เหยี่ยวกิ้งก่าสีดำ Black Baza ขนาด ๓๓ ซ.ม. ไก่ป่า Red Junglefowl ขนาด ๔๓-๗๖ ซ.ม. นกเขาเปล้าธรรมดา Thick-billed Pigeon ขนาด ๒๗ ซ.ม. นกมูม Mountain Imperial Pigeon ขนาด ๔๗ ซ.ม. นกแขกเต้า Red-breasted Parakeet ขนาด ๓๖ ซ.ม. นกเค้าโมง Asian Barred Owlet ขนาด ๒๓ ซ.ม. นกกระเต็นน้อยธรรมดา Common Kingfisher ขนาด ๑๗ ซ.ม. นกกระเต็นลาย Banded Kingfisher ขนาด ๒๓ ซ.ม. นกโพระดกธรรมดา Lineated Barbet ขนาด ๒๙ ซ.ม. นกหัวขวานใหญ่หงอนเหลือง Greater Yellownape ขนาด ๓๔ ซ.ม. นกพญาไฟใหญ่ Scarlet Minivet ขนาด ๒๐-๒๒ ซ.ม. นกปรอดหัวสีเขม่า Sooty-headed Bulbul ขนาด ๒๗ ซ.ม. นกแซงแซวสีเทา Ashy Drongo ขนาด ๒๙ ซ.ม. นกแซงแซวหางบ่วงใหญ่ Greater Racket-tailed Drongo ขนาด ๓๒ ซ.ม. นกแซงแซวหางบ่วงใหญ่ Greater Racket-tailed Drongo ขนาด ๓๒ ซ.ม. นกขมิ้นท้ายทอยดำ Black-hooded Oriole ขนาด ๒๕ ซ.ม. นกกางเขนบ้าน Oriental Magpie-Robin ขนาด ๒๓ ซ.ม. นกกระเบื้องผา Blue Rock-Thrush ขนาด ๒๓ ซ.ม. นกเอี้ยงถ้ำ Blue Whistling Thrush ขนาด ๓๓ ซ.ม. นกจับแมลงคอแดง Red-throated Flycatcher ขนาด ๑๓ ซ.ม. นกอีเสือสีน้ำตาล Brown Shrike ขนาด ๒๐ ซ.ม. นกแซวสวรรค์ Asian Paradise-Flycatcher ขนาด ๒๑ ซ.ม.
นกอีเสือหลังแดง Burmese Shrike ขนาด ๒๐ ซ.ม. นกปลีกล้วยลาย Streaked Spiderhunter ขนาด ๑๙ ซ.ม.
บันทึกท้ายภาพ : เหยี่ยวตัวนี้ถ่ายที่หน่วยพิทักษ์ป่าสาลาวะ ระยะค่อนข้างไกล ตอนแรกก็เห็นมีอยู่ตัวเดียว สักครู่ก็มีพรรคพวกตามมาอีกนับทั้งฝูงได้ ประมาณ ๑๕ ตัว โผเกาะตามยอดไม้ใหญ่ การรวมฝูงของเหยี่ยวกิ้งก่าสีดำแบบนี้พบได้บ่อย ในช่วงนี้ (กลางเดือนมีนาคม) จะพบว่าบางตัวหงอนขาด ขนปีกรุ่งริ่งอาจอยู่ในช่วงใกล้จะผลัดขน บันทึกท้ายภาพ : ไก่ป่าตัวนี้ (จริงๆมากันเป็นฝูง) ถ่ายโดยไม่ต้องใช้ดิจิสโคป เพราะอยู่ใกล้มาก ช่วงนี้ (กลางเดือนมีนาคม) จะพบได้ง่ายมาก เพราะอยู่ในช่วงจับคู่ผสมพันธุ์ มักจะอยู่กันเป็นคู่ เกี้ยวพาราสีไม่สนใจมนุษย์ ตัวผู้ที่แข็งแรง แกร่งกล้าจะมีตัวเมียหลายตัว และตรงข้ามไก่หนุ่มไร้ประสบการณ์ก็จะเปล่าเปลี่ยวไร้คู่อยู่ตัวเดียว ไก่ป่าจะไข่ครั้งละ ๑๕-๒๐ ฟอง อย่าคิดว่าเยอะนะครับ กว่าจะฟักโดนตะกวดขโมยกินไปครึ่งหนึ่ง ออกมาเป็นลูกเจี๊ยบโดนล่าไปอีกเกือบหมดเหลือสุทธิ ตัวสองตัวเท่านั้น เป็นไปตามกลไกทางธรรมชาติครับ บันทึกท้ายภาพ : นานๆ เจ้าตัวนี้จะเกาะเตี้ยๆ ให้ถ่าย ภาพนี้ถ่ายริมเส้นทางรถผ่านทุ่งก่อนถึงหน่วยเซซาโว ไม่มีต้นไม้สูงเลยสบโอกาส การถ่ายภาพนกส่วนใหญ่เป็นของแถมจากงานอื่น อย่างภาพนี้ถ่ายในคราวงานก่อสร้างอาคารสถานีวิทยุแม่ข่ายเขาพระฤๅษี ต้องตื่นแต่เช้า กินข้าวแบบด่วนๆ เดินขึ้นทุ่งมาก่อน ถ่ายภาพ แล้วรอโบกรถเพื่อสมทบกลับสมาชิกเพื่อร่วมงานก่อสร้างอาคารสถานีฯจนแล้วเสร็จ บันทึกท้ายภาพ : นกมูมอยู่ในเหล่านกลุมพู เป็นนกขนาดใหญ่เมื่อเปรียบเทียบกับญาติมิตร มักจะร้องเสียงต่ำๆอยู่ตามพุ่มไม้ หรือไม่ก็เกาะอยู่ตามยอดไม้สูง จึงเป็นนกชนิดหนึ่งที่ถ่ายภาพยากมาก ครั้งหนึ่งผมเดินทางไปสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เขตฯห้วยขาแข้ง พบว่านกมูม รวมฝูงกันจำนวนมาก เกือบ ๔๐ ตัว และเกาะนอนตามกิ่งไม้ค่อนข้างเตี้ย และเป็นกิ่งโปร่ง ซึ่งต่างกับนกมูมในทุ่งใหญ่ที่ไม่รวมฝูงขนาดใหญ่ เกาะยอดไม้สูง และซ่อนอยู่ในพุ่มไม้ นับเป็นความแตกต่างที่น่าศึกษาต่อไป บันทึกท้ายภาพ : นกแขกเต้าเป็นหนึ่งในนกจอมโวยวายของผืนป่า ชอบอยู่กันเป็นฝูงและส่งเสียงร้องดังลั่นตลอดเวลา พบบ่อยตามป่าไผ่ที่กำลังออกดอกติดเมล็ด เพราะมันจะมากินเมล็ดไผ่เป็นอาหาร บันทึกท้ายภาพ : หนึ่งในผู้ล่ายามราตรี มีความสามารถสูงในเรื่องการจับหนู สำหรับทุ่งใหญ่นเรศวรที่มีป่าทุ่งเป็นพื้นที่กว้างจะมีหนูหลายชนิดอาศัยและขยายพันธุ์อยู่เป็นจำนวนมาก นกฮูก นกเค้า นกแสกจะเป็นตัวรักษาสมดุลย์ของผืนป่าได้เป็นอย่างดี บันทึกท้ายภาพ : นกในวงศ์กระเต็นเป็นนกที่สีสันสวยงามมาก ตัวนี้ถ่ายที่ริมห้วยซองกาเลีย หน่วยพิทักษ์ป่าสาลาวะ กำลังรอหาปลาในห้วย เมื่อมันเห็นปลาก็จะโฉบลงไปจับด้วยปากอย่างรวดเร็ว เมื่อจับปลาได้ก็จะนำไปฟาดกับกิ่งไม้ และกลืนปลาไปทั้งตัวโดยกลืนทางหัวเข้าไปก่อน เพื่อไม่ให้เงี่ยงหรือเกล็ดปลาทิ่มแทงหลอดอาหาร บันทึกท้ายภาพ : นกกระเต็นลายเป็นนกกระเต็นที่มีพฤติกรรมการกินและการอยู่อ่ศัยต่างจากนกในวงศ์เดียวกัน เพราะกระเต็นส่วนใหญ่จะหากินและอาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำ ส่วนกระเต็นลายจะอาศัยอยู่ตามป่าดิบและกิน สัตว์เล็กๆ พวกแมลง และกิ้งก่าเป็นอาหาร มันมักจะเกาะตามกิ่งไม้ และยกขนบริเวณกระหม่อมขึ้นลง พบได้บ่อยในป่าดิบบริเวณสำนักงานเขตฯ บันทึกท้ายภาพ : จุดเด่นของนกโพระดกธรรมดาคือเสียงร้อง ต๊ก ต๊ก ต๊ก ร้องตลอดทั้งวัน นกโพระดกต่างชนิดกัน (ในประเทศไทยมีทั้งหมด ๑๓ ชนิด) จะมีเสียงร้องที่ต่างกันจึงสามารถจำแนกนกโพระดกจากเสียงร้องได้ บันทึกท้ายภาพ : นกในวงศ์นกหัวขวานในทุ่งใหญ่มีหลายชนิดแต่ถ่ายภาพยากมากเนื่องจากมันไม่ค่อยอยู่นิ่ง หลายคนชอบถามว่านกหัวขวานเจาะไม้ทำไม ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นการเจาะหลอกครับ แต่เป็นการเคาะไม้มากกว่าเพื่อให้ แมลงที่ซ่อนอยู่ในรู หรือใต้เปลือกไม้ตื่นตกใจวิ่งออกมาให้มันจับกิน แม้กระทั่งแมลงที่อยู่ในรูมันก็จับกินได้เนื่องจากมันมีลิ้นที่ยาวมากๆ เวลาไม่ใช้งานลิ้นจะถูกม้วนในส่วนโคนเจ็บไว้ในกระโหลกส่วนหน้าบริเวณใต้จมูก
บันทึกท้ายภาพ : เจ้าตัวนี้เป็นตัวผู้ขนส่วนใหญ่เป็นสีแดง ตัวเมียจะมีขนสีเหลือง มักออกหากินเป็นฝูงเล็กๆ ขณะบินจะอวดขนปีกสีแดงสดประดับผืนป่าสวยงามจับใจ บันทึกท้ายภาพ : เจ้าตัวนี้พบได้ทั่วไป ส่วนใหญ่จะพบตัวที่ก้นสีเหลืองแต่ในทุ่งใหญ่จะก้นแดง ตัวก้นเหลืองพบน้อยมากๆ เป็นนกที่ปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ดีเลยอยู่ในเมืองได้สบายๆ บันทึกท้ายภาพ : นกแซงแซวสีเทามีจุดเด่นที่ขนสีเทา ตาสีแดง และมีหางสองแฉกเหมือนแซงแซวหางปลา(Black Drongo) มักเกาะเด่นอยู่ตามกิ่งไม้ รอโฉบจับแมลงเป็นอาหาร เป็นนกที่พบได้ทั่วไปแม้กระทั่งตามสวนสาธารณะในเมือง บันทึกท้ายภาพ : ตัวนี้ถ่ายมาไม่ครบทั้งตัว (ครบทั้งตัวรูปถัดไป)แต่เห็นจุดเด่นคือขนบริเวณรอบตาและหงอนที่เหนือโคนปาก ขณะบินจะอวดหางบ่วงพลิ้วยาว บันทึกท้ายภาพ : ภาพเต็มๆตัว บันทึกท้ายภาพ : จุดเด่นคือลำตัวสีเหลือง ขนส่วนหัวสีดำ ส่วนใหญ่กินผลไม้เป็นอาหาร บันทึกท้ายภาพ : นกกางเขนบ้านพบได้ทั่วไปแม้กระทั่งในเมือง แต่ในทุ่งใหญ่บพได้ค่อนข้างน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับนกกางเขนดง (White-rumped Shama) บันทึกท้ายภาพ : นกตัวนี้เป็นนกอพยพเข้ามาประเทศไทยในฤดูหนาว พบได้ทั่วไป แต่ไม่ค่อยมีใครสังเกตเห็น เพราะสีค่อนข้างจะกลืนไปกับสิ่งแวดล้อม บันทึกท้ายภาพ : เป็นนกในป่าตัวแรกๆ ที่สมาชิกชมรมอนุรักษ์ป่าตะวันตกที่ไม่ใช่นักดูนกจำแนกได้ ด้วยเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์และตัวสีดำสนิท แถมยังพบทุกครั้งเมื่อแวะพักที่หน่วยพิทักษ์ป่ามหาราช ถ้าลงไปอาบน้ำริมห้วยเป็นต้องเจอแน่นอน แถมยังไม่ค่อยตื่นคนอีกต่างหาก บันทึกท้ายภาพ : นกจับแมลงคอแดงในภาพคอไม่แดงนะครับ เพราะตัวนี้เป็นนกอพยพเข้ามาในประเทศไทยในฤดูหนาวและจะคอแดงในช่วงฤดูผสมพันธุ์คือช่วงฤดูร้อนที่มันจะอพยพกลับไปผสมพันธุ์ทำรัง วางไข่ ที่บ้านเกิดทางตอนเหนือของโลก ดังนั้นเราจะเห็นเจ้าตัวนี้คอแดงก็ตอนที่มันอพยพมาใหม่ๆ หรือไม่ก็กำลังจะอพยพกลับบ้าน บันทึกท้ายภาพ : เป็นนกอพยพเข้ามาในประเทศไทยในช่วงฤดูหนาว พบได้ทั่วประเทศ จัดว่าเป็นนกยอดนักล่าเลยทีเดียว เห็นตัวเล็กๆอย่างนี้ล่ากิ้งก่าหรือหนูได้อย่างสบายๆ ในบางประเทศแถบแห้งแล้งพบว่ามันถนอมอาหารด้วยวิธีการเสียบไว้ตามหนามของต้นไม้ไว้กินในภายหลังด้วย แต่ในบ้านเรายังไม่เคยเห็นนะครับ
บันทึกท้ายภาพ : ภาพวาดสีน้ำ วาดไว้นานแล้ว เห็นว่าน่าจะเกิดประโยชน์ พบในทุ่งใหญ่หลายครั้งแล้วครับ ทั้งตัวสีน้ำตาลและตัวสีขาว แต่ถ่ายรูปไม่เคยทันเพราะนิสัยไม่อยู่นิ่ง เวลาบินจะเหมือนริบบิ้นลอยไปลอยมา เพราะหางของมันยาวมากๆ เมื่อเทียบกับขนาดลำตัว ถ้าพบหางยาวๆก็เฉพาะตัวผู้เท่านั้นนะครับ ส่วนตัวเมียจะหางสั้น
บันทึกท้ายภาพ : พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศนกตัวนี้เป็นนกอพยพเข้ามาในประเทศในช่วงฤดูหนาว แต่ในทุ่งใหญ่จะเป็นทั้งนกอพยพและนกประจำถิ่น คือมีทั้งนกที่อพยพมา และที่เกิดที่นี่ อยู่ที่นี่และตายอยู่ที่นี่ พบได้บ่อยที่หน่วยพิทักษ์ป่าทิคอง บันทึกท้ายภาพ : นกปลีกล้วยลายเป็นนกที่อยู่นิ่งน้อยมากๆ ชอบกินน้ำหวานและแมลงเล็กๆ ด้วยความที่ตัวเล็ก อุณภูมิร่างกายสูง พื้นที่ผิวมาก(เมื่อเฉลี่ยกับน้ำหนักตัว) ความดันเลือดสูง จึงสูญเสียพลังงานมาก ทำให้ต้องกินตลอดทั้งวัน บินไปบินมาไม่ยอมพักผ่อน เจ้าตัวนี้ถ่ายที่หน่วยพิทักษ์ป่าสาลาวะ ตอนรอถ่ายเหยี่ยวกิ้งก่าสีดำ
เหยี่ยวกิ้งก่าสีดำ Black Baza ขนาด ๓๓ ซ.ม.
บันทึกท้ายภาพ : เหยี่ยวตัวนี้ถ่ายที่หน่วยพิทักษ์ป่าสาลาวะ ระยะค่อนข้างไกล ตอนแรกก็เห็นมีอยู่ตัวเดียว สักครู่ก็มีพรรคพวกตามมาอีกนับทั้งฝูงได้ ประมาณ ๑๕ ตัว โผเกาะตามยอดไม้ใหญ่ การรวมฝูงของเหยี่ยวกิ้งก่าสีดำแบบนี้พบได้บ่อย ในช่วงนี้ (กลางเดือนมีนาคม) จะพบว่าบางตัวหงอนขาด ขนปีกรุ่งริ่งอาจอยู่ในช่วงใกล้จะผลัดขน
การสำรวจนกในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร
หน้าหลัก
ทศวรรษกิจกรรม
สนับสนุนกิจกรรมอนุรักษ์

ผู้ให้การสนับสนุนโครงการและกิจกรรมอนุรักษ์
บอกกล่าวเว็บชมรมฯ ถึงเพื่อน
แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ
25 February 2007 17:01:18 -0500
ควรใช้โปรแกรม Internet
Explorer version 4.0 หรือสูงกว่า
ที่ปรับความละเอียด ๑๐๒๔x๗๖๘ จุดหรือมากกว่า
ข้อความและรูปภาพทั้งหมดภายในเว็บไซต์
ชมรมอนุรักษ์ป่าตะวันตก
สงวนลิขสิทธิ์
ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
๑๕๑/๑๑-๑๒ ถ.ราชวิถี ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม ๗๓๐๐๐
โทร ๐-๓๔๒๑-๐๔๕๓ โทรสาร ๐-๑๓๐๔-๒๐๓๔
email :
info@thungyai.org
msn : wfcc1@hotmail.com
ออกแบบเว็บด้วยซาบซึ้งในน้ำใจของเพื่อน
|