ส่วนใหญ่ไม่สามารถเก็บเงินได้เพราะเขาใช้วิธีการต่อท่อลงไปที่บ่อของเขาและสูบน้ำที่บ่อของเขาเอง
ส่วนเกษตรกรรมนั้นฟรีอยู่แล้ว
ส่วนโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ไกลออกไม่สามารถต่อท่อได้ไป
ก็มาขอสูบน้ำบ้าง อันนี้ก็ต้องจ่าย
|
|
☉คลองส่งน้ำเข้ากรุงเทพมีเส้นทางใดบ้าง
(อธิบายประกอบแผนที่
:
ตรงมาจากกำแพงแสน ออกบางเลน)
|
|
☉เขื่อนแม่กลองได้น้ำจากทาง
อ.สวนผึ้งด้วยหรือไม่
(อธิบายประกอบแผนที่
:
มีแม่น้ำลำพาชีเป็นสาขาหนึ่งของแม่น้ำแควน้อย
ไหลย้อนจากราชบุรีขึ้นไปยังจังหวัดกาญจนบุรี
ไปรวมกับที่แม่น้ำแควน้อยทางด่านมะขามเตี้ย
แล้วมาบรรจบกันที่หน้าเมือง
:
แสดงแผนที่ลุ่มน้ำแม่กลองทั้งหมด)
|
|
☉ในหนังสือรายงานกล่าวถึงแผนโครงการพัฒนาแหล่งน้ำระยะยาวในอนาคต
อันนี้เป็นโครงการที่เตรียมไว้สำหรับนำเสนอเมื่อมีโอกาสเพื่อจะดำเนินการในอนาคต
รายงานโดยบรรดานักวิชาการ อาจารย์ นักศึกษา
ที่เราได้ติดต่อให้ศึกษาวิเคราะห์
และลงเก็บข้อมูลในพื้นที่
เพื่อเสนอแนะความเป็นไปได้ในการดำเนินการตามโครงการต่างๆ
ตามความเหมาะสม ในอนาคต
|
|
☉สิ่งที่ทางชลประทานต้องเสียค่าใช้จ่ายลงทุนมีอะไรบ้าง
การลงทุนในระบบชลประทานได้แก่ การขุดคลอง
(อาจใช้คลองธรรมชาติเดิมได้
แต่ส่วนใหญ่จะใช้เป็นคลองระบาย
เนื่องจากคลองธรรมชาติเดิมจะอยู่ในพื้นที่ต่ำที่สุดที่น้ำจะไปได้
แต่คลองส่งน้ำจะต้องอยู่ในพื้นที่ที่สูงที่สุดก่อนเพื่อรองรับการไหลของน้ำตาม
Gravity
เมื่อคลองส่งน้ำอยู่ในพื้นที่สูงแล้วก็จะไหลลงพื้นที่เกษตรกรรม
ผ่านลงสู่คลองระบาย และไหลออกไปสู่ทะเลเองตามธรรมชาติ)
ต่อมาก็จะมีค่าใช้จ่ายในการการทำท่อลอดถนนเมื่อมีถนนตัดขวาง
ทำประตูระบายน้ำให้จ่ายน้ำได้ปริมาณมากน้อยตามที่ต้องการ
ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา
(การพังทลายของคันปูนหรือคันดินของคลองชลประทานเกิดได้หลายสาเหตุ
ได้แก่ การกัดเซาะของน้ำ ความเร็วและแรงในการปล่อยน้ำ
แรงดันของน้ำและแรงดันของดินที่ดันแผ่นปูนให้สไลด์ลงมาเมื่อระดับน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว
การทรุดตัวของดินเป็นระยะเวลานานๆ
ทำให้ดินนิ่มและจะพังลงมาเองโดยธรรมชาติ
|
|
☉มีการส่งทีมงานเข้าตรวจสอบและบำรุงรักษาอยู่เป็นประจำ
หรือเข้าตรวจสอบแก้ไขเป็นกรณีไป
และมีตางรางการเข้าบำรุงรักษาอย่างไร
ในนครปฐมมีคลองเยอะมาก
จึงมีการแบ่งพื้นที่ความรับผิดชอบตามจุดต่างๆ
เข้าตรวจสอบรายเดือน และรายสัปดาห์ มีพนักงานเปิดปิดน้ำ
และรักษาคลองที่เข้าปฏิบัติงานตามตารางเวลาเปิดปิดน้ำ
ก็จะตรวจสภาพคลองไปด้วยในตัว

|
|
☉มีอะไรฝากถึงคนในพื้นที่ที่มีบทบาทในการดูแลป่าต้นน้ำบ้าง
อยากบอกว่าคนที่ดูแลรักษาป่ามีผลต่อคนในเมืองเยอะมาก
เพราะหากไม่มีป่า ก็ไม่มีน้ำ
เพราะการเก็บกักน้ำที่ดีที่สุดโดยหลักๆ แล้วคือที่ผืนป่า
เมื่อไม่มีป่าก็ไม่มีน้ำให้คนเมืองซึ่งใช้น้ำจากผืนป่าที่เขาดูแลอยู่
อยากให้ช่วยดูแลป่าไว้ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพราะถ้าคนดูแลป่าในส่วนนั้นดูแลดี
คนทั้งประเทศก็จะมีความสุข
|
|
☉มีอะไรฝากถึงคนที่ใช้น้ำบ้าง
ที่อาจมีโอกาสได้มาอ่านบทความจากการสัมภาษณ์ครั้งนี้
..อยากให้ใช้น้ำอย่างประหยัด นึกถึงคนอื่น นึกถึงอนาคต
เพราะเรายังไม่รู้ว่าในอนาคตจะยังคงมีน้ำให้ใช้อยู่อย่างทุกวันนี้หรือไม่
และให้ช่วยการสอนลูกสอนหลานให้ใช้น้ำอย่างประหยัด
เพื่อที่จะไม่เกิดวิกฤตน้ำเช่นที่เกิดที่ทับเสลา
และสามารถแบ่งปันน้ำไปช่วยคนอื่นได้ด้วย
ถือเป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง
|